Cover Image

สธ.ระดมช่วยเหลือ 22 จังหวัด ‘น้ำท่วม’ รุกดูแลกลุ่มเปราะบางกว่า 5.5 พันราย ปรับ 5 ข้อสั่งการรับมือตลอด 24 ชม. - ข่าวสด

สธ.ระดมช่วยเหลือ 22 จังหวัด ‘น้ำท่วม’ รุกดูแลกลุ่มเปราะบางกว่า 5.5 พันราย ปรับ 5 ข้อสั่งการรับมือตลอด 24 ชม.

วันที่ 27 ก.ย.2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข เป็นประธานการประชุมทางไกลติดตามสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม และกล่าวว่า ได้กำชับให้ดูแลช่วยเหลือประชาชนใน 22 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เบื้องต้นได้ให้การดูแลแล้ว 5,512 ราย แบ่งเป็น ผู้ป่วยติดเตียง 262 ราย หญิงตั้งครรภ์ 8 ราย ผู้พิการ 251 ราย เด็ก 413 ราย ผู้สูงอายุ 2,819 ราย ผู้ป่วยฟอกไต 16 ราย จิตเวชเรื้อรัง 9 ราย และอื่นๆ 1,734 ราย จัดบริการทางการแพทย์รวม 4,622 ครั้ง

ทั้งเยี่ยมบ้านผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ ให้สุขศึกษา คำปรึกษา บริการตรวจรักษา รับยา-แจกยา ส่งต่อผู้ป่วย และประเมินสุขภาพจิต โดยจากการคัดกรองสุขภาพจิตรวม 3,139 ราย พบเครียดสูง 8 ราย ได้รับการดูแลจิตใจตามระบบ และมีการสนับสนุนยาและเวชภัณฑ์ให้แก่ประชาชนรวม 23,739 รายการ ได้แก่ ยาชุดช่วยเหลือ 3,258 รายการ ยาสามัญประจำบ้าน 1,022 รายการ ยารักษาน้ำกัดเท้า 15,989 รายการ เสื้อชูชีพ 10 รายการ รองเท้าบูท 357 รายการ และยากันยุง 3,001 รายการ ซึ่งองค์การเภสัชกรรมยังมีสำรองอีกหลายแสนชุดพร้อมที่จะจัดส่งลงพื้นที่

นอกจากนี้ ยังส่งทีมสนับสนุนการเปิดบริการศูนย์พักพิง 106 แห่ง ใน 8 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี จันทบุรี ชลบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ ระยอง และนครราชสีมา รวมรองรับได้ 5,105 คน มีผู้รับบริการสะสม 1,925 คน

นายพัฒนา กล่าวต่อว่า โรงพยาบาลที่ได้รับผลกระทบรวม 32 แห่ง แบ่งเป็น รพ.สต. 24 แห่ง สาธารณสุขอำเภอ 2 แห่ง โรงพยาบาล 5 แห่ง และหน่วยบริการปฐมภูมิ 1 แห่ง เปิดบริการตามปกติ 14 แห่ง ปิดบริการบางส่วน 2 แห่ง และปิดบริการ 16 แห่ง ได้แก่ ปราจีนบุรี 1 แห่ง สระแก้ว 4 แห่ง สมุทรปราการ 5 แห่ง นครราชสีมา 1 แห่ง และฉะเชิงเทรา 5 แห่ง ซึ่งแต่ละแห่งมีการปรับรูปแบบการให้บริการชั่วคราว เช่น เปิดบริการเฉพาะเคสอุบัติเหตุ/ฉุกเฉินวิกฤต จัดสถานที่ให้บริการทดแทน ปรับเปลี่ยนทางเข้าออกโรงพยาบาล แจ้งเลื่อนนัดผู้ป่วย เป็นต้น โดยประชาชนสามารถติดตามข้อมูลการให้บริการได้จากประกาศในเว็บไซต์หรือเฟซบุ๊กของหน่วยบริการ หรือโทรสอบถามหน่วยบริการโดยตรง

