Cover Image

‘นักกีฬาไทย’ สร้างชื่อสถิติเอเชียนเกมส์ 2026

ผู้เขียน : ธีรดา ศิริมงคล

มหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 “ไอจิ-นาโกยา 2026” ซึ่งเปิดฉากขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่น วันที่ 19 กันยายน-4 ตุลาคม 2569 นับเป็นการรวมตัวกันของนักกีฬาร่วม 10,000 ชีวิตจากทั่วทวีปเอเชีย

ส่วนทัพนักกีฬาทีมไทยแลนด์หลายคน อยู่ในช่วงสำคัญของเส้นทางอาชีพ ทั้งดาวรุ่ง ผู้ครองเหรียญเอเชียนเกมส์ และแชมป์โลก โดยมีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เป็นผู้สนับสนุน

น่าเสียใจที่ปีนี้ห้วงวันเวลาของการแข่งขันช่วงท้าย ๆ ได้เกิดอุทกภัยฉับพลันในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมอีกหลายจังหวัดในพื้นที่เสี่ยง ทำให้เสียงเชียร์ แรงเชียร์อาจไม่ดังเท่าในอดีต

แต่ที่สุดแล้วนักกีฬาไทยก็ทุ่มพลังกายใจอย่างสุดฤทธิ์จนคว้าเหรียญทอง สร้างประวัติศาสตร์ชาติไทยได้สำเร็จ

พร้อมประกาศมอบเหรียญแห่งความภาคภูมิใจให้กับคนไทยทั่วประเทศ โดยเฉพาะผู้ประสบภัย

มอบเหรียญให้ผู้ประสบภัย

ส่วนดาวเด่นของทัพนักกีฬาไทยที่แฟนกีฬาต่างปรบมือและชื่นชม อาทิ

คนแรกที่สร้างสถิติประวัติศาสตร์ให้ไทยคือ “วิว – กุลวุฒิ วิทิตศานต์” หลังคว้าเหรียญทองแบดมินตันชายเดี่ยว ด้วยการเอาชนะ โลห์ เคียนยิว จากสิงคโปร์ 2-0 เกม 21-12, 21-16

ส่งผลให้ “วิว – กุลวุฒิ” เป็นนักแบดมินตันชายเดี่ยวไทยคนแรกที่คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ และเป็นเหรียญทองที่ 2 ของแบดมินตันไทยในประวัติศาสตร์เอเชียนเกมส์

ก่อนเดินทางวิวให้สัมภาษณ์สื่อถึงความไม่มั่นใจกับการแข่งขันในครั้งนี้ เพราะเขาทำผลงานก่อนหน้านี้ไม่ค่อยดีนัก แต่สัญญาจะทำให้ดีที่สุด

จากนั้น หลังได้แชมป์ “วิว” เปิดใจว่า เกมรุกและรับของคู่แข่งถือว่าเล่นดีมาก ไม่เกินคาด ส่วนชัยชนะและเหรียญทองที่ได้มาขอมอบให้กับผู้ประสบภัยในครั้งนี้ด้วย นับเป็นบทพิสูจน์ครั้งสำคัญของแชมป์โลก

วิวคือหนึ่งในนักกีฬาไทยที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในระดับโลก ที่ก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของวงการแบดมินตันไทย ด้วยผลงานทั้งรายการชิงแชมป์โลกและชิงแชมป์เอเชีย

นับเป็นบทพิสูจน์ครั้งสำคัญของแชมป์โลกเบอร์หนึ่ง

ลมกรดไทยทำลายสถิติ

อีกคนที่สร้างความฮือฮา “สิบตำรวจตรีภูริพล บุญสอน” หรือ “เทพบิว” วัย 20 ปี ชื่อที่ถูกยกย่อง ในฐานะลมกรดหนุ่มทีมชาติไทย ที่ระเบิดฟอร์มได้อย่างน่าทึ่ง

ด้วยการคว้าเหรียญทองถึง 2 รายการ คือวิ่งระยะ 100 และ 200 เมตร และเหรียญเงินจากวิ่งผลัด พร้อมทุบสถิติเอเชียนเกมส์วิ่ง 100 เมตร ด้วยเวลา 9.90 วินาที

ชัยชนะครั้งนี้มีความหมายในประวัติศาสตร์ เมื่อบิวเป็นนักกรีฑาไทยคนแรกนับตั้งแต่ปี 1978 ที่คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ประเภทวิ่ง 100 เมตรชาย ด้วยสถิติทำให้เขาขยับขึ้นเป็นหนึ่งในนักวิ่งที่ทำเวลาได้เร็วที่สุดของเอเชีย

