Cover Image

ความน่าจะอ่าน 2026 : The Finalist หมวดวรรณกรรมแปล ชุดที่ 2

วรรณกรรมแปลคือหนึ่งในประเภทหนังสือยอดนิยมที่ได้รับการแนะนำจากบรรดานักเขียน บรรณาธิการ เจ้าของสำนักพิมพ์ ร้านหนังสือ และนักวาดภาพประกอบ เข้ามาในโปรเจกต์ ‘ความน่าจะอ่าน’ เป็นจำนวนมากแทบทุกปี

ปีนี้ วรรณกรรมแปลก็ครองอันดับหนึ่งประเภทหนังสือที่ได้รับการแนะนำเข้ามามากที่สุดในหมวด‘หนังสือน่าอ่านแห่งปี 2026’ ของ ‘ความน่าจะอ่าน 2026 : Coming of อ่าน – ยิ่งอ่าน ยิ่งโต’ เช่นกัน

ต่อเนื่องจาก The Finalist หมวดวรรณกรรมแปล ชุดที่ 1 ขอเชิญพบกับความสนุกหลากรส จากปลายปากกานักเขียนหลากสัญชาติที่อาจทำให้คุณอ่านเพลินจนวางไม่ลง ใน The Finalist หมวดวรรณกรรมแปล ชุดที่ 2

วรรณกรรมแปล


Das späte Leben ปลายชีวิต

ผู้เขียน : Bernhard Schlink

ผู้แปล : โปรดปราณ อรัญญิก

สำนักพิมพ์ : Library House


แนะนำโดย : ขจรฤทธิ์ รักษา สำนักพิมพ์บ้านหนังสือ

“นิยายเล่มล่าสุดของนักเขียนเจ้าของผลงานเดอะรีดเดอร์ ที่ทุกคนรู้จัก ว่าด้วยเรื่องของอดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยวัย 76 ที่พบว่าตัวเองป่วยเป็นโรคมะเร็งและจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน เขามีภรรยาสาวอาชีพศิลปิน และมีลูกน้อยวัยอนุบาลอายุ 7 ขวบ เรื่องเล่าของคนแก่ที่รู้ตัวว่าใกล้จะจากโลกนี้ไป ทำให้เขามีเรื่องให้ครุ่นคิดมากมาย อ่านแล้วทำให้เราตระหนักรู้ว่า ถ้าความตายใกล้เข้ามา เราจะทำอย่างไรต่อไป”


Briefe an einen Jungen Dichter mit den Briefen von Franz Xaver Kappus

จดหมายถึงกวีหนุ่ม (พร้อมด้วยจดหมายจากกวีหนุ่ม)

ผู้เขียน : Rainer Maria Rilke และ Franz Xaver Kappus

ผู้แปล : โปรดปราณ อรัญญิก

สำนักพิมพ์ : readtherunes


แนะนำโดย : กองบรรณาธิการ สำนักพิมพ์สมมติ

“หลายคนคงเคยสัมผัสความลุ่มลึกของ ‘จดหมายถึงกวีหนุ่ม’ ผ่านจดหมายตอบกลับของ ไรเนอร์ มารีอา ริลเคอ มาแล้วในฉบับตีพิมพ์และสำนวนแปลก่อนหน้า แต่ฉบับนี้นั้นสมบูรณ์ยิ่งขึ้นด้วยการรวบรวมจดหมายของ ฟรันซ์ ซาเวอร์ คัพพุส ผู้เป็นต้นทางของบทสนทนาทั้งหมดไว้ด้วย เมื่อได้อ่านจะพบว่า นี่ไม่ใช่เพียงคำแนะนำผ่านจดหมายเรื่องการเขียนบทกวี หากแต่คือบทสนทนาเรื่องศิลปะ ชีวิต ความโดดเดี่ยว และการค้นหาตัวตน—อันเป็นน้ำเลี้ยงชั้นดีสำหรับต้นไม้ที่ชื่อว่า ‘จิตวิญญาณ’”