ทั้งนี้ โรงพยาบาลที่ปิดบริการได้ให้ใช้โรงพยาบาลในเครือข่ายใกล้เคียงช่วยบริหารจัดการ รวมทั้งให้ผู้ตรวจราชการ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด และผู้อำนวยการโรงพยาบาล ประสานงานกับส่วนกลางหากมีความติดขัดในเรื่องใด และดูแลบุคลากรที่ได้รับผลกระทบ ส่วนพื้นที่ห่างไกลขอให้ผู้ตรวจราชการในเขตสุขภาพใกล้เคียงช่วยสนับสนุนเรื่องการส่งออกซิเจน ยา ระบบสื่อสาร เวชภัณฑ์ รวมไปจนถึงเชื้อเพลิง สำหรับ กทม. ได้มอบหมายให้กรมการแพทย์ร่วมกับองค์การเภสัชกรรม เป็นหน่วยสนับสนุนการดำเนินงาน

ด้าน นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า แนวโน้มสถานการณ์วันนี้ยังมีความเสี่ยงสูงจากฝนตกหนักถึงหนักมากในภาคกลางและภาคตะวันตก ส่วน กทม.-ปริมณฑล และภาคตะวันออก ฝนเริ่มลดแต่ยังตกหนักบางแห่ง โดยวันที่ 28-29 กันยายน ฝนเริ่มลดลงแต่ยังต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่า น้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและริมน้ำ และควบคุมความต่อเนื่องของระบบบริการ ซึ่งคาดว่าหลังวันที่ 30 กันยายน สถานการณ์จะเริ่มคลี่คลาย

จึงมีการปรับข้อสั่งการ 5 ข้อ คือ 1.ยกระดับการเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง ในพื้นที่เสี่ยง ให้ EOC ของโรงพยาบาลเตรียมพร้อมเปิดปฏิบัติการและสำรองไฟฟ้า น้ำสะอาด ออกซิเจน ยา เวชภัณฑ์ เลือด เชื้อเพลิง ระบบสื่อสาร และกำลังคน ไม่น้อยกว่า 72 ชั่วโมง 2.เร่งแจ้งเตือนภัยและสื่อสารความเสี่ยงแก่ประชาชนอย่างทันท่วงที โดยใช้ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นเอกภาพ ระบุพื้นที่เสี่ยง ผลกระทบที่คาดการณ์ แนวทางปฏิบัติ จุดบริการ และช่องทางขอความช่วยเหลือ พร้อมประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางราชการและเครือข่ายในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

3.รักษาความต่อเนื่องของบริการและระบบ EMS/Refer ตรวจสอบถนน สะพาน จุดน้ำท่วม และทางเข้า–ออกสถานพยาบาล ทุก 1–3 ชั่วโมงในพื้นที่วิกฤต พร้อมจัดเส้นทางสำรอง รถสูง เรือ และหน่วยรับส่งต่อ 4.ดูแลกลุ่มเปราะบางเชิงรุก จัดทำบัญชีรายบุคคล สำรองยาและอุปกรณ์ที่จำเป็น และเตรียมแผนส่งต่อหรืออพยพล่วงหน้า โดยเฉพาะผู้ป่วยติดบ้าน–ติดเตียง ผู้ป่วยฟอกไต ผู้ใช้ออกซิเจน หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วย NCDS และ 5.เฝ้าระวังน้ำป่า น้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง และดินถล่มอย่างใกล้ชิด ตรวจสอบและยืนยันข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนสื่อสาร พร้อมเตรียมทรัพยากรและการเคลื่อนย้ายในพื้นที่เสี่ยงสูง

อ่านข่าว ผู้ว่าฯ ระยอง รุดตรวจน้ำท่วม รพ.แกลง แพทย์ขอกระสอบทราย-อาหารผู้ป่วย

Back To Top