สหรัฐฯ จ่ายคืนภาษีทรัมป์ให้ภาคธุรกิจแล้ว 3.3 ล้านล้านบาท
วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 11.09 น.
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ดำเนินการคืนเงินภาษีศุลกากรจากมาตรการ วันปลดแอก (Liberation Day tariffs) ให้แก่ภาคธุรกิจแล้วเป็นมูลค่าประมาณ 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3.3 ล้านล้านบาท หลังศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยว่า มาตรการเก็บภาษีนำเข้าดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย
สำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ (CBP) เปิดเผยผ่านเอกสารที่ยื่นต่อศาลว่า เงินที่คืนให้กับภาคธุรกิจแล้วคิดเป็นประมาณ 60% ของรายได้ภาษีทั้งหมด ที่รัฐบาลจัดเก็บภายใต้นโยบายดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ยังมีเงินคืนภาษีอีกจำนวนมากที่อยู่ระหว่างดำเนินการ โดยคำขอคืนเงินมูลค่าประมาณ 2.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบโดยหน่วยงานด้านการค้า ขณะที่อีกประมาณ 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ยังไม่สามารถคืนได้ เนื่องจากผู้นำเข้าบางรายยังไม่ได้ส่งข้อมูลบัญชีธนาคารเพื่อรับเงินคืน
มาตรการ วันปลดแอก ของรัฐบาลทรัมป์เคยสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อภาคธุรกิจทั้งในสหรัฐฯ และต่างประเทศ เนื่องจากบริษัทผู้นำเข้าสินค้าต้องเผชิญกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่หลายฝ่ายกังวลว่าภาษีดังกล่าวจะผลักดันให้ราคาสินค้าในตลาดปรับตัวสูงขึ้น
ก่อนหน้านี้ ทำเนียบขาวอ้างอำนาจตามกฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ปี 1977 ซึ่งให้อำนาจประธานาธิบดีในการควบคุมการค้าระหว่างประเทศในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อใช้เป็นฐานทางกฎหมายในการออกมาตรการภาษีดังกล่าว
แต่ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำตัดสินเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ว่า การใช้มาตรการภาษีนำเข้าในวงกว้างภายใต้อำนาจดังกล่าวเป็นสิ่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่งผลให้รัฐบาลต้องเดินหน้ากระบวนการคืนเงินแก่ผู้นำเข้า
ทั้งนี้ ภาษีนำเข้าเป็นภาษีที่เรียกเก็บจากสินค้าต่างประเทศเมื่อเข้าสู่ประเทศ โดยผู้ที่ชำระจริงคือบริษัทนำเข้าและผู้ประกอบการภายในประเทศ ไม่ใช่รัฐบาลหรือผู้ส่งออกจากต่างประเทศ โดยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นมักถูกส่งต่อไปยังผู้บริโภคผ่านราคาสินค้าที่สูงขึ้น
หลังศาลมีคำตัดสิน บริษัทขนาดใหญ่หลายแห่งในสหรัฐฯ เริ่มยื่นขอคืนเงินภาษี โดย Amazon เปิดเผยว่าได้รับเงินคืนประมาณ 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้
ไบรอัน ออลซาฟสกี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ Amazon ระบุว่า บริษัทจะนำเงินบางส่วนคืนให้ลูกค้าในกรณีที่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเฉพาะรายการ และจะนำเงินส่วนที่เหลือไปใช้สนับสนุนการลดราคาสินค้า
อย่างไรก็ตาม ตามกฎหมายศุลกากรสหรัฐฯ ผู้มีสิทธิ์ขอคืนเงินคือผู้นำเข้าที่เป็นผู้ชำระภาษีโดยตรงเท่านั้น ทำให้การส่งต่อประโยชน์ไปยังผู้บริโภคขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละบริษัท
ข่าวที่เกี่ยวข้อง