When We Cease to Understand the World

ปัญญาวิปโยค

ผู้เขียน : Benjamín Labatut

ผู้แปล : ชนฤดี ปลื้มปวารณ์

สำนักพิมพ์ : Bookscape


แนะนำโดย : กองบรรณาธิการ สำนักพิมพ์ไจไจบุ๊คส์

“หนังสือเล่มบาง แบ่งบทเพื่อเล่าเรื่องชีวิตนักวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์คนดังแต่ละคนในรูปแบบของเรื่องแต่ง บุคคลเหล่านี้มีจุดร่วมคือแรงขับที่อยากไขว่คว้าความรู้แจ้งในตัวมันเอง แรงขับที่ชักนำไปสู่การใช้ชีวิตอย่างสุดโต่งแบบที่คนธรรมดาอย่างเราทั้งชื่นชมและฉงนฉงายเข้าไม่ถึง ถ่ายทอดออกมาอย่างงดงาม บ้าคลั่ง อ่านเพลิน”


แนะนำโดย : กองบรรณาธิการ สำนักพิมพ์อ่านอิตาลี

“หนังสือเล่มนี้ชวนเรากลับมามองชีวิตของเหล่ามหาอัจฉริยะแห่งยุคในรูปแบบของนวนิยายอิงชีวประวัติ ฉายภาพให้เห็นถึงความเป็นมนุษย์ของเหล่านักวิทยาศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังแนวคิดต่างๆ จนไปถึงความเชื่อมโยงกันของมิติเชิงวัตถุวิสัยขององค์ความรู้ และความเป็นอัตวิสัยของตัวนักคิดเหล่านั้น ในเล่มนี้ชีวิตของเหล่าหัวกะทิถูกนำมาเติมสีสันให้ผู้อ่านได้เห็นสภาวะวิปโยคของปัญญา ที่เรามิอาจตามทันและเข้าใจถึงแก่นแท้ของธรรมชาติที่เราค้นพบ และ ปัญญาที่นำพามาหาความวิปโยค ในภาพของวิทยาศาสตร์ที่ผูกอย่างแน่นแฟ้นกับปัญหาทางปรัชญา สังคม การเมือง และ ชีวิต”


Time Shelter หลุมหลบเวลา

ผู้เขียน : Georgi Gospodinov

ผู้แปล : ธิดา จงนิรามัยสถิต

สำนักพิมพ์ : words


แนะนำโดย : กิตติพล สรัคคานนท์ ร้านหนังสือ Books & Belongings

“นวนิยายช่างคิดจากนักเขียนบัลกาเรียที่ว่าด้วยความทรงจำและความหลงลืมที่สนุกเพลิดเพลินและล้ำลึกในคราวเดียวกัน เอาจริงๆ ชอบผลงานเล่มแรกๆ อย่าง Natural Novel นะ มันจับใจและยียวนกว่า ดีแล้วที่แปลเป็นไทยออกมา”


Returning to Haifa กลับสู่ไฮฟา

ผู้เขียน : Ghassan Kanafani

ผู้แปล : ปิญณ์ชาน์ เหล็กเพชร

สำนักพิมพ์ : GingerCat


แนะนำโดย : ศรัชญ์ศรณ์ ศรประสิทธิ์ สำนักพิมพ์ Bookscape

“”กลับสู่ไฮฟา’ ว่าด้วยการเดินทางกลับบ้านของซาอิดกับซาฟิยา สามีภรรยาชาวปาเลสไตน์ที่ถูกบีบบังคับให้ออกจากไฮฟาเพื่อหนีสงครามเมื่อ 20 ปีก่อน (1948) ตอนนี้ (1967) ผู้ยึดครองเปิดประตู ‘อนุญาต’ ให้พวกเขากลับเข้าไปดูอีกครั้งในฐานะผู้มาเยือน เข้าไปดูบ้านเก่า เยี่ยมชมความทรงจำ และสนทนากับอดีตน่าเจ็บปวด

