ขายได้เกือบ 3 ล้าน ใน 3 เดือน สูตรปั้น “SODO Donut” คาเฟ่โดนัทรสชาติไทย เสิร์ฟวันละ 600-1,000 ชิ้น - เส้นทางเศรษฐี
ในบ้านไม้อายุร้อยปีย่านสี่พระยา คือที่ตั้งของคาเฟ่โดนัทรสชาติไทยสุดไวรัล “SODO Donut” ธุรกิจของ “คุณเกด-ดุษฎี ทวีพานิชย์” อดีตเภสัชกรและนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
เธอเลือกปั้นคาเฟ่โดนัทเพราะเป็นขนมที่คนทั้งโลกรู้จักและเข้าใจง่าย ที่ไม่เพียงสร้างความแปลกใหม่ผ่าน “รสชาติไทย” จากวัตถุดิบท้องถิ่นไทย แต่อยากทำให้ลูกค้าจดจำทั้งรสชาติและที่มาของวัตถุดิบไทยได้
ในคอลัมน์ Entrepreneur “เส้นทางเศรษฐี” พาไปพูดคุยกับผู้ก่อตั้งถึงเส้นทางการเริ่มต้น และแนวคิดการปั้นแบรนด์ SODO Donut ที่เปิดได้เพียง 3 เดือน แต่สามารถสร้างยอดขายได้เกือบ 3 ล้านบาท

จุดเริ่มต้นของโดนัทแบบไทยๆ
SODO Donut เริ่มต้นมาจากคุณเกด อยากทำโปรเจ็กต์ที่อยากสื่อสารถึงความเป็นไทย ก่อนมาลงตัวที่ “โดนัท” ขนมที่คนทั่วโลกรู้จักและเข้าใจง่าย พร้อมหยิบรสชาติไทยจากวัตถุดิบไทยอันเป็นเอกลักษณ์มาผสมผสานเข้าด้วยกัน จนกลายเป็นโดนัทรสชาติไทย
แม้จะเป็นธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มแรกในชีวิต แต่คุณเกดมีทีมเบื้องหลังคอยสนับสนุน พร้อมวางแผนธุรกิจอย่างรอบด้าน ตั้งแต่การศึกษาตลาด ความต้องการของผู้บริโภค ไปจนถึงความเป็นไปได้ของผลิตภัณฑ์ ที่สำคัญคือมีความเชื่อมั่นว่า “ความเป็นไทย” สามารถส่งต่อถึงผู้บริโภคได้
โดยทำงานร่วมกับ เชฟแก้ว-กมลา ธานีโต เจ้าของร้าน Salee Bakehouse ผู้คิดค้นสูตรโดนัทซึ่งใช้เวลายาวนานถึง 8 เดือนในการพัฒนาสูตรแป้ง ก่อนเลือกใช้ “แป้งข้าวเจ้า” เป็นวัตถุดิบสำคัญ
“ทั้งเชฟและทีมมาร์เก็ตติ้งทำงานร่วมกันอย่างหนัก เพื่อหารสชาติที่อร่อยแม้กินแค่แป้งเปล่า เนื้อสัมผัสของแป้งจะอยู่ตรงกลางระหว่างโดนัทฝรั่งกับโดนัทญี่ปุ่น มีทั้งความนุ่มและหนึบในตัว” คุณเกดเล่าเสริม
ส่วนรสชาติโดนัท ก็ได้ทีมมาร์เก็ตติ้งช่วยกันทำรีเสิร์ชอีกเช่นกัน เพราะต้องศึกษาทั้งความชอบของลูกค้าและความเป็นไปได้ของแต่ละรสชาติ เพื่อให้มั่นใจว่า “หน้าต้องขายได้ และรสชาติต้องอร่อย”
“วัตถุดิบไทยมีความอร่อยอยู่แล้ว แต่การนำมาทำรสชาติโดนัทเชฟต้องคิดต่อว่าวัตถุดิบแต่ละอย่างสามารถนำมาผสมกันได้หรือไม่ ทำออกมาแล้วเป็นยังไง มันไม่มีหลักสูตรโดนัทรสชาติไทย เราต้องคิดขึ้นมาทั้งหมด” เธอสะท้อนให้ฟัง

รสชาติแบบไทยๆ จากวัตถุดิบท้องถิ่น
ปัจจุบัน SODO Donut มีให้เลือกชิมถึง 13 รสชาติ ซึ่งแต่ละรสชาติล้วนตั้งต้นมาจากการสรรหาวัตถุดิบ ภายใต้โจทย์สำคัญคือ ไม่ใช่แค่ทำให้ลูกค้าอร่อย แต่ทำอย่างไรให้ลูกค้าจดจำรสชาติและนึกถึงที่มาของวัตถุดิบไทย
