Cover Image

กบ ปภัสรา ควง เอ๋ เผยเคล็ดลับรัก 27 ปี ฝ่าวิกฤตป่วยหนัก 8 เดือน ดูแลไม่ห่าง

กบ ปภัสรา ควง “ดร.เอ๋ พรเทพ” สามีและ น้องเหนือ ลูกสาว ออกงานรับรางวัลใหญ่ เผยเคล็ดลับรักหวาน 27 ปี ฝ่าวิกฤตป่วยหนัก 8 เดือน คู่ชีวิตดูแลไม่ห่าง

ครอบครัวเตชะไพบูลย์สุดอบอุ่น “กบ ปภัสรา” ควงแขนสามี “ดร.เอ๋ พรเทพ” และลูกสาวสุดที่รัก “น้องเหนือ ดิสรยา” ร่วมงานประกาศรางวัล PATTAYA INTERNATIONAL FILM FEST 2026 เผยกับสื่อมวลชนถึงความภูมิใจลูกสาวเติบโตและทำงานด้วยตัวเอง ด้านคุณแม่เปิดใจเคล็ดลับชีวิตคู่ 27 ปีไม่มีเก่า พร้อมเล่าช่วงเวลาแห่งความยากลำบากหลังสามีป่วยหนัก 8 เดือน แต่ใช้ “ชีวิตคู่” จับมือฝ่าฟันจนกลายเป็น “คู่ชีวิต” ที่แท้จริง

มาร่วมแสดงความยินดี กับน้องเหนือ วันนี้ได้รางวัล?
กบ : “เขาบอกมาว่าลูกจะรับรางวัล พ่อแม่ก็ดีใจ ก็มา แต่ยังไม่รู้เลยได้รางวัลอะไร(หัวเราะ) แต่ว่ามาค่ะ แต่ถึงจะได้ไม่ได้ ทุกครั้งถ้ามางาน เราสองคนก็จะเป็นกำลังใจให้กับลูกเสมอและตลอดเวลาอยู่แล้วค่ะ”

ภูมิใจไหม น้องเหนืออายุยังน้อย เข้าวงการมา แล้วก็แบบมาทำงานในวงการ แล้วได้รางวัล?
กบ : “มนุษย์แม่ก็ต้องภูมิใจอยู่แล้วล่ะ แล้วก็… แต่มันนอกเหนือจากความภูมิใจนั่นก็คือว่า เขาสามารถทำทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง”
เอ๋ : “ภูมิใจแล้วก็เป็นห่วงด้วย”
กบ : “ไม่ได้พึ่งเราสองคน ในความคิดความอ่าน ในการวางแผน ในการบริหารจัดการทุกอย่าง เราก็คิดไม่ถึงว่าเขาจะสามารถทำได้ ต้องบอกก่อนนะเพราะว่าด้วย ตอนที่เขาเป็นวัยเด็กเราก็รู้อยู่ว่าเขาไม่สนใจอาชีพนักแสดง ไม่สนใจอะไรเลย อยู่ๆ พอมาวันหนึ่งเขาบอกเขาจะทำงานด้านนี้ แล้วเขาก็ทำเอง คิดเอง ปฏิบัติ ทำทุกอย่าง

แต่ว่าจะมีคำปรึกษา ก็แค่มารับฟังจากแม่ว่า 1.คุณแม่ถ้าทำอันนี้โอเคไหม 2.คุณแม่หนูจะทำแบบนี้ใช้ได้ไหม 3.ถ้ามันเป็นอารมณ์อย่างนี้ หนูจะเดินไปได้ไหม ส่วนใหญ่เราก็จะอยู่ข้างหลัง แล้วก็แค่นำทางเขา แล้วสุดท้ายเขาก็จะเป็นคนตัดสินใจเอง”
เอ๋ : “ลูกมาแล้ว”
กบ : “ทุกคนกำลังถามถึงลูกอยู่พอดี เรื่องงาน”

