ศุภมาส ถก บอร์ดภาพยนตร์ฯ ปลื้มมีผู้ส่งเสริม 3 พันล้าน ปรับโฉมคกก. ให้การพิจารณาโปร่งใส

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ ครั้งที่ 1/2569 โดยมี น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม และคณะกรรมการฯ เข้าร่วมประชุม และประชุมทางไกลผ่าน Zoom
น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้ามาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ไทยในประเทศ ซึ่งเปิดรับการยื่นความประสงค์รอบแรกระหว่างวันที่ 13 มกราคม-31 มีนาคม 2569 มีผู้ยื่นเอกสารครบถ้วนถึง 74 โครงการ ประมาณการค่าใช้จ่ายในการผลิตรวมกว่า 3,051 ล้านบาท สะท้อนการตอบรับจากผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอย่างชัดเจน โดยในจำนวนดังกล่าว มีโครงการที่คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จและยื่นขอรับเงินสนับสนุนภายในเดือนพฤษภาคม 2570 จำนวน 59 โครงการ ประกอบด้วยภาพยนตร์ 9 โครงการ ละครและซีรีส์ 38 เรื่อง และมิวสิกวิดีโอ 12 โครงการ มีประมาณการค่าใช้จ่ายในการผลิตรวมกว่า 2,417 ล้านบาท ทั้งนี้ โครงการที่ยื่นความประสงค์ทั้งหมดจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามหลักเกณฑ์ และกลไกที่คณะกรรมการกำหนดต่อไป
ขณะเดียวกัน มาตรการส่งเสริมการจ้างผลิตดิจิทัลคอนเทนต์ของต่างชาติ ปัจจุบันมีผู้ยื่นเอกสารครบถ้วน 8 โครงการ ครอบคลุมงานแอนิเมชัน เวอร์ชวลโปรดักชัน วิชวลเอฟเฟกต์ และงานหลังการผลิต มีประมาณการค่าใช้จ่ายในการจ้างรวมกว่า 87.94 ล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นของต่างชาติต่อศักยภาพบุคลากร และสตูดิโอไทยในงานผลิตดิจิทัลคอนเทนต์ โดยโครงการทั้งหมดอยู่ระหว่างรอเข้าสู่กระบวนการพิจารณาเช่นเดียวกัน
น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นชอบการทบทวนโครงสร้างคณะอนุกรรมการในคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ เพื่อให้สอดคล้องกับบทบาท ภารกิจ และโครงสร้างของหน่วยงานในปัจจุบัน โดยให้ยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเดิม จำนวน 5 คณะ และปรับปรุงองค์ประกอบคณะอนุกรรมการอีก 8 คณะ มอบหมายฝ่ายเลขานุการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจัดทำร่างคำสั่งเสนอประธานกรรมการฯ ลงนามต่อไป และเห็นชอบองค์ประกอบ หน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการพิจารณาเงินสนับสนุนสำหรับแต่ละมาตรการ เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ และมอบหมายกระทรวงวัฒนธรรมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป
รวมถึงเห็นชอบเพิ่มชื่อ “เทศกาลภาพยนตร์ไอริช หรือ Irish Film Festival” เป็นเทศกาลภาพยนตร์ระหว่างประเทศตามมาตรา 27 (4) แห่งพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 โดยมอบหมายกรมส่งเสริมวัฒนธรรมดำเนินการออกประกาศต่อไป หลังพบว่าเทศกาลดังกล่าวจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2560 รวม 7 ครั้ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษา การแลกเปลี่ยนและเผยแพร่วัฒนธรรม การส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ และการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยกับไอร์แลนด์
ทั้งนี้การปรับโครงสร้างกลไกบริหาร และการเดินหน้ามาตรการสนับสนุนทั้งสองด้าน จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมภาพยนตร์และดิจิทัลคอนเทนต์ สร้างการลงทุนและการจ้างงาน ตลอดจนยกระดับประเทศไทยให้เป็นฐานการผลิตคอนเทนต์ที่มีศักยภาพในระดับนานาชาติ