“ลูกค้าซื้อโดนัทแล้วท้องถิ่นสามารถขายวัตถุดิบนี้ได้ไหม ลูกค้าคนไทยทานแล้วจำสถานที่ที่เป็นแหล่งวัตถุดิบได้หรือเปล่า ที่สำคัญลูกค้าต่างชาติทานแล้วกลับมาซื้อซ้ำในอนาคตอีกไหม และอาจจะหยิบวัตถุดิบไทยไปทำขนมของบ้านเขาก็ได้ เหมือนเป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม” คุณเกดเล่าเสริม
โดยเธอได้แนะนำรสชาติ มะนาวพริกเกลือ รสชาติที่อยากให้ลูกค้าทานแล้วนึกฤดูร้อนไทย เพราะสมัยก่อนคนไทยดับร้อนด้วยผลไม้รสเปรี้ยวพร้อมเครื่องจิ้มอย่างพริกเกลือ จึงเลือกนำเสนอด้วยรสมะนาว เคลือบมะนาวไอซิง โรยพริกเกลือ รสชาติออกเปรี้ยวเผ็ดปลายลิ้น ให้ความรู้สึกสดชื่น ลูกค้าต่างชาติทานแล้วถึงกับชมว่า “อเมซิ่ง”
ข้าวหลามหนองมน รสชาตินี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากข้าวหลามหนองมนของดีจังหวัดชลบุรีที่คุณเกดชอบซื้อเป็นของฝาก นำมาเคลือบด้วยช็อกโกแลตกะทิเข้มข้น ใส่ข้าวเหนียวมูน ถั่วดำ และข้าวพองจากข้าวเหนียวดำ โรยมะพร้าว และเคลือบช็อกโกแลตกะทิอีกครั้ง ให้รสชาติหอมมันเหมือนข้าวหลาม โดยอยากให้ลูกค้าทานแล้วคิดถึงจังหวัดชลบุรี
ตามด้วย โดนัทลำไยสีทอง ได้รับแรงบันดาลใจมาจากขนมไทยอย่างสาคูเปียกลำไย เคลือบด้วยน้ำลำไยเข้มข้น ใส่เนื้อลำไยอบแห้งสีทองจากจังหวัดลำพูน ได้ทั้งความนุ่ม และความสู้ฟันของเนื้อลำไย
น้ำตาลมะพร้าว อัมพวา อยากสื่อสารให้คนไทยรู้และไม่หลงลืมว่ายังมีน้ำตาลมะพร้าวอยู่ ได้รสหวานธรรมชาติของน้ำช่อดอกมะพร้าวจากอัมพวา นำมาเคี่ยวกับไวท์ช็อกโกแลตเคลือบตัวแป้ง และโรยด้วยน้ำตาลมะพร้าวเนื้อกรุบ
และยังมีรสชาติที่พัฒนาตาม Seasonal เช่น รสชาติของความรัก ในวันแม่ ได้แก่ รสกะทิ ปั้นแป้ง ครีมกะทิสดผสมมะพร้าวน้ำหอม ตกแต่งด้วยดอกไม้ปั้นน้ำตาล, รสเบบี๋ มิลค์กี้ นม คุกกี้ น้ำตาลเม็ดสีเงิน จากขนมวัยเด็ก และ รสมะลิ สีเอมอร หอมกลิ่นดอกมะลิและไวท์ช็อกโกแลตจากฮอลแลนด์ ผสานกะทิสีชมพู
โดยรวม SODO Donut ผลิตวันละ 600-1,000 ชิ้น ปั้นแป้งด้วยมือทุกชิ้น ด้วยพนักงานครัวราว 6 คน ขายราคาเริ่มต้นชิ้นละ 29 บาท
“ต้องปั้นแป้งด้วยมือ เพราะสูตรแป้งที่เชฟคิดค้นเมื่อนำมาปั้นด้วยมือจะทำให้โดนัทมีความเฟิร์มมากขึ้น ขนาดและรูปทรงของแต่ละชิ้นเลยไม่เหมือนกัน เป็นเสน่ห์อีกแบบของ SODO Donut เลยก็ว่าได้” เธอเล่าเสริม

บ้านไม้อายุนับร้อยปี เสริมกลิ่นอายความเป็นไทย
แม้โดนัทรสชาติไทยจะเป็นไฮไลต์ของคาเฟ่ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า “ทำเล” ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยชูความโดดเด่นให้คาเฟ่แห่งนี้ได้