ความร้อนแรงของ “บิว” ยังไม่จบลงเพียงเท่านี้

วิ่ง 200 เมตรชาย บิวสร้างสถิติอีกครั้ง หลังทำเวลา 20.10 วินาทีในรอบรองชนะเลิศ ทุบสถิติเอเชียนเกมส์ ก่อนกลับมาเร่งความเร็วในรอบชิงชนะเลิศ เข้าเส้นชัยด้วยเวลา 19.88 วินาที คว้าเหรียญทองที่ 2 ให้ตัวเองในเอเชียนเกมส์ 2026

ตัวเลข 19.88 วินาที ไม่เพียงเป็นสถิติใหม่ของเอเชียนเกมส์เท่านั้น แต่ยังเทียบเท่าสถิติเอเชียของ “เซี่ย เจิ้นเย่” นักวิ่งจีน และเป็นครั้งแรกที่บิวทำลายกำแพง 20 วินาทีในระยะ 200 เมตรได้สำเร็จ

จาก 9.90 วินาทีใน 100 เมตร สู่ 19.88 วินาทีใน 200 เมตร ชื่อของ “บิว-ภูริพล” จึงไม่ได้เป็นเพียงหนึ่งในนักกีฬาไทยที่คว้าเหรียญทองในเอเชียนเกมส์ 2026 หากแต่เป็นหนึ่งในนักกีฬาที่ฝากตัวเลขอันน่าจดจำ

จากเด็กหนุ่มสุรินทร์ ที่เติบโตในเมืองปากน้ำ ฝันจะเป็นนักวิ่งลมกรด ทำให้เส้นทางของเขาเป็นที่จับตามาตลอด

แล้วสปอตไลต์ก็ส่องมาเต็มที่ เมื่อเขาคือคนแรกของประเทศไทยที่วิ่ง 100 เมตร ได้ต่ำกว่า 10 วินาที อย่างเหลือเชื่อ

ด้วยประสบการณ์และพัฒนาการ ทำให้ศักยภาพของ “บิว” เฉิดฉายขึ้นทันที ในการแข่งขันระดับนานาชาติเป็นความเร็วระดับเอเชีย

ทำให้เอเชียนเกมส์ 2026 เป็นเวทีสำคัญที่บิวได้แจ้งเกิดและเปิดตัว

“เทคบอลไทย’ ฟอร์มเฉียบ

สำหรับหลายคน “เทคบอล” อาจยังเป็นชื่อกีฬาที่ไม่คุ้นหู แต่เอเชียนเกมส์ 2026 กีฬาชนิดนี้เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น เมื่อถูกบรรจุแข่งขันในเอเชียนเกมส์เป็นครั้งแรก และนักกีฬาไทยสามารถคว้าเหรียญทองได้ถึง 3 รายการ

เทคบอลเป็นกีฬาที่ผสมผสานทักษะของฟุตบอลกับเทเบิลเทนนิส ใช้โต๊ะที่มีพื้นผิวโค้งเป็นเอกลักษณ์ และเล่นด้วยลูกฟุตบอล ผู้เล่นต้องใช้ศีรษะ ลำตัว หรือขาในการควบคุมและส่งบอลข้ามตาข่าย

โดยแต่ละฝ่ายมีโอกาสสัมผัสบอลได้สูงสุด 3 ครั้ง และห้ามใช้มือหรือแขน

การแข่งขันมีทั้งประเภทเดี่ยวและคู่ ซึ่งประเภทคู่ ผู้เล่น 2 คนในทีมต้องสัมผัสบอลก่อนส่งกลับไปยังฝั่งตรงข้าม ทำให้เกมเต็มไปด้วย “จังหวะ – การประสานงาน – ความแม่นยำ – การควบคุมบอล”

ทีมชาติไทยสร้างผลงานโดดเด่นจากกีฬาใหม่ประเภทนี้
ด้วยการคว้า 3 เหรียญทองจาก 3 ประเภทได้แก่ ชายคู่, หญิงคู่ และคู่ผสม

หนึ่งในไฮไลต์คือ “สุภาวดี วงศ์คำจันทร์” ที่คว้าเหรียญทองได้ถึง 2 รายการ จากประเภทหญิงคู่และคู่ผสม ขณะที่ “สรศักดิ์ เทาศิริ- จีรติ จันทร์เลียง” คว้าเหรียญทองชายคู่

ปิดฉากการประเดิมเอเชียนเกมส์ของเทคบอลไทยได้อย่างสวยงาม

Back To Top