‘สรรพากร’ จ่อตรวจสอบรายได้มูลนิธิวัดพุทไธศวรรย์ เตรียมหารือ ‘สำนักพุทธฯ’ 22 ก.ย. นี้ ปิดช่องโหว่ e-Donation
กรมสรรพากรจ่อตรวจสอบรายได้มูลนิธิวัดพุทไธศวรรย์ เตรียมหารือสำนักพุทธฯ ในวันที่ 22 ก.ย.นี้ เพื่อปิดช่องโหว่ระบบ e-Donation และย้ำหลักการปฏิบัติตามกฎหมายภาษีที่ถูกต้องสำหรับวัด
วันนี้ (10 กันยายน) สมศักดิ์ อนันทวัฒน์ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า กรมสรรพากรเตรียมหารือสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ในวันที่ 22 กันยายนนี้ เกี่ยวกับประเด็นเรื่อง e-Donation และเรื่องหน้าที่ของวัดในการปฏิบัติตามกฎหมายภาษีให้ถูกต้อง หลังเกิดกรณีอื้อฉาวเกี่ยวกับพฤติกรรมฟอกเงินวัดและเบียดบังทรัพย์ของเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์
สมศักดิ์ยังย้ำว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นมา กรมสรรพากรกำหนดให้องค์การสาธารณกุศล เช่น วัด มูลนิธิ และสมาคม รับบริจาคผ่านระบบ ‘e-Donation เท่านั้น’ หากผู้บริจาคต้องการนำเงินบริจาคไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษี
สมศักดิ์ระบุว่า สำหรับกรณีวัดที่เป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ กรมสรรพากรเตรียมเข้าไปติดตามดูรายได้ของมูลนิธิของวัดดังกล่าว เนื่องจากมูลนิธิหรือสมาคมที่ไม่ใช่องค์การสาธารณกุศล ถ้ามีรายได้ที่ไม่ใช่เงินบริจาค มีหน้าที่ต้องเสียภาษี ผ่านการยื่นแบบ ภ.ง.ด.55 ขณะที่เงินบริจาคยังได้รับยกเว้นภาษีตามเงื่อนไข
พร้อมเปิดเผยข้อมูลว่า ปัจจุบันมีศาสนสถานประมาณ 46,000 แห่งเข้าสู่ระบบ e-Donation แล้ว โดยจำนวนนี้เป็นวัดพุทธประมาณ 43,000 แห่ง จากวัดพุทธทั่วประเทศราว 45,000 แห่ง คิดเป็นเกือบ 99%
สำหรับยอดเงินบริจาคผ่าน e-Donation ทั้งระบบ ซึ่งรวมวัด โรงเรียน โรงพยาบาล มูลนิธิ และสมาคม ปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 34,000 ล้านบาท ขณะที่ปี 2569 มียอดสะสมประมาณ 23,000 ล้านบาท
ขณะที่ สลักจิต พงษ์ศิริจันทร์ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกรรมทางการเงินการธนาคาร) กรมสรรพากร กล่าวย้ำว่า ‘ประชาชนผู้บริจาคเงิน’ ถือเป็นส่วนสำคัญที่สุดในเพิ่มความโปร่งใสในกระบวนการบริจาคเงินให้ศาสนสถาน โดยอธิบายว่า การบริจาคเงินผ่านการสแกน QR Code ในระบบ e-Donation ธุรกรรมจะถูกบันทึกเข้าระบบของกรมสรรพากร ทำให้สำนักพุทธฯ เข้ามาตรวจสอบได้
ABOUT THE PHOTOGRAPHER
ชาติกล้า สำเนียงแจ่ม
ช่างภาพข่าว ประจำสำนักข่าว THE STANDARD