Cover Image

นักเรียนประถม สพฐ. ลดกว่า 3.28 แสนคนใน 4 ปี แม้ ม.ปลายเพิ่มสุทธิ จับตาฐานผู้เรียนมหา’ลัยช่วงปี 2576–2581 - การศึกษา ข่าว สอบตรง สมัครสอบ นักเรียน นักศึกษา ทุนการศึกษา เรียนต่อต่างประเทศ มหาวิทยาลัย โรงเรียน

นักเรียนประถม สพฐ. ลดกว่า 3.28 แสนคนใน 4 ปี แม้ ม.ปลายเพิ่มสุทธิ จับตาฐานผู้เรียนมหา’ลัยช่วงปี 2576–2581

เปิดสถิติ 5 ปีการศึกษา พบจำนวนนักเรียนสังกัด สพฐ. ลดลงเกือบ 4.5 แสนคน ประถมศึกษาลดมากที่สุดในเชิงจำนวน ขณะที่ก่อนประถมศึกษามีอัตราลดลงสูงสุด แม้ยอดมัธยมปลายเพิ่มเมื่อเทียบกับปี 2565 แต่จำนวน ม.6 ปีล่าสุดกลับลดลง สะท้อนความจำเป็นที่มหา’ลัยต้องติดตามผู้เรียนรายรุ่นและวางแผนระยะยาว

จำนวนนักเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. ลดลงจาก 6,626,068 คนในปีการศึกษา 2565 เหลือ 6,176,422 คนในปีการศึกษา 2569 ลดลง 449,646 คน หรือ 6.79% โดยระดับประถมศึกษามีจำนวนลดลงมากที่สุดถึง 328,613 คน

ข้อมูลดังกล่าวมาจากตารางสถิติที่เผยแพร่ในหน้า “สถิติข้อมูลทางการศึกษา ปีการศึกษา 2569/1” ของสำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน ครอบคลุมการเปรียบเทียบ 5 ปีการศึกษา ตั้งแต่ 2565–2569 หรือระยะห่างระหว่างปีต้นทางกับปีปลายทาง 4 ปี

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้เป็นข้อมูล เฉพาะนักเรียนสังกัด สพฐ. ไม่ใช่จำนวนนักเรียนทุกสังกัดทั่วประเทศไทย การนำไปวิเคราะห์ผลต่ออุดมศึกษาจึงต้องพิจารณาร่วมกับข้อมูลโรงเรียนเอกชน โรงเรียนสังกัดอื่น ผู้เรียนอาชีวศึกษา และอัตราการศึกษาต่อ.

ตรวจสอบข้อมูลและคำนวณเปรียบเทียบโดย Eduzones ณ วันที่ 11 ตุลาคม 2569

ประถมศึกษาลดมากที่สุด ก่อนประถมฯ ลดเร็วที่สุด

เมื่อเปรียบเทียบปีการศึกษา 2565 กับ 2569 พบว่าจำนวนนักเรียนเปลี่ยนแปลงแตกต่างกันตามระดับการศึกษา ดังนี้

ระดับการศึกษา ปี 2565 ปี 2569 เปลี่ยนแปลง เปลี่ยนแปลง (%)
ก่อนประถมศึกษา 871,546 734,982 −136,564 −15.67%
ประถมศึกษา 3,011,188 2,682,575 −328,613 −10.91%
มัธยมศึกษาตอนต้น 1,690,198 1,681,597 −8,601 −0.51%
มัธยมศึกษาตอนปลาย 1,053,136 1,077,268 +24,132 +2.29%
รวม 6,626,068 6,176,422 −449,646 −6.79%

หน่วย: คน ข้อมูลสังกัด สพฐ.; ร้อยละคำนวณจากผลต่างหารด้วยจำนวนปี 2565

ตัวเลขแสดงให้เห็นว่า ประถมศึกษาเป็นระดับที่ลดลงมากที่สุดในเชิงจำนวน ส่วน ก่อนประถมศึกษามีอัตราการลดลงสูงที่สุด ขณะที่มัธยมศึกษาตอนต้นเปลี่ยนแปลงค่อนข้างน้อย และมัธยมศึกษาตอนปลายเพิ่มขึ้นสุทธิเมื่อเทียบระหว่างปีต้นทางกับปีปลายทาง

การลดลงจึงไม่ได้เกิดพร้อมกันหรือมีขนาดเท่ากันในทุกระดับการศึกษา.