เพิ่งครบรอบแต่งงาน 27 ปี ทำยังไงให้หวานสม่ำเสมอ?
เอ๋ : “แป๊บเดียวเวลาผ่านไป เหมือนสายฟ้าแลบ (หัวเราะ)”
กบ : “ความรักของเราไม่เก่าเลยค่ะ 27 ปี เรามีแต่เราก็รักกันมากขึ้น การเรียนรู้การใช้ชีวิต ไม่น้อยนะ 27 ปีถือว่าไม่น้อยในชีวิตคู่ สำหรับคนสองคนที่ไม่ได้เคยรู้จักกันมาก่อน ในเวลาแค่ 2 เดือนแล้วแต่งงานกัน แล้วก็มีผลผลิตมาคือคนๆ นี้ ก็เลยมองว่า ชีวิตคู่มันไม่มีอะไรตายตัวนะคะ เราเรียนรู้กันในทุกๆ วัน รู้จักรัก รู้จักให้ แล้วก็ให้อภัยซึ่งกันและกัน แล้วก็คุยกัน คือครอบครัวเรามีแค่นี้จริงๆ นะ มันไม่มีอะไรอย่างอื่นมาก แล้วพอวันหนึ่งเรามีคนที่สามในครอบครัวมาคือเขาเนี่ย”
เหนือ : “พูดเหมือนหนูมาแทรกแซง (หัวเราะ) บุคคลที่สาม”
กบ : “คำพูดอาจจะเป็นอย่างนั้นนะลูก แต่ไม่ใช่ บุคคลที่สามคือลมหายใจของแม่กับป๊าไงลูก เมื่อมีเขาปุ๊บเนี่ย ในเราสองคนความรักมันไม่ได้หายไปนะ เรากลับมากขึ้นๆ ส่วนหนึ่งเราอยู่ที่เขาหมดแล้ว 100% นะคะ และส่วนเราสองคนไม่ได้มีอะไรตกหล่น เราเรียนรู้กันว่าเรามีเขาแล้ว

เราก็ต้องดูแลเขาหมด 100% แต่ในชีวิตรักของเรา ไม่ได้หายไป เรายังใช้ชีวิตปฏิบัติเหมือนคู่รักเหมือนเดิมปกติ กินข้าวเย็นกัน คุยกันยังเหมือนเดิมค่ะ ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยน อาจจะมีบ้างช่วงเหนื่อยๆ ช่วงลูกทำงาน เลยไม่ค่อยมีเวลาเจอกัน กบก็จะไปกองกับลูก ไปดูแลลูก มีอยู่ช่วงหนึ่งพี่เอ๋ไม่ค่อยสบาย เราก็ดูแลกัน คือวันหนึ่งเราจะไปเห็นสิ่งที่ว่าชีวิตคู่ กับคู่ชีวิตเนี่ย มันไม่เหมือนกัน คู่ชีวิตคือคู่ชีวิต แต่ชีวิตคู่เนี่ย มันก็ไปได้เรื่อยๆ ของมัน

วันหนึ่งที่พี่เอ๋ไม่สบาย เราอยู่กับเขา อยู่โรงพยาบาลเหมือนบ้าน แล้ววันหนึ่งเราก็กลับ เฮ้ย เราจะเดินทางกันยังไงดี 2 คน ตายาย จะเดินได้ไหม มันจะจิตตกอยู่ช่วงนั้นค่ะ แต่พวกเราก็ต่อสู้กันมา จนตอนนี้ปกติเหมือนเดิมทุกอย่าง กบคุยกับลูก คือน้องเหนือก็จะเหนื่อยอีกแบบหนึ่ง ทำงานพอวันธรรมดาปุ๊บเนี่ย น้องเหนือต้องมาเฝ้าป๊าแทนแม่ แม่ไปดูคอนเสิร์ต ก็จะสลับอย่างงี้ พอตอนเย็นน้องเหนือก็มานอนนะ ดูแลป๊าแทนแม่ แม่ก็ไปทำงาน แล้วก็สลับกันไปอย่างงี้ แต่มันกลายเป็นความสุข มันเป็นชีวิตที่… เป็นชีวิตจริงๆ ค่ะ มันก็เลยได้เรียนรู้ในการใช้ชีวิตคู่ด้วย”