SODO Donut ตั้งอยู่ในบ้านไม้อายุนับร้อยปีย่านสี่พระยาเขตเมืองเก่าที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ตัวบ้านถูกปล่อยทิ้งร้างมาเป็นเวลานานและเปลี่ยนเจ้าของมาหลายมือ
ก่อนที่เธอจะเข้ามารีโนเวทด้วยประสบการณ์ของนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งใช้เวลาราว 1 ปี ในการเสริมความแข็งแรงของโครงสร้าง ทั้งการประกบไม้เข้ากับเสาเดิม เสริมคาน เสริมหน้าต่างกระจก รวมถึงเดินระบบน้ำไฟ ติดเครื่องปรับอากาศเพื่อสร้างความสะดวกสบายให้ลูกค้า
“ยิ่งตอกย้ำถึง Branding เรา ทั้งการใช้แป้งข้าวเจ้า การใช้วัตถุดิบไทย พอลูกค้าได้มานั่งทานโดนัทในบ้านไม้ไทยๆ ก็จะยิ่งจดจำแบรนด์เรามากขึ้น สามารถแวะเวียนมาทานโดนัทและเที่ยวบริเวณรอบได้ด้วย”
โดยย่านนี้เป็นที่ตั้งของโรงแรมจำนวนมาก จึงทำให้มีชาวต่างชาติจำนวนมาก ทั้งจากฝั่งยุโรป อเมริกา และเอเชีย SODO Donut จึงได้กระแสตอบรับที่ดีจากลูกค้าต่างชาติไปด้วย

ถึงปัจจุบัน SODO Donut เปิดให้บริการมาได้ราว 3 เดือน แต่สามารถทำยอดขายได้เกือบ 3 ล้านบาท และกลายเป็นร้านที่ถูกพูดถึงในโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว
ส่วนหนึ่งอาจมาจากแนวคิด Work Life Harmony ที่คุณเกดมองว่าการทำงานและการใช้ชีวิตเป็นเรื่องเดียวกัน ตั้งใจทำงานอย่างมีวินัยแบบผู้ใหญ่ ขณะเดียวกันก็เปิดพื้นที่ให้ตัวเองได้คิดและสร้างสรรค์เหมือนเด็กที่สนุกกับสิ่งที่ทำ จึงเกิดเป็นไอเดียใหม่ๆ ที่แตกต่างออกไป และความแปลกใหม่นั้นก็สร้างความประทับใจให้กับลูกค้า
เมื่อมองโลกด้วยวิธีคิดเช่นนี้ สิ่งรอบตัวก็อาจกลายเป็น “โอกาส” ได้มากขึ้น เช่นเดียวกับการมองเห็นคุณค่าของวัตถุดิบท้องถิ่นไทย ที่สามารถนำมาต่อยอดเป็นไอเดียใหม่ๆ ได้
และตอกย้ำด้วยคำว่า “แม่วิเสท” ที่ SODO Donut หยิบมาเป็นแรงบันดาลใจ โดยหมายถึงตำแหน่งแม่ครัวชาววัง ผู้มีความเชี่ยวชาญในการทำอาหารและขนมให้อร่อยและประณีต เช่นเดียวกับ SODO Donut ที่เปลี่ยนวัตถุดิบให้กลายเป็นเมนูแสนอร่อยได้มากมาย
ในอนาคตทางแบรนด์ก็มีความตั้งใจอยากเรียก “เชฟคนไทย” ว่า “แม่วิเสท” เพื่อตอกย้ำความเป็นแบรนด์ไทย ใช้วัตถุดิบไทย และสร้างสรรค์โดยเชฟคนไทย
ทั้งหมดนี้จึงสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของ SODO Donut ที่ไม่ได้ต้องการเพียงสร้างแบรนด์ขนมไทย แต่ต้องการชวนให้มองเห็นว่า “ความเป็นไทย” ที่อยู่รอบตัว สามารถกลายเป็นต้นทุนทางความคิดและโอกาสทางธุรกิจได้
ก่อนจากคุณเกดฝากถึงผู้ประกอบการว่า
“ความเป็นไทยและวัตถุดิบไทยอยู่รอบตัวเรา มองให้ออกว่าเรามีความชอบมีความถนัดอะไร โลกปัจจุบันต้องการอะไร แล้วจะทำให้เกิดโซลูชันที่สามารถสร้างธุรกิจได้”
Tags
Related Posts