ก่อนอ่าน คาดเดาไปว่านี่เป็นบันทึกการเดินทางกลับบ้านเพื่อเผชิญหน้ากับประวัติศาสตร์บาดแผล แต่เอาเข้าจริง นิยายไม่กี่สิบหน้านี้ ให้การบ้านผู้อ่านต้องขบคิดคำถามใหญ่ๆ ยากๆ เป็นกระบุงโกย … มาตุภูมิคืออะไรแน่ มนุษย์หาใช่เลือดเนื้อที่ส่งต่อกันจากรุ่นสู่รุ่น แต่กลายเป็นอุดมการณ์ได้จริงหรือ และถ้าบางเรื่องต้องการสงครามในการแก้ปัญหา เรามีทางเลือกอื่นอีกไหมนอกจากลุกขึ้นสู้ … มาช่วยกันคิดหน่อย”


แนะนำโดย :  ศรัณย์ วงศ์ขจิตร สำนักพิมพ์ Paragraph

“ความรู้สึกแรกหลังอ่านจบ เหมือนเป็นคำประกาศสู้ของชาวปาเลสไตน์ (และสู้แบบติดอาวุธด้วย) และเพื่อที่จะให้คำประกาศนี้เข้มข้นหรือทรงพลัง ต้องยอมตัดสายสัมพันธ์ทางสายเลือด และเลือกอุดมการณ์แทน ซึ่งชวนคิดต่ออย่างมาก (ยังคิดไม่ออกว่าควรรู้สึกหรือเข้าใจอย่างไรดี) กระนั้น ถ้าหากนิยายขนาดสั้นเล่มนี้ ยังคงถูกอ่าน และมีชีวิตจนถึงทุกวันนี้ ก็เป็นสัญญาณว่าความรุนแรงและสงครามในภูมิภาคนี้จะยังคงดำเนินต่อไป ตราบเท่าที่ชาวปาเลสไตน์ยังคงไม่ได้รับความยุติธรรมในจิตใจคืนมา”


The Sailor Who Fell from Grace with the Sea

คืนฝั่ง

ผู้เขียน : Yukio Mishima

ผู้แปล : อำพรรณ โอตระกูล (ช. ชาลี)

สำนักพิมพ์ : อ่าน๑๐๑


แนะนำโดย : ปิญณ์ชาน์ เหล็กเพชร สำนักพิมพ์ GingerCat

“เป็นหนังสือที่ทำใจให้ชอบได้ยาก มันหดหู่ สุดโต่ง เดินเรื่องจากความคิดแบบวัยรุ่นที่มองโลกผู้ใหญ่ว่ากลวงเปล่า หน้าไหว้หลังหลอก จนพัฒนาไปเป็นความเชื่อที่บิดเบี้ยว ถ้ามองว่ามิชิมะเขียนเรื่องนี้ก่อนจะทำเซ็ปปุกุเพียง 7 ปี ความหมกมุ่นเรื่องความรุ่งโรจน์ ความตาย และอุดมคติในเรื่องก็ยิ่งชวนให้นึกถึงชะตาของผู้เขียน หนังสือมีฉากทารุณกรรมสัตว์ที่อาจทำให้หลายคนอ่านต่อได้ยาก แต่ถ้าอยากลองอ่านมิชิมะสักเล่ม นี่เป็นเล่มแรกที่อยากแนะนำ”


ฆาตกรรมกิโมโนแดง

ผู้เขียน : Imamura Aya

ผู้แปล : ฐิติพงศ์ ศิริรัตน์อัสดร

สำนักพิมพ์ : SOUL


แนะนำโดย : ภาคย์ มหิธิธรรมธร สำนักพิมพ์ Humming Books

“ส่วนตัวเป็นแฟนตัวยงของนักเขียน ‘อิมามุระ อายะ’ อยู่แล้ว เล่มนี้ก็เป็นสืบสวนที่อ่านสนุุกมากอีกเล่ม เนื้อเรื่องไม่ได้ซับซ้อนเท่าไหร่ คนร้ายก็เดาไม่ยาก แต่อ่านเพลินรวดเดียวจบแบบหยุดไม่อยู่ ที่สำคัญคือช็อตเด็ดของหนังสือเล่มนี้อยู่ที่บทส่งท้ายซึ่งเป็นการเฉลยปมบางอย่าง…จำได้ว่าตอนที่อ่านจบรู้สึกงงไปแป๊บนึง แต่พอนึกออกเท่านั้นแหละขนลุกเลย”