พี่เอ๋ล่ะ 27 ปี หวานเหมือนเดิมไหม?
กบ : “หวานเหมือนเดิมไหมคะ”
เอ๋ : “มันก็เปลี่ยนไปนิดหน่อย เปลี่ยนเป็นความรักและเคารพ (หัวเราะ) เขาเป็นคนทุ่มเทให้กับครอบครัว อย่างผมไม่สบายอยู่ 8 เดือนเนี่ย นอนอยู่บนเตียง เขาก็มาทุกวัน แล้วก็ลุกไม่ได้ เราก็มองลูกว่าก็รู้สึกถึงครอบครัว ความอบอุ่นตรงนั้นแหละ ทั้งลูก ทั้งแม่ก็กลับกันมา แล้วมันผ่านพ้นไปได้ แต่ว่ามันก็ยังไม่ค่อยดีมาก อายุเราก็มากแล้ว ได้เห็นลูกได้พัฒนา แล้วก็เขาประสบความสำเร็จ อย่างสูงๆ แต่ว่าก็ต้องฝากสนับสนุนแฟนคลับเขาหน่อย ฝากให้ช่วยดูแลแทน แก่แล้ว (หัวเราะ)”

กบ : “กบต้องฝากพี่ๆ สื่อมวลชน พี่ๆ ช่างภาพ พี่ๆ อินเตอร์แฟน พี่แฟนคลับเนี่ย คือดูแลเขาแทนเรา คือกบอ่ะจะต้องดูแลป๊า ส่วนที่เหลืองั้นก็ฝากดูแลน้องเหนือด้วย แตงกวาด้วย ทั้งสองคน ช่วยประคบประหงมไป”

ช่วงที่พี่เอ๋ป่วยเนี่ย เป็นช่วงที่ยากลำบากของครอบครัว?
เอ๋ : “ได้ใกล้ชิดกันมาก รักกันมาก ได้ดูแลกัน
กบ : “คือต้องบอกก่อนว่า เราอ่ะไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อน 8 เดือน แล้วเราก็ไม่คิดว่าจะเจอครอบครัวเรา วันๆ หนึ่งที่เราเคยเห็นคนที่อยู่ข้างตัวเรา สุขภาพร่างกายแข็งแรง แล้วมาวันหนึ่งเหมือนจะเดินไม่ได้ มันก็ทำให้เรารู้สึกว่า เราไม่เคยเจอความทุกข์แบบนี้ แล้วเราจะอยู่กันยังไง ตอนนั้นมันงงนะ ช่วงแรกงง งงเสร็จแล้วแต่เราก็บอกว่า ไม่เป็นไร เราจะต้องผ่านช่วงวิถีชีวิตตรงนี้ไปให้ได้ในช่วงเวลานั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือกำลังใจคนข้างตัว

ซึ่ง ณ เวลานั้น งานกบก็เยอะ น้องเหนือก็เยอะ แต่กบไม่เคยให้มีพยาบาลมาเฝ้าเลย กบเฝ้าทุกคืน อยู่โรงพยาบาลทุกคืน โรงพยาบาลเหมือนบ้านเลยค่ะ คนนี้ก็บอก“เกรงใจ กบต้องทำงาน ถ้ากบเหนื่อย เดี๋ยวพี่จ้างพยาบาลพิเศษก็ได้ เดี๋ยวพี่อย่างนู้น” เราก็จะบอกว่า “ไม่ มันเป็นหน้าที่ของกบ ไม่ใช่หน้าที่ของพยาบาล” เราก็ใช้ชีวิตมา ถึงได้บอกว่า เนี่ยแหละค่ะ คือความรักชีวิตคู่ กับคู่ชีวิต มันจะไม่เหมือนกันค่ะ”