เมื่อพูดถึง “แบรนด์” สิ่งที่คนคิดขึ้นมาในหัวคือ โลโก้ โทนสี รูปแบบกราฟิก ไอคอน ลวดลาย แบรนด์ที่ดีก็คงเป็นแบรนด์ที่โลโก้สวย สีสันจดจำได้ขึ้นใจ ความเข้าใจนั้นทำให้หลายแบรนด์ ‘สอบตก’ เพราะแท้จริงแล้ว คำว่า “แบรนด์” หากขาดคำว่า ‘มีชีวิต’ ก็ไม่ต่างอะไรจากมนุษย์ที่ไร้แรงดึงดูด คนทำแบรนด์ส่วนใหญ่พยายามยัดเยียดการขาย การตลาด เข้าไปในแบรนด์ เพราะคิดว่าเมื่อแบรนด์ทำเงินได้ จึงจะเรียกได้ว่าเกิดมูลค่า นั่นทำให้แบรนด์ขาดชีวิต จงมองแบรนด์ให้เหมือน ‘มนุษย์หนึ่งคนที่มีชีวิต’ จากนั้น สิ่งที่คนทำแบรนด์ต้องทำความเข้าใจต่อ คือ “ความมีชีวิตคืออะไร?” คุยกับ อาจารย์ขาบ-สุทธิพงษ์ สุริยะ นักปั้นแบรนด์และนักออกแบบภาพลักษณ์ธุรกิจอาหาร ภาคการเกษตร และการท่องเที่ยวเกษตรยั่งยืน แห่ง Karb Studio เจ้าของรางวัล Gourmand Awards ซึ่งเปรียบได้กับเวทีออสการ์อาหารโลก 20 ปีซ้อน และเป็นผู้ขับเคลื่อนแนวคิด “Local สู่ เลอค่า” ผู้ที่เชื่อว่าความ Local อยู่ที่ใดก็เลอค่า ถ้ารู้จักเล่าเรื่อง ก่อนจะหา CI หาจิตวิญญาณตัวเองให้เจอก่อน จุดเริ่มต้นของการสร้างแบรนด์ขึ้นมาแบรนด์หนึ่ง ต้องเริ่มจากการนั่งวิเคราะห์ 3 สิ่ง ได้แก่ สิ่งที่มี
14 สิงหาคม 2569
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ LINE MAN Wongnai เดินหน้านโยบายสร้าง AI Talent ให้ประเทศไทย ผ่าน “LINE MAN Wongnai Tech Camp 2026” ค่ายเทคสำหรับเยาวชนระดับมัธยมศึกษา พร้อมเปิดตัว “AI Thinking Framework” กรอบการเรียนรู้ที่ถอดบทเรียนจากการทำงานร่วมกับ AI ของทีมงาน LINE MAN Wongnai เป็นครั้งแรก โดยผู้เข้าร่วมค่ายกว่า 100 คนจะได้เรียนรู้และทดลองใช้ Framework ผ่านโจทย์จริงร่วมกับทีมผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม ก่อนเปิดให้คนไทยทั่วประเทศดาวน์โหลดไปใช้ได้ฟรี โดยมี ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, รศ.ดร.ธีระเดช เจียรสุขสกุล ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) และ ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai ร่วมเปิดงาน ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า กระทรวง อว. มุ่งขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาทุนมนุษย์ ภายใต้วาระแห่งชาติ “Thailand² ยกกำลังประเทศไทย ยกระดับทุนมนุษย์” เพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) และพัฒนากำลังคนทักษะสูงเพื
14 สิงหาคม 2569