ณ งานศพของคนดีย์

ผู้เขียน : Fujisaki Shō

ผู้แปล : เมธี ธรรมพิภพ

สำนักพิมพ์ : น้ำพุ


แนะนำโดย : ภาคย์ มหิธิธรรมธร สำนักพิมพ์ Humming Books

“ก่อนที่จะเริ่มอ่านหนังสือเล่มนี้ แอบคิดเล่นๆ ว่าตัวเองน่าจะเดาจุดหักมุมของเรื่องได้ เพราะเรื่องปูมาทางนี้ มันก็น่าจะหักมุมไปอีกทาง แต่หนังสือเล่มนี้ดันให้มากกว่านั้น…คนเขียนตั้งใจหลอกคนอ่านตั้งแต่แรกโดยวางทริกบางอย่างเอาไว้ แล้วก็พลิกหักมุมฉีกไปอีกแบบชนิดคาดไม่ถึงจริงๆ ซึ่งแม้ว่าการหักมุมลักษณะนี้จะไม่ได้สดใหม่และเคยมีหนังสือเล่มอื่นทำมาก่อนแล้ว ทว่ากลับยังทำให้รู้สึกว้าวและประทับใจหนังสือเล่มนี้อยู่ไม่น้อย”


おらおらでひとりいぐも Ora, Ora Be Goin’ Alone

คุณโมโมโกะกับวันที่ต้องอยู่คนเดียว

ผู้เขียน : Wakatake Chisako

ผู้แปล : รัตน์จิต ทองเปรม

สำนักพิมพ์ : Bibli


แนะนำโดย : อนุรุทธ์ วรรณพิณ ร้านหนังสือออนไลน์ Readery

“ผมเคยสงสัยตัวเองว่า ทำไมชอบหนังสือที่มีตัวละครเป็นคนแก่ บางทีมันอาจจะให้คำตอบกับผมว่าเมื่อวันนั้นมาถึงจริงๆ ผมจะอยู่ยังไง ในวันที่ผมต้องสูญเสียคนรัก และต้องกลับมาอยู่คนเดียวแบบคนเดียวจริงๆ ผมจะอยู่ได้ไหมนะ และหนังสือเล่มนี้ตอบคำถามพวกนี้กับผม

คุณโมโมโกะ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่านี่คือเรื่องของเธอเนอะ เป็นผู้หญิงอายุ 74 สามีตายไปละ และลูกก็ย้ายออกไป เธอจึงอยู่คนเดียวกับตัวเองจริงๆ และช่วงนี้แหละที่เธอเริ่มคุยกับเสียงในหัว ซึ่งผมไม่รู้ว่าคนอื่นเป็นยังไง แต่ผมคุ้นเคยกับการคุยกับเสียงในหัวนี่จริงจังมาก ผมโดนตกก็เพราะบทสนทนาของคุณโมโมโกะ กับ Younger Self อายุต่างๆ ของเธอนี่แหละ ทั้งที่ตัวละครแทบจะทั้งเรื่องมีคุณโมโมโกะคนเดียวแท้ๆ แต่เหมือนมีคนคุยกับโช้งเช้งไปหมด สนุกดีนะการมุดไปได้ยินเสียงในหัวชาวบ้านเนี่ย

อีกเรื่องที่ผมไม่เคยเข้าใจตัวเองเลยว่า ผมชอบความเหงาไหม คุณล่ะชอบความเหงากันไหมครับ บางครั้งความเหงามันก็บาดเข้าไปถึงกระดูกดำ แต่บางครั้งความเหงาก็เป็นเพื่อนที่ดีจริงๆ กับผม คุณโมโมโกะก็ดูจะเป็นอย่างนั้น ปากบอกใครๆ ว่าอยู่คนเดียวได้ แต่ก็ยังเม้าสามีที่ตายไปแล้วฉ่ำ คิดถึงเขาแหละดูออก