เปิดตัวเลขครบ 5 ปี: ประถมฯ ลดต่อเนื่อง แต่ม.ปลายมีขึ้นลง

ปีการศึกษา ก่อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมต้น มัธยมปลาย รวม
2565 871,546 3,011,188 1,690,198 1,053,136 6,626,068
2566 859,689 2,956,023 1,661,035 1,073,311 6,550,058
2567 818,497 2,875,979 1,667,458 1,076,233 6,438,167
2568 773,890 2,779,985 1,685,029 1,074,007 6,312,911
2569 734,982 2,682,575 1,681,597 1,077,268 6,176,422

หน่วย: คน ข้อมูลสังกัด สพฐ. จากตารางที่ 1 และตรวจสอบยอดนักเรียนกับตารางที่ 3

จำนวนนักเรียนก่อนประถมศึกษา ประถมศึกษา และยอดรวมลดลงทุกปีตลอดช่วงที่เปรียบเทียบ ส่วนมัธยมต้นและมัธยมปลายมีทั้งปีที่เพิ่มและปีที่ลด

สำหรับมัธยมปลาย จำนวนลดลงจากปี 2567 ไปปี 2568 ก่อนกลับมาเพิ่มในปี 2569 ดังนั้น คำอธิบายที่ตรงกับข้อมูลคือ “มัธยมปลายเพิ่มขึ้นสุทธิในช่วงปี 2565–2569” ไม่ใช่เพิ่มต่อเนื่องทุกปี.

ม.ปลายรวมเพิ่ม แต่ ม.6 ปีล่าสุดลดลง

ข้อมูลรายชั้นในตารางที่ 3 ช่วยให้เห็นรายละเอียดที่ยอดรวมระดับการศึกษาอาจไม่สะท้อน

นักเรียน ม.6 สังกัด สพฐ. ลดลงจาก 349,948 คนในปีการศึกษา 2568 เหลือ 344,227 คนในปีการศึกษา 2569 ลดลง 5,721 คน หรือ 1.63%

ในช่วงเดียวกัน นักเรียนมัธยมปลายรวมทั้ง ม.4–ม.6 เพิ่มขึ้นจาก 1,074,007 คน เป็น 1,077,268 คน หรือเพิ่ม 3,261 คน คิดเป็นประมาณ 0.30%

จึงเป็นไปได้ที่ ยอดมัธยมปลายรวมเพิ่ม แต่ผู้เรียนชั้นปลายทางซึ่งใกล้เข้าสู่การศึกษาต่อกลับลดลง เพราะยอดรวมประกอบด้วยนักเรียนสามชั้นปีที่มีจำนวนต่างกัน

สำหรับการวางแผนรับนักศึกษาปริญญาตรี มหา’ลัยจึงควรติดตามจำนวน ม.6 รายปี ผู้สำเร็จการศึกษาจริง และผู้เรียน ปวช. ที่มีสิทธิ์ศึกษาต่อ ควบคู่กับยอดมัธยมปลายรวม.

ทำไมประถมลด แต่ม.ปลายยังเพิ่มสุทธิ?

นักเรียนประถมและมัธยมปลายในปีเดียวกันเป็นผู้เรียนคนละรุ่น การลดลงของระดับหนึ่งจึงไม่ได้ส่งผลให้อีกระดับลดลงทันที

นอกจากนี้ จำนวนผู้เรียนในแต่ละสังกัดยังเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย ทั้งการเข้าเรียน การเลื่อนชั้น การเรียนต่อ การย้ายโรงเรียน การย้ายสังกัด และการเลือกเส้นทางสามัญหรืออาชีวศึกษา

