เด่นหล้า ทุ่ม 25 ล้าน เปิด "Denla Learning Commons" ปรับโมเดลการศึกษาปฐมวัย รับโจทย์ผู้ปกครองยุค AI
เด่นหล้า ทุ่ม 25 ล้าน เปิด “Denla Learning Commons” ปรับโมเดลการศึกษาปฐมวัย ชวนเด็ก “คิด-เล่น-ลงมือทำ” เตรียมพร้อมโลกอนาคต รับโจทย์ผู้ปกครองยุค AI

ผศ.ดร.ต่อยศ ปาลเดชพงศ์ กรรมการบริหารกลุ่มโรงเรียนเด่นหล้า และโรงเรียนอนุบาลเด่นหล้า (สาขาเพชรเกษม) เปิดเผยว่า ทิศทางการศึกษากำลังเปลี่ยนแปลงไปตามบริบทของโลก โดยเฉพาะการศึกษาระดับปฐมวัย ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญของการพัฒนาสมองและการเรียนรู้ ส่งผลให้ผู้ปกครองมีความคาดหวังต่อโรงเรียนแตกต่างจากในอดีต
ที่ผ่านมา โรงเรียนเด่นหล้าเป็นที่รู้จักในฐานะโรงเรียนที่เตรียมความพร้อมเด็กเข้าสู่โรงเรียนประถมชั้นนำ แต่ปัจจุบันผู้ปกครองไม่ได้ให้ความสำคัญกับผลสอบเพียงอย่างเดียว หากต้องการโรงเรียนที่ช่วยให้เด็กค้นพบศักยภาพของตนเอง คิดเป็น กล้าสื่อสาร และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้
ด้วยเหตุนี้ โรงเรียนอนุบาลเด่นหล้า เพชรเกษม จึงลงทุนกว่า 25 ล้านบาท พัฒนา Denla Learning Commons บนพื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตร เพื่อเป็นพื้นที่การเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้เด็กเรียนผ่านการเล่น การทดลอง และการลงมือปฏิบัติจริง
พื้นที่ดังกล่าวแบ่งออกเป็น 5 โซน ประกอบด้วย Wonder Garden สำหรับพัฒนาการคิดและจินตนาการผ่าน LEGO และ Minecraft Education, Sound Garden สำหรับกิจกรรมด้านดนตรีและการแสดงออก, Discovery Garden ที่เน้นการพัฒนาด้านภาษาและการสื่อสาร, Play Zone เมืองจำลองสำหรับเรียนรู้การใช้ชีวิตผ่านการสวมบทบาท เช่น ร้านกาแฟ โรงพยาบาล ซูเปอร์มาร์เก็ต และสถานีดับเพลิง รวมถึง Kids Club สำหรับเด็กอายุ 6 เดือนถึง 3 ปี ที่เปิดโอกาสให้เด็กเรียนรู้ร่วมกับผู้ปกครอง
ผศ.ดร.ต่อยศ กล่าวว่า การพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวมีเป้าหมายให้เด็กได้ลองผิดลองถูก กล้าคิด กล้าถาม และค้นพบสิ่งที่ตนเองสนใจ เพราะเชื่อว่าทักษะเหล่านี้จะเป็นพื้นฐานสำคัญในการใช้ชีวิตในอนาคต
นอกจากนี้ โรงเรียนยังได้ศึกษาพฤติกรรมของครอบครัวยุคใหม่ผ่าน Denla Early Childhood Insights และพบว่า ผู้ปกครองให้ความสำคัญกับ 5 ประเด็นหลัก ได้แก่ การเรียนรู้ที่เหมาะกับเด็กแต่ละคน การมีพื้นที่ให้เด็กเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง การพัฒนาทักษะที่ AI ไม่สามารถทดแทนได้ เช่น ความคิดสร้างสรรค์ การสื่อสาร และการทำงานร่วมกับผู้อื่น การปลูกฝังทักษะแห่งอนาคตตั้งแต่วัยเด็ก และการเปิดโอกาสให้เด็กค้นพบความถนัดของตนเอง
“เมื่อก่อนหลายครอบครัวอาจเลือกโรงเรียนจากสถิติการสอบเข้า แต่วันนี้สิ่งที่พ่อแม่มองหาคือ โรงเรียนที่ช่วยให้ลูกมีความสุขกับการเรียนรู้ และเติบโตได้เต็มศักยภาพ” ผศ.ดร.ต่อยศ กล่าว
ผศ.ดร.ต่อยศ กล่าวว่า การเปิด Denla Learning Commons ไม่ใช่เพียงการเพิ่มพื้นที่การเรียนรู้แห่งใหม่ แต่สะท้อนทิศทางการปรับตัวของการศึกษาปฐมวัยให้สอดรับกับโลกยุค AI จากรูปแบบการเรียนที่เน้นการท่องจำและเร่งวิชาการ ไปสู่การสร้างทักษะชีวิตและทักษะการเรียนรู้ที่สามารถต่อยอดได้ในระยะยาว
“เพราะในวันที่ AI อาจช่วยตอบคำถามได้เกือบทุกเรื่อง สิ่งที่ยังเป็นหน้าที่ของมนุษย์ คือการคิดอย่างสร้างสรรค์ การเข้าใจผู้อื่น การสื่อสาร และการกล้าลงมือทำ ซึ่งล้วนเป็นทักษะที่ต้องเริ่มต้นตั้งแต่วัยเด็ก และเป็นเหตุผลที่ทำให้หลายโรงเรียนเริ่มปรับแนวทางการเรียนรู้ให้สอดรับกับโลกยุคใหม่มากขึ้น”