ผมชอบตอนคุณโมโมโกะไปหาหมอเสร็จแล้วแวะคาเฟ่ร้านประจำ นั่งโซฟาริมหน้าต่างชั้นสอง สั่งน้ำหวานซ่าๆ มองคนเดินแถวสถานีรถไฟ อ่านแล้วผมคิดว่า เออ การอยู่คนเดียวบางวันอาจหน้าตาแบบนี้ก็ได้นะ มีร้านที่เราอยากแวะ มีที่นั่งแบบที่เราชอบ แล้วก็นั่งเหม่อไปเรื่อยๆ โดยไม่ต้องรีบไปไหน

แล้วบางทีระหว่างนั่งเหม่อ ความคิดถึงเขาก็โผล่กลับมาอีก เออ ต่อให้ยังมีร้านประจำ คนที่เราอยากกลับบ้านไปเล่าให้ฟังว่าวันนี้เจออะไรมาบ้าง ก็ไม่มีแล้ว

อ่านไปอ่านมา ผมเริ่มคิดว่า ถ้าวันหนึ่งต้องอยู่คนเดียวจริงๆ ในหัวผมก็คงไม่ได้เงียบสนิทเหมือนกัน มันอาจจะไม่ได้สนุกเหมือนตอนที่มีเนส แต่ผมน่าจะอยู่กับมันได้นะ จนอาจจะถึงขั้นเป็นเพื่อนสนิทกับไอ้ความเหงานี่เลยก็ได้

มารู้ทีหลังว่าสามีของคุณชิซาโกะ คุณนักเขียน เสียชีวิตตอนเธออายุ 55 และเธอเปิดตัวด้วยหนังสือเล่มแรกนี้ตอนอายุ 63 ปี ก่อนที่หนังสือจะได้รางวัลอาคุตะงาวะอีก เริ่ดไปเลยแหละ”


We Do Not Part มิพรากจาก มิอำลา

ผู้เขียน : Han Kang

ผู้แปล : มินตรา อินทรารัตน์

สำนักพิมพ์ : Page


แนะนำโดย : พรชัย วิริยะประภานนท์ (นรา) คอลัมนิสต์วิจารณ์ภาพยนตร์และหนังสือ

“นิยายสะท้อนถึงบาดแผล, ความทรงจำ และความเจ็บปวดจากเหตุการณ์สังหารหมู่เรื่องนี้ของฮันกัง โดดเด่นครบถ้วนทั้งพล็อต วิธีการดำเนินเรื่อง เนื้อหาสาระ การสร้างอารมณ์ร่วม และลีลาชั้นเชิงทางศิลปะ

แต่สิ่งที่ทำให้ผมประทับใจมากเป็นพิเศษขึ้นไปอีกก็คือ การสร้างบรรยากาศ บรรยายถึงฉากและสถานที่ได้อย่างมีชีวิตชีวา จนอ่านแล้วรู้สึกเหมือนพลัดหลงอยู่ท่ามกลางความมืด ในสถานที่เปลี่ยวร้าง และเหน็บหนาวถึงใจ”