ในเชิงวิเคราะห์ ตัวเลขที่พบสอดคล้องกับภาพของฐานผู้เรียนแต่ละรุ่นที่มีขนาดต่างกัน แต่ตารางนี้เพียงอย่างเดียวยังไม่สามารถแยกได้ว่า การเปลี่ยนแปลงเกิดจากโครงสร้างประชากร การย้ายสังกัด หรือปัจจัยอื่นในสัดส่วนเท่าใด

การอธิบายสาเหตุให้ครบจึงต้องเชื่อมข้อมูลประชากรรายอายุเข้ากับสถิติการศึกษาทุกสังกัดและข้อมูลการเปลี่ยนผ่านระหว่างระดับ โดยรายงานสถิติการศึกษาของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษามีทั้งข้อมูลผู้เรียน ผู้เข้าใหม่ ผู้สำเร็จการศึกษา อัตราการเรียนต่อ และข้อมูลประชากร ซึ่งใช้ประกอบการวิเคราะห์ได้.

เด็กประถมปี 2569 จะเข้ามหา’ลัยเมื่อใด?

หากใช้สมมติฐานว่า เลื่อนชั้นปีละหนึ่งระดับ เรียนต่อจนจบ ม.6 และเข้าปริญญาตรีทันทีในปีการศึกษาถัดไป นักเรียนประถมปีการศึกษา 2569 จะทยอยเข้าสู่อุดมศึกษาช่วง ปีการศึกษา 2576–2581

ชั้นเรียนในปี 2569 จำนวนนักเรียนสังกัด สพฐ. ปีการศึกษาที่คาดว่าจะเรียน ม.6 ปีการศึกษาที่คาดว่าจะเริ่มปริญญาตรี
ป.6 475,740 2575 2576
ป.5 462,565 2576 2577
ป.4 450,380 2577 2578
ป.3 449,855 2578 2579
ป.2 433,610 2579 2580
ป.1 410,425 2580 2581

จำนวนผู้เรียนมาจากตารางที่ 3 ของ สพฐ.; ปีปลายทางเป็นการคำนวณตามสมมติฐานของ Eduzones ไม่ใช่ประมาณการผู้เข้าเรียนมหา’ลัยของ สพฐ.

ตัวอย่างเช่น เด็ก ป.6 ปีการศึกษา 2569 จะเรียน ม.1 ในปี 2570 และ ม.6 ในปี 2575 ก่อนเข้าปริญญาตรีในปี 2576 หากเดินตามเส้นทางดังกล่าว

ด้วยเหตุนี้ การใช้ปีที่เด็กมีอายุประมาณ 18 ปีมาแทนปีเข้ามหา’ลัยโดยตรงอาจทำให้ช่วงเวลาคลาดเคลื่อน การวิเคราะห์เส้นทางการศึกษาควรนับจากชั้นเรียนและปีการศึกษาเป็นหลัก

ตารางนี้ยังแสดงว่า นักเรียน ป.1 ปี 2569 มี 410,425 คน เทียบกับ ป.6 จำนวน 475,740 คน อย่างไรก็ตาม ผู้เรียนสองชั้นนี้เป็นคนละรุ่น และจำนวนในตารางไม่ใช่จำนวนผู้ที่จะสมัครหรือเข้ามหา’ลัยจริงในอนาคต. สนผ.สพฐ

ยอดประถมลด 328,613 คน ไม่ใช่ผู้สมัครมหา’ลัยที่จะหายไปในปีเดียว

ผลต่าง 328,613 คน เป็นการเปรียบเทียบนักเรียนประถมรวมทั้งหกชั้น ระหว่างปี 2565 กับปี 2569 ซึ่งมีนักเรียนรุ่นใหม่เข้ามาและรุ่นเดิมเลื่อนออกไปตลอดช่วงเวลา

จึงไม่สามารถนำตัวเลขนี้ไปสรุปว่า มหา’ลัยจะมีผู้สมัครลดลง 328,613 คนในปีใดปีหนึ่ง หรือมีเด็กออกจากระบบการศึกษาเท่ากับจำนวนดังกล่าว

การประเมินฐานผู้เรียนอุดมศึกษาต้องติดตามแต่ละรุ่นต่อไป โดยพิจารณาอย่างน้อยเรื่องต่อไปนี้

ปี 2576–2581 จึงเป็นช่วงที่นักเรียนประถมในชุดข้อมูลปี 2569 จะทยอยถึงปลายทางตามสมมติฐาน ไม่ใช่คำยืนยันว่าผู้สมัครมหา’ลัยจะเริ่มลดในปี 2576 เท่านั้น เพราะฐานผู้เรียนรุ่นที่อยู่มัธยมศึกษาในปัจจุบันก็มีผลต่อการรับนักศึกษาก่อนถึงช่วงดังกล่าวแล้ว

มหา’ลัยควรใช้ข้อมูลนี้วางแผนอย่างไร?