ในบ้านไม้อายุร้อยปีย่านสี่พระยา คือที่ตั้งของคาเฟ่โดนัทรสชาติไทยสุดไวรัล “SODO Donut” ธุรกิจของ “คุณเกด-ดุษฎี ทวีพานิชย์” อดีตเภสัชกรและนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เธอเลือกปั้นคาเฟ่โดนัทเพราะเป็นขนมที่คนทั้งโลกรู้จักและเข้าใจง่าย ที่ไม่เพียงสร้างความแปลกใหม่ผ่าน “รสชาติไทย” จากวัตถุดิบท้องถิ่นไทย แต่อยากทำให้ลูกค้าจดจำทั้งรสชาติและที่มาของวัตถุดิบไทยได้ ในคอลัมน์ Entrepreneur “เส้นทางเศรษฐี” พาไปพูดคุยกับผู้ก่อตั้งถึงเส้นทางการเริ่มต้น และแนวคิดการปั้นแบรนด์ SODO Donut ที่เปิดได้เพียง 3 เดือน แต่สามารถสร้างยอดขายได้เกือบ 3 ล้านบาท จุดเริ่มต้นของโดนัทแบบไทยๆ SODO Donut เริ่มต้นมาจากคุณเกด อยากทำโปรเจ็กต์ที่อยากสื่อสารถึงความเป็นไทย ก่อนมาลงตัวที่ “โดนัท” ขนมที่คนทั่วโลกรู้จักและเข้าใจง่าย พร้อมหยิบรสชาติไทยจากวัตถุดิบไทยอันเป็นเอกลักษณ์มาผสมผสานเข้าด้วยกัน จนกลายเป็นโดนัทรสชาติไทย แม้จะเป็นธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มแรกในชีวิต แต่คุณเกดมีทีมเบื้องหลังคอยสนับสนุน พร้อมวางแผนธุรกิจอย่างรอบด้าน ตั้งแต่การศึกษาตลาด ความต้องการของผู้บริโภค ไปจนถึงความเป็นไปได้ของผลิตภัณฑ์ ที่สำคัญคือมีความเชื่อมั่
14 สิงหาคม 2569
บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ M และบริษัทย่อย รายงานผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 ปี 2569 มีรายได้จากการขายและบริการ 4,196 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่งวด 6 เดือนแรกของปี 2569 มีรายได้จากการขายและบริการ 8,243 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนการเติบโตของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยมีแรงหนุนสำคัญจากการขยายสาขาของแบรนด์ “โบนัสสุกี้” และ MK Buffet ซึ่งยังคงได้รับการตอบรับที่ดีและสร้างการเติบโตของยอดขายอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีการอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.40บาทต่อหุ้น สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 แม้บริษัทสามารถสร้างรายได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ธุรกิจร้านอาหารยังคงเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนการดำเนินงานที่อยู่ในระดับสูง ทั้งค่าวัตถุดิบ ค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าขนส่ง และวัสดุสิ้นเปลือง ขณะที่การแข่งขันในอุตสาหกรรมยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้การบริหารอัตรากำไรยังคงเป็นความท้าทายอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน สะท้อนถึงทิศทางการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และผลจาก
13 สิงหาคม 2569
