Cover Image

สิงคโปร์ครองแชมป์ศูนย์กลางคริปโตเอเชีย ธุรกรรมพุ่ง 2.8 แสนล้านดอลลาร์

  1. หน้าหลัก 
  2. หุ้น 