ดาวโจนส์ดิ่งกว่า 200 จุด ราคาน้ำมันกดดันตลาด กังวลสถานการณ์ตอ.กลาง
ดัชนีดาวโจนส์ดิ่งลงกว่า 200 จุดในวันนี้ โดยถูกกดดันจากการดีดตัวขึ้นของราคาน้ำมัน ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ณ เวลา 21.44 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ลบ 229.63 จุด หรือ 0.43% สู่ระดับ 53,502.78 จุด
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวขึ้นในวันนี้ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ขู่โจมตีโอมาน หากขวางทางสหรัฐในการยึดช่องแคบฮอร์มุซ
ปธน.ทรัมป์ กล่าวต่อสำนักข่าว FOX NEWS ในวันนี้ว่า สหรัฐจะโจมตีโอมาน หากเข้ามาขวางทางแผนการของสหรัฐในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ
ถ้าโอมานเข้ามาขวางทางการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซของสหรัฐ เราจะถล่มพวกเขาให้ย่อยยับ
ปธน.ทรัมป์กล่าวถ้อยแถลงดังกล่าว หลังจากระบุเมื่อวันศุกร์ว่า เขาจะประกาศให้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นดินแดนของสหรัฐ
นอกจากนี้ ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น หลังจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านรายหนึ่งให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า อิหร่านจะ เปลี่ยนไปใช้ท่าทีในเชิงรุก แทนที่จะตั้งรับ หากความพยายามทางการทูตกับสหรัฐประสบความล้มเหลว
สำนักข่าว Tasnim ซึ่งเป็นสื่อของทางการอิหร่าน รายงานว่า นายเอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า อิหร่านไม่มีแผนที่จะทำการเจรจากับสหรัฐเพื่อขยายระยะเวลาของบันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่มีกำหนดสิ้นสุดลงในวันนี้ (17 ส.ค.)
เราไม่ได้เริ่มการเจรจา และสหรัฐได้ละเมิดข้อตกลงความเข้าใจดังกล่าวตั้งแต่เริ่มต้น ดังนั้น ประเด็นเรื่องกรอบเวลา 60 วันจึงไม่จำเป็นต้องนำมาพิจารณา เขากล่าว
ทั่วโลกจับตาท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ หลังกรอบเวลา 60 วันที่กำหนดไว้ภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ซึ่งจัดทำขึ้นเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน กำลังจะสิ้นสุดลงในวันนี้
เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน อิหร่านและสหรัฐได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยการยุติสงครามในภูมิภาคในทุกแนวรบ รวมถึงเลบานอน
ภายใต้บันทึกความเข้าใจดังกล่าว ทั้งสองฝ่ายมีกำหนดจัดการเจรจาภายในระยะเวลา 60 วัน ซึ่งจะสิ้นสุดลงในวันนี้ เพื่อบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้าย
อย่างไรก็ตาม อนาคตของการเจรจายังคงแขวนอยู่บนเส้นด้าย ท่ามกลางความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นระหว่างทั้งสองฝ่าย นับตั้งแต่มีการลงนามในเอกสารดังกล่าว
กรอบเวลา 60 วันดังกล่าวถือเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับทั้งสองฝ่ายในการใช้มาตรการทางการทูตในการทำข้อตกลงที่มีเป้าหมายเพื่อลดความตึงเครียดในภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงกำหนดเส้นตายในวันนี้ สหรัฐยังคงประสบภาวะชะงักงัน โดยไม่สามารถคว้าชัยชนะทางการทหาร และไม่สามารถฟื้นการเจรจาทางการทูต
ล่าสุด ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ โพสต์ข้อความบน Truth Social ในวันนี้ ระบุว่า เป้าหมายอันดับหนึ่งของสหรัฐคือการทำให้อิหร่านไม่สามารถครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ไม่ว่าจะในทางใด รูปแบบใด หรือด้วยวิธีการใดก็ตาม
นางมาร์จอรี เทย์เลอร์ กรีน อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ กล่าวอ้างว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังหารือกันเกี่ยวกับการใช้อาวุธนิวเคลียร์ในการโจมตีอิหร่าน
คำกล่าวของนางกรีนมีขึ้น ขณะที่กองทัพสหรัฐกำลังประสบปัญหาอาวุธที่กำลังร่อยหรอลง
เอ็นบีซีนิวส์รายงานในเดือนนี้ว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐกำลังร่างแผนที่จะเพิ่มบทบาทของการใช้อาวุธนิวเคลียร์เชิงยุทธวิธีพิสัยใกล้ในการสู้รบระดับภูมิภาค
มุมมองของเราคือ เราจำเป็นต้องมีทางเลือกด้านนิวเคลียร์ที่น่าเชื่อถือ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงกลาโหมสหรัฐกล่าวกับเอ็นบีซีนิวส์
สหรัฐยังคงเป็นประเทศเดียวในโลกที่เคยใช้อาวุธนิวเคลียร์ในการทำสงคราม หลังจากที่ได้ทิ้งระเบิดปรมาณูถล่มเมืองฮิโรชิมาและนางาซากิของญี่ปุ่นในปี 1945
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