เรื่องราวของ ฮิโรกิ โทมิยาสุ (Hiroki Tomiyasu) อดีตข้าราชการชาวญี่ปุ่นที่ผันตัวมาเป็นเกษตรกร กำลังได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในฐานะตัวอย่างของการนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้แก้ปัญหาจริงในภาคเกษตรกรรม แม้ไม่เคยมีพื้นฐานด้านการเกษตรหรือวิศวกรรมมาก่อนก็ตาม โทมิยาสุเติบโตในพื้นที่ใกล้กรุงโตเกียว เคยทำงานเป็นข้าราชการมาก่อน ก่อนตัดสินใจเข้าร่วมโครงการฟื้นฟูที่ดินทำกินที่ถูกทิ้งร้างในฮอกไกโด และเรียนรู้การบริหารจัดการไร่ด้วยตนเองทั้งหมด ปัจจุบันเขาดูแลพื้นที่เพาะปลูกบล็อคโคลี่ ฟักทอง ต้นหอมญี่ปุ่น และถั่วเหลือง ครอบคลุมพื้นที่ราว 100 เฮกตาร์ หรือประมาณ 600 ไร่ จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเขาเริ่มนำ ChatGPT และ Codex เครื่องมือ AI สำหรับการเขียนโค้ด มาใช้แก้ปัญหาการทำฟาร์มที่ต้องใช้แรงงานหนักและขาดแคลนบุคลากร แทนที่จะพึ่งพาระบบอัตโนมัติสำเร็จรูปราคาแพงที่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เขาเลือกเรียนรู้และสร้างเครื่องมือขึ้นมาเอง ตัวอย่างเครื่องมือที่เขาพัฒนาขึ้น ได้แก่ ระบบตรวจสอบโรคพืชด้วยการถ่ายภาพจุดดำบนบล็อคโคลี่แล้วให้ ChatGPT ช่วยวิเคราะห์ ระบบติดตามสภาพแปลงเพาะปลูกด้วยข้อมูลดาวเทียมที่นำมาซ้อนท
13 สิงหาคม 2569
ประเทศจีนกำลังเผชิญกับการปฏิรูปโครงสร้างการศึกษาระดับอุดมศึกษาและขั้นพื้นฐานครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ เพื่อปรับทิศทางของคนรุ่นใหม่ให้สอดรับกับเป้าหมายการก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก ท่ามกลางวิกฤตการณ์ว่างงานของเยาวชนที่พุ่งสูงเกิน 16% และการเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ทำให้ทักษะเดิมๆ หมดความหมายไปอย่างรวดเร็ว มหาวิทยาลัยจีน ยุบ 12,000 หลักสูตร ข้อมูลจากกระทรวงศึกษาธิการจีน ระบุว่า ระหว่างปี 2021 ถึง 2025 สถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศได้ประกาศสั่งยกเลิกหรือระงับหลักสูตรปริญญาตรีไปมากถึง 12,200 หลักสูตร และเปิดตัวหลักสูตรใหม่เข้ามาแทนที่ราว 10,200 หลักสูตร ซึ่งหมายความว่ามากกว่า 30% ของหลักสูตรมหาวิทยาลัยในจีนถูกปรับเปลี่ยนโครงสร้างอย่างสิ้นเชิง ด้านกลุ่มวิชาที่ถูกยุบมากที่สุด ได้แก่ ศิลปศาสตร์, มนุษยศาสตร์, ภาษาต่างประเทศ และการจัดการ เนื่องจากถูกมองว่ามีผู้จบการศึกษาล้นตลาด และปรับตัวไม่ทันกับการมาของ AI โดยมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งเซี่ยงไฮ้ (USST) สั่งหยุดรับนักศึกษาในสาขา การออกแบบผลิตภัณฑ์ (Product Design) หลังพบว่างานสร้างโมเดล 3D และการเรนเดอร
13 สิงหาคม 2569