Cover Image

พาณิชย์สกัดสวมสิทธิถิ่นกำเนิดสินค้า เพิ่มบัญชีเฝ้าระวัง 274 พิกัด จ่อคุย USTR ปลาย ส.ค.

กรมการค้าต่างประเทศยืนยันไทยเดินหน้าป้องกัน “Transshipment” ต่อเนื่อง เพิ่มความเข้มข้นตรวจสอบแหล่งผลิต-ผู้ประกอบการ ขยายสินค้าเฝ้าระวังร่วมกับ CBP จาก 194 เป็น 274 พิกัดศุลกากร เตรียมใช้ AI ผ่านระบบ ROVERs Plus ประเมินความเสี่ยง พร้อมจับมือกรมศุลกากรพบ USTR วันที่ 28-31 ส.ค. 2569 ย้ำการค้าพุ่งไม่ใช่หลักฐานสวมสิทธิ ต้องตรวจสอบจากข้อเท็จจริง

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยถึงข้อกังวลของสหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับการส่งสินค้าผ่านประเทศที่สาม (Transshipment) และการแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้าเพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการทางการค้าว่า ไทยตระหนักถึงความสำคัญและความเสี่ยงของปัญหาดังกล่าว และให้ความสำคัญกับการป้องกันไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นช่องทางหลีกเลี่ยงมาตรการทางการค้าของประเทศคู่ค้า

“ไทยตระหนักถึงความเสี่ยงเรื่อง transshipment และให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง หากพบการแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้าหรือการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ไทยพร้อมดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมยกระดับการตรวจสอบและความร่วมมือกับหน่วยงานของสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง โดยกรมการค้าต่างประเทศติดตามรายงานและท่าทีของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด”

เพิ่มบัญชีเฝ้าระวังเป็น 274 พิกัด

นางอารดากล่าวว่า ที่ผ่านมา กรมการค้าต่างประเทศและกรมศุลกากรได้รายงานความคืบหน้าและชี้แจงมาตรการต่อสำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ (CBP) อย่างต่อเนื่อง โดยไทยเพิ่มความเข้มข้นของการตรวจสอบหลายด้าน

ทั้งการเชื่อมโยงข้อมูลการผลิตและข้อมูลผู้ประกอบการร่วมกับกรมศุลกากร กรมโรงงานอุตสาหกรรม และพาณิชย์จังหวัด การลงพื้นที่ตรวจสถานประกอบการ การตรวจสอบย้อนหลังถิ่นกำเนิดสินค้า ตลอดจนดำเนินมาตรการกับผู้ประกอบการที่ตรวจพบการกระทำผิด

ล่าสุด กรมการค้าต่างประเทศได้เพิ่มรายการสินค้าเฝ้าระวังร่วมกับ CBP จากเดิม 49 รายการ 194 พิกัดศุลกากร เป็น 67 รายการ 274 พิกัดศุลกากร มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569

พร้อมกันนี้ อยู่ระหว่างเตรียมพัฒนาระบบ ROVERs Plus โดยนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงด้านถิ่นกำเนิดสินค้า รวมถึงได้อบรมผู้ประกอบการเกี่ยวกับกฎถิ่นกำเนิดสินค้าและ Local Content แล้วกว่า 2,000 ราย

นางอารดาระบุว่า มาตรการดังกล่าวสะท้อนว่าไทยไม่ได้เพิ่งเริ่มแก้ไขปัญหา Transshipment แต่ได้ยกระดับระบบตรวจสอบมาอย่างต่อเนื่อง

28-31 ส.ค. คุย USTR ย้ำมาตรการไทย

ระหว่างวันที่ 28-31 สิงหาคม 2569 กรมการค้าต่างประเทศและกรมศุลกากรจะพบกับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) เพื่อสื่อสารให้ฝ่ายสหรัฐฯ รับทราบถึงมาตรการและความมุ่งมั่นของไทยในการป้องกันและยกระดับการแก้ไขปัญหา Transshipment อย่างเป็นรูปธรรม

นางอารดากล่าวว่า การประเมินปัญหาจำเป็นต้องพิจารณาจากข้อมูลและข้อเท็จจริง โดยเฉพาะกรณีที่มูลค่าการค้าปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจเป็นสัญญาณให้ต้องตรวจสอบ แต่ไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานยืนยันได้ทันทีว่ามีการหลีกเลี่ยงมาตรการทางการค้า

“การค้าเพิ่มขึ้นอาจเป็นสัญญาณที่ควรตรวจสอบ แต่ไม่ใช่หลักฐานว่ามีการหลีกเลี่ยงมาตรการทางการค้า เพราะการเปลี่ยนแปลงห่วงโซ่อุปทานอาจเกิดจากการลงทุนใหม่ การย้ายฐานการผลิต หรือการเพิ่มกำลังการผลิตที่เป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่แท้จริง”

ดังนั้น สิ่งสำคัญคือต้องแยกกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริงออกจากการแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้าหรือการหลีกเลี่ยงมาตรการทางการค้า โดยการประเมินสถานการณ์และขนาดของปัญหาต้องอาศัยข้อมูลจริง รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับสหรัฐฯ เพื่อแยกแยะความเสี่ยง ตรวจสอบข้อเท็จจริง และแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด

ย้ำจัดการคนผิด-ไม่เพิ่มภาระธุรกิจสุจริต

นางอารดากล่าวย้ำว่า ไทยพร้อมทำงานร่วมกับสหรัฐฯ อย่างสร้างสรรค์ บนพื้นฐานของข้อมูล ข้อเท็จจริง และหลักฐานที่สามารถตรวจสอบได้ เพื่อจัดการกับผู้กระทำผิดอย่างตรงจุด

ขณะเดียวกัน การดำเนินมาตรการจะต้องไม่สร้างภาระที่ไม่จำเป็นให้แก่ผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจโดยสุจริต และจะส่งเสริมการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานโลกที่โปร่งใสและน่าเชื่อถือ

Back To Top