แนะนำโดย : ขจรฤทธิ์ รักษา สำนักพิมพ์บ้านหนังสือ

“อ่านผลงานของฮันกังก่อนหน้านี้สองเล่มคือ ‘เดอะเวเจอเทเรียน’ และ ‘มนุษยทำ’ ฮันกังทำเอาสะเทือนใจไปหลายวัน กับเรื่องเล่าที่สมจริง อ่านแล้วเหมือนมีค้อนทุบอยู่ตรงกลางอก ส่วนเล่มล่าสุด ‘มิพรากจาก มิอำลา’ ถึงจะมีเรื่องของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ เรื่องความคิดเห็นทางการเมืองที่ไม่ตรงกัน เรื่องความขัดแย้งทางความคิดของผู้คน แต่ด้วยตัวละครที่มีพฤติกรรมแปลก กับฉากที่เต็มไปด้วยหิมะขาวโพลน รวมทั้งเรื่องที่เหมือนจริงบ้างไม่จริงบ้าง ทำให้เราหลงอยู่วังวนของภูมิอากาศที่หนาวเหน็บและภูมิประเทศที่มัวหม่น เป็นหนังสือที่ต้องหยิบมาอ่านใหม่ เพื่อทำความกระจ่างให้กับตัวเอง”


Human Acts มนุษยทำ

ผู้เขียน : Han Kang

ผู้แปล : อภิชญา บุญรินทร์

สำนักพิมพ์ : Page


แนะนำโดย : ธนิสร์ วีระศักดิ์วงศ์ (สะอาด) สำนักพิมพ์ Kai3

“ทั้งเดือดดาลและเยียบเย็น คือเลือดคือเนื้อในทุกตัวอักษร”


Be a light in the dark sea ใต้สมุทรไม่สิ้นแสง

ผู้เขียน : Softcoral

ผู้แปล : Jina Jeong

สำนักพิมพ์ : Clover Book


แนะนำโดย : กองบรรณาธิการ สำนักพิมพ์ lily house.

“นิยายแปลจากภาษาเกาหลีที่เกี่ยวข้องกับสถานีใต้ทะเล ที่พระเอกเป็นหมอฟันที่ดันไปติดอยู่ในสถานีตอนที่สถานีกำลังจะจมน้ำ (ลึกไปสามพันเมตรใต้ระดับท้องทะเล) เรื่องเซอร์ไพรส์ หักมุม + ทำให้ลุ้นไปกับการเอาตัวรอดของพระเอกตลอดทั้งเรื่อง จบเซอร์ไพรส์ทุกเล่ม (ยังแปลไม่จบ) ชื่นชมการเลือกหนังสือของ สนพ. มากๆ ที่เลือกเรื่องนี้ขึ้นมาจัดทำ แถมหน้าปกยังมีกิมมิคไล่ตามระดับน้ำทะเล (ที่สว่างขึ้นเรื่อยๆ ในเล่มถัดๆ ไป) รู้สึกว่าไอเดียดีมากๆ”


The Sympathizer คำสารภาพของสายลับสองหน้า

ผู้เขียน : Veit Thanh Nguyen

ผู้แปล : นันทพร ปีเลย์ โพธารามิก

สำนักพิมพ์ : Bookscape


แนะนำโดย : ศิริวร แก้วกาญจน์ สำนักพิมพ์ผจญภัย


Scholar’s Advanced Technological System

ระบบปั้นอัจฉริยะ

ผู้เขียน : เฉินซิงLL

ผู้แปล : Fairsat

สำนักพิมพ์ : Ink Stone


แนะนำโดย : กองบรรณาธิการ สำนักพิมพ์ lily house.

“ว้าวกับเรื่องนี้มากๆ เพราะไม่เคยเจอตัวเอกของเรื่องเป็นนักวิจัยเลย อ่านแล้วทำให้อยากค้นคว้าในเรื่องของงานวิจัยมากขึ้นไปตามๆ พระเอก ในเรื่องเกี่ยวกับพระเอกที่ได้ระบบมาช่วยให้เก่งเรื่องการวิจัยมากขึ้น เช่นสามารถใช้ระบบในการแก้ปริศนาคณิตศาสตร์ที่คนไม่เคยให้คำตอบได้ ใช้ระบบในการแก้ปัญหาฟิสิกส์ที่ไม่เคยมีใครค้นพบ แต่ไม่ได้หมายความว่าตัวเอกของเรื่องไม่พยายาม ตัวเอกของเรื่องพยายามหนักมากเพื่อให้ได้เรียนรู้ในแต่ละเรื่อง แล้วในเรื่องหรือโจทย์นั้นๆ ที่พระเอกสามารถแก้ไขได้สำเร็จก็ทำให้เราสนใจในโลกของงานวิจัยมากขึ้น อยากรู้ตามไปด้วยว่าสูตรนั้นคืออะไรจนไปตามหาอ่าน อยากรู้ว่านักวิทยาศาสตร์ที่คิดหลักการนี้คิดอะไรถึงออกมาเป็นสูตรนี้เลยไปหาอ่าน ถึงแม้ว่ามันจะเป็นนิยาย แต่ก็ทำให้เราได้เรียนรู้เยอะมากจริงๆ (มี 28 เล่ม) อ่านจนพระเอกได้รับรางวัลโนเบล 5555 อยากแนะนำให้ใครก็ตามที่ชอบอ่านงานวิจัยได้ลองอ่านนิยายเรื่องนี้ เพลิน+ได้ความรู้สุดๆ เลยล่ะ”