ในเชิงข้อเสนอของ Eduzones สถาบันอุดมศึกษาควรใช้ข้อมูลรายรุ่นเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนระยะยาว โดยไม่อาศัยยอดผู้สมัครปีล่าสุดเพียงอย่างเดียว

1. ประเมินฐานผู้เรียนตามพื้นที่รับนักศึกษาจริง

มหา’ลัยแต่ละแห่งมีพื้นที่รับนักศึกษาหลักต่างกัน จึงควรเชื่อมข้อมูลนักเรียน ม.6 และ ปวช. ในจังหวัดหรือภูมิภาคนั้นกับจำนวนผู้สมัครและผู้เข้าเรียนจริงย้อนหลัง เพื่อเห็นแนวโน้มที่เกี่ยวข้องกับสถาบันโดยตรง

2. วางแผนหลายกรณีล่วงหน้า

ควรประเมินทั้งกรณีฐานผู้เรียนลดลง อัตราการเรียนต่อเพิ่มขึ้น หรือมีผู้เรียนกลุ่มใหม่เข้ามา พร้อมทบทวนจำนวนรับ บุคลากร ห้องเรียน และงบประมาณตามสถานการณ์ แทนการใช้ตัวเลขคาดการณ์ชุดเดียวตัดสินอนาคตของทุกหลักสูตร

3. ทบทวนหลักสูตรจากความต้องการและคุณภาพ

การปรับจำนวนรับหรือพัฒนาหลักสูตรควรพิจารณาทั้งความสนใจของผู้เรียน ผลลัพธ์การเรียนรู้ ความต้องการแรงงาน และศักยภาพการจัดการศึกษา ไม่ควรใช้จำนวนผู้สมัครต่ำเป็นเหตุผลเดียวในการตัดสินคุณค่าของสาขา

4. ขยายโอกาสเรียนรู้สำหรับผู้เรียนหลายช่วงวัย

หลักสูตรระยะสั้น การเพิ่มทักษะสำหรับวัยทำงาน การสะสมหน่วยกิต และเส้นทางกลับเข้าสู่การศึกษา อาจช่วยให้มหา’ลัยรองรับผู้เรียนหลากหลายขึ้น แต่ต้องออกแบบให้ตอบโจทย์จริง ทั้งเวลาเรียน ค่าใช้จ่าย และการรับรองผลการเรียนรู้

5. ช่วยให้ผู้เรียนที่มีศักยภาพเข้าถึงและเรียนจนจบ

ทุนการศึกษา ระบบแนะแนว การช่วยเหลือด้านค่าครองชีพ และการดูแลผู้เสี่ยงหลุดจากการศึกษา เป็นอีกส่วนสำคัญของการรักษาโอกาสเรียนต่อ การรับมือฐานผู้เรียนที่เปลี่ยนไปจึงควรครอบคลุมทั้งการรับเข้าและการสนับสนุนให้สำเร็จการศึกษา

ข้อมูล สพฐ. ชุดนี้ให้สัญญาณชัดว่าฐานนักเรียนระดับต้นกำลังลดลงต่อเนื่อง ขณะที่ระดับมัธยมยังมีความแตกต่างระหว่างชั้นและระหว่างปี สำหรับมหา’ลัย โจทย์สำคัญคือการติดตามผู้เรียนให้ละเอียดถึงรายรุ่น แล้วนำข้อมูลไปปรับแผนการศึกษาให้ทันกับความเปลี่ยนแปลง


แหล่งข้อมูลและวิธีคำนวณ

Back To Top