Cover Image

เงินเฟ้อสหรัฐฯ ทรงตัวสูง 3.4% ในส.ค. กดดัน FOMC ประชุมสัปดาห์หน้า KResearch คาด Fed จ่อคงดอกเบี้ยนัด 15-16 ก.ย.นี้ แต่สัญญาณขึ้นดอกเบี้ยเริ่มชัดขึ้น

อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐอเมริกายังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องในเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นการเพิ่มน้ำหนักให้แก่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) ยังมองว่า Fed จะยังคงดอกเบี้ยที่ 3.50-3.75% ในการประชุม FOMC วันที่ 15-16 ก.ย.นี้ แต่คาดว่าสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยในระยะข้างหน้าชัดขึ้น

วันที่ 11 กันยายน ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ สำนักงานสถิติแรงงาน กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดอัตราเงินเฟ้อสำคัญ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนสิงหาคม หลังจากขยับขึ้น 0.1% ในเดือนกรกฎาคม และ เมื่อเทียบแบบรายปี หรือ 12 เดือนสิ้นสุดเดือนสิงหาคมพบว่าอัตราเงินเฟ้อผู้บริโภคขยายตัว 3.4% ซึ่งเท่ากับระดับการขยายตัวในเดือนกรกฎาคม และ เป็นไปตามที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าการชะลอตัวของอัตราเงินเฟ้อสู่เป้าหมายของ Fed ในเดือนสิงหาคมแทบไม่มีความคืบหน้า ท่ามกลางแรงกดดันอย่างต่อเนื่องจากสงครามอิหร่าน มาตรการภาษีศุลกากร และการขยายตัวของ Data Center

นอกจากนี้ ตัวเลข CPI ดังกล่าวน่าจะเป็นอีกปัจจัยสำคัญในการพิจารณาอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ Fed ที่จะมีการประชุม FOMC วันที่ 15-16 กันยายน 2569 นี้

แม้เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ประธาน Fed ยังคงสงวนท่าทีเกี่ยวกับทิศทางการดำเนินนโยบายครั้งต่อไปของธนาคารกลาง แต่ในการกล่าวสุนทรพจน์เมื่อเดือนสิงหาคม ระบุว่า Fed “ยังมีภารกิจที่ต้องทำ” หากไม่สามารถ “มั่นใจได้ว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานกำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่เป้าหมายอย่างชัดเจนและด้วยความเร็วที่เพียงพอ”

ภารกิจของวอร์ชในฐานะประธาน Fed ในสัปดาห์หน้า คือการรวบรวมความเห็นของเหล่าผู้บริหาร พร้อมทั้งให้เหตุผลชี้แจงอย่างชัดเจนสำหรับการตัดสินใจขั้นสุดท้าย ทั้งนี้ มีกลุ่มผู้กำหนดนโยบายส่วนหนึ่งที่สนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยมองว่านโยบายปัจจุบันของ Fed ไม่ได้ช่วยยับยั้งอุปสงค์แต่อย่างใด

ผู้กำหนดนโยบายกลุ่มดังกล่าวมองว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไม่เพียงแต่จะช่วยเร่งให้อัตราเงินเฟ้อกลับสู่ระดับ 2% ได้เร็วขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความมั่นใจว่าการคาดการณ์เกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อจะไม่ดีดตัวสูงขึ้นอย่างฉับพลัน

อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียงไม่กี่เดือนก่อนการเลือกตั้ง จะก่อให้เกิดความตึงเครียดกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลังทรัมป์กำลังกดดันให้ Fed ลดอัตราดอกเบี้ย โดยโพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า “จงลดอัตราดอกเบี้ย มิฉะนั้นผมจะยุติการค้ากับประเทศที่เราเสียดุลการค้า”

ความไม่พอใจต่อสินค้าราคาแพง โดยเฉพาะน้ำมันและอาหาร นำไปสู่การลดลงอย่างรวดเร็วของคะแนนนิยมในตัวทรัมป์ ซึ่งอาจส่งผลให้พรรครีพับลิกันของเขาสูญเสียการควบคุมสภาคองเกรสในการเลือกตั้งกลางเทอมเดือนพฤศจิกายนนี้

ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังรับมือกับราคาพลังงานที่กลับมาสูงขึ้น เนื่องจากสงครามในตะวันออกกลางและสงครามรัสเซีย-ยูเครนส่งผลกระทบต่ออุปทาน โดยในสัปดาห์นี้ ราคาน้ำมันได้พุ่งสูงขึ้นทะลุ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในสหรัฐฯ ได้ปรับตัวสูงขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

KResearch คาด Fed ยังคงดอกเบี้ย จ่อสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยในระยะข้างหน้าชัดขึ้น

ดร.ลลิตา เธียรประสิทธิ์ ผู้บริหารงานวิจัย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) กล่าวว่าศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงให้น้ำหนัก Fed คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 3.50-3.75% ในการประชุม FOMC วันที่ 15-16 ก.ย. 2569 แม้ตลาดให้น้ำหนักการขึ้นดอกเบี้ยมากขึ้น พร้อมทั้งคาดว่า Fed มีแนวโน้มส่งสัญญาณพร้อมปรับขึ้นดอกเบี้ยหากแรงกดดันเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง

ดร.ลลิตายังมองว่าเงินเฟ้อทั่วไปเดือนส.ค. 2569 ทรงตัวที่ 3.4% YoY สอดคล้องกับที่ตลาดคาด และยังไม่มีสัญญาณเร่งตัวอย่างชัดเจน ซึ่งน่าจะเปิดทางให้ Fed เลือกคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. นี้ ท่ามกลางภาวะการเงินโดยรวมที่ตึงตัวขึ้นจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ปรับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า Fed มีแนวโน้มปรับขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งในช่วงที่เหลือของปี 2569 เพื่อควบคุมความเสี่ยงเงินเฟ้อจากราคาพลังงานและเงินเฟ้อพื้นฐานที่ยังมีความหนืด หากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อไม่เร่งตัวสูงกว่าคาดอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ การปรับขึ้นดอกเบี้ยดังกล่าวไม่น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นรอบใหม่

Back To Top