พี่เอ๋รู้สึกไหม ว่าความรักมากขึ้น เพิ่มขึ้น จากที่รักอยู่แล้ว รักมากกว่าเดิมเลย?
เอ๋ : “ก็ จริงๆ รักเนี่ย วันแรกจนถึงวันนี้ แล้วก็… ขนาดอยู่ใกล้ๆยังคิดถึง คิดดูสิ (หัวเราะ) ไม่หรอกมันก็ก็เป็นอะไรที่ ปรับตัวกันได้อ่ะ เนอะ เราก็เคยอีกแบบหนึ่ง สบายๆ เนอะ บินออกนอกกรง วันนี้ก็อยู่ในกรง แล้วก็รู้สึกว่ามีความอบอุ่น อีกแบบหนึ่ง แล้วก็เป็นชีวิตที่ ที่คิดว่าทุกคน ก็เป็นความใฝ่ฝันของทุกคนแหละ คุยกับเพื่อนๆ ก็เหมือนกันว่า เออ ชีวิตครอบครัวตอนอายุมากมันก็มีคนดูแลเรา แล้วโดยเฉพาะที่เป็นครอบครัวของเราเอง มันก็ทำให้เรามีความ มั่นใจ อบอุ่น แล้วก็มีความไว้วางใจมากกว่าที่จะไปมีพยาบาลมา แต่ว่าไอ้ความรักมันก็อยู่ตรงนั้นแหละ มันไม่เคย มันไม่เคยไปไหน แล้วก็ตอนนี้ก็เป็นห่วง เป็นห่วงลูก”

กบ : “วันนี้เป็นห่วงแค่คนนี้ ไม่ได้ห่วงเราสองคนละ (หัวเราะ)”
เอ๋ : “คือทำอะไร เขาก็บินออกจากกรง แล้วเขาก็ ไปไหนก็ไม่รู้ ไปผจญอะไรบ้าง ถึงแม้เขาผจญเนี่ย ก็หวังว่าสิ่งที่เขาผจญเนี่ยจะเป็นสิ่งที่เขาเรียนรู้ ทำให้เขาแก้ไขปัญหาในอนาคต ซึ่งเราก็บอกว่าไม่ต้องห่วง ล้มลงไปเนี่ย ลูกลุกขึ้นมา เราอยู่ข้างหลังลูกแน่นอน ไม่ต้องห่วง”

น้องเหนือล่ะ ป๊ากับแม่เป็นห่วงมากเลย ตรงนี้เราจะให้คำสัญญา หรือบอกป๊ากับแม่ยังไงบ้างว่า ไม่ต้องห่วงนะ ดูแลตัวเองได้?
เหนือ : “ดูแลตัวเองไม่ได้ค่ะ (หัวเราะ) อยากให้ป๊ากับแม่ดูแลต่อไป ยังไงก็ขาดป๊ากับแม่ไม่ได้แน่นอน เพราะว่าถ้าไม่มีป๊ากับแม่ ก็ไม่มีเหนือในวันนี้ คือว่าอาจจะทำหลายๆ อย่างด้วยตัวเอง แต่ว่าการเรียนรู้หรือทางเดินที่ผ่านมา ก็จะไม่มาถึงตรงนี้ถ้าไม่มีป๊ากับแม่คอยซัพพอร์ต และเดินไปด้วยกันกับเหนือ ดังนั้น ก็จะบอกว่า คือเหนือเชื่อว่า เหนือสามารถเติบโตไปได้ในวันหนึ่งที่เหนืออาจจะยืนได้ด้วยขาตัวเอง แต่ก็ต้องขอบคุณที่ผ่านมา Clean Slate เดินมาได้ถึงจุดๆ นี้ ก็คือเพราะป๊ากับแม่จริงๆ ก็เลยอยากจะบอกว่า ก็ถึงในวันหนึ่งก็คงไม่ต้องเป็นห่วงแล้ว ถ้าสามารถที่จะยืนได้ด้วยตัวเอง เดินได้ด้วยตัวเอง ก็อยากจะทำให้ป๊ากับแม่ภูมิใจค่ะ”
กบ : “น่ารัก ขอบคุณค่ะ”

Back To Top