Vera Wong’s Unsolicited Advice for Murderers

ฆาตกรรมปริศนาในร้านชาของวีรา หว่อง

ผู้เขียน : Jesse Q. Sutanto

ผู้แปล : วรรธนา วงษ์ฉัตร

สำนักพิมพ์ : SOUL


แนะนำโดย : ร้านหนังสืออาทิตย์ละเล่ม

“นิยายสืบสวนสไตล์โคซี่ที่อบอุ่นกว่าที่คาด นอกจากคดีฆาตกรรมที่ชวนให้ติดตามแล้ว สิ่งที่ทำให้หนังสือเล่มนี้น่าจะจำคือความสัมพันธ์ของตัวละคร โดยเฉพาะคุณป้าวีรา ที่แม้เราจะรู้สึกขัดใจในการกระทำหลายอย่างของเธอ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าน่าเอาใจช่วย และสำหรับนิยายเรื่องนี้…เราไม่อยากให้ตัวละครไหนเป็นคนร้ายเลย”


RUMI: Poet and the Mystic

จลาลัดดีน รูมี กวีและรหัสยธาริน

ผู้แปลจากภาษาเปอร์เซียโดย : Reynold A. Nicholson

ผู้แปลจากภาษาอังกฤษโดย : สายพิณ กุลกนกวรรณ ฮัมดานี

สำนักพิมพ์ : สวนเงินมีมา


แนะนำโดย : กองบรรณาธิการ โครงการจัดพิมพ์คบไฟ

“หนังสือเล่มนี้เป็นผลงานของรูมี นักปราชญ์ นักกวี ชาวเปอร์เซีย ที่มีคำอธิบายที่ชัดเจน และเป็นผลงานที่เหนือกาลเวลา ลึกซึ้งยิ่งนักเมื่อได้รู้จัก”

ติดตามรายชื่อหนังสือประเภทวรรณกรรมไทย และหนังสือภาพ ใน ความน่าจะอ่าน 2026 : Coming of อ่าน – ยิ่งอ่าน ยิ่งโต เร็วๆ นี้

อ่านรายชื่อหนังสือ The Finalist หมวดวรรณกรรม ชุดที่ 1 ได้ ที่นี่

อ่านรายชื่อหนังสือ The Finalist หมวด Non-Fiction ชุดที่ 1 ได้ ที่นี่

อ่านรายชื่อหนังสือ The Finalist หมวด Non-Fiction ชุดที่ 2 ได้ ที่นี่



ขอเชิญนักอ่านทุกท่าน ร่วมสนุกกับ ‘ความน่าจะอ่าน ขวัญใจมหาชน’ แนะนำหนังสือที่ยิ่งอ่าน ยิ่งทำให้เราได้เรียนรู้และเติบโต กับสองกิจกรรม

❶ หนังสือน่าอ่านแห่งปี 2026: โหวตหนังสือที่คุณอยากแนะนำให้อ่านในปีนี้ จำนวน 1 เล่ม พร้อมเหตุผล

❷ หนังสือน่าอ่าน ในรอบ 10 ปี: โหวตหนังสือที่คุณอยากแนะนำให้อ่านในรอบ 10 ปี จำนวน 1 เล่ม พร้อมเหตุผล

👉 โหวตได้ที่: https://forms.gle/2LtrU35izSA1Y9ko9

—

*️⃣ เงื่อนไขในการแนะนำหนังสือ

• เป็นหนังสือจากสำนักพิมพ์ของไทย ไม่จำกัดแนว (สามารถเป็นได้ทั้ง fiction, non-fiction, หนังสือภาพ, การ์ตูน, หนังสือแปล ฯลฯ)

• หนังสือแนะนำในหมวด ‘หนังสือน่าอ่านแห่งปี 2026’ ต้องเป็นหนังสือที่ตีพิมพ์ใหม่ในปี 2025-2026 (พ.ศ.2568-2569) เป็นการพิมพ์ครั้งใหม่ก็ได้

• หนังสือแนะนำในหมวด ‘หนังสือน่าอ่าน ในรอบ 10 ปี’ ต้องเป็นหนังสือที่ตีพิมพ์ใหม่ในปี 2016-2026 (พ.ศ.2559-2569) เป็นการพิมพ์ครั้งใหม่ก็ได้

• นักอ่าน 1 คน โหวตได้คนละ 1 เล่ม ต่อหนึ่งหัวข้อ

—

✨ เจ้าของความเห็นที่ถูกใจทีมงาน จะได้รับรางวัลและของที่ระลึกจากความน่าจะอ่าน 2026 (จำนวน 2 รางวัล)

🗓️ โหวตได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 13 พฤศจิกายน 2569

(ประกาศผลภายในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2569)



ความน่าจะอ่าน 2026 : Coming of อ่าน – ยิ่งอ่าน ยิ่งโต Book Club ครั้งที่ 1


บางครั้ง การจะเจอทางที่ใช่… เราอาจต้องยอม ‘หลงทาง’ เสียก่อน

เพราะทุกหน้ากระดาษที่เราผ่าน คือพื้นที่ที่ช่วยให้หัวใจเราเติบโตขึ้นเสมอ

‘ความน่าจะอ่าน 2026’ จึงอยากชวนทุกคน พก Fiction หรือวรรณกรรมคนละเล่ม มาพบกันใน ‘Coming of อ่าน – ยิ่งอ่าน ยิ่งโต Book Club’

ร่วมแนะนำโลกที่เต็มไปด้วยจินตนาการ หลงไปกับเรื่องเล่า ให้ตัวหนังสือขับเคลื่อนความคิด แล้วนำเรื่องราวความรู้สึกที่ได้รับ กลับมาเป็นพลังในชีวิตจริง

พิเศษสำหรับบุ๊กคลับครั้งนี้! เราชวนบรรณาธิการและผู้แปลหนังสือ ‘A Short Stay in Hell – พำนักในนรก’ หนึ่งใน The Finalist ของความน่าจะอ่าน 2026 มาร่วมวงแลกเปลี่ยนกันด้วย

พบกันที่ ห้องสมุด สถาบันเกอเธ่ ประเทศไทย วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2569 เวลา 13.00-15.00 น. (มาร่วมนั่งอ่านหนังสือกันได้ตั้งแต่ 12.30 น. เป็นต้นไป)


ลงทะเบียน พร้อมชื่อหนังสือวรรณกรรมที่คุณรัก ได้ที่ : https://forms.gle/vbJhyP4AjJ68LAsNA

ตั้งแต่วันนี้ ถึง 29 ตุลาคม 2569 หรือจนกว่าสมาชิกจะเต็ม

**รับจำนวนจำกัดเพียง 25 ท่านเท่านั้น**

มาร่วมหลงทาง แล้วกลับออกมาพร้อมใจที่โตไปด้วยกัน!

Coming of อ่าน ความน่าจะอ่าน ความน่าจะอ่าน 2026 ยิ่งอ่าน ยิ่งโต วรรณกรรมแปล แนะนำหนังสือ

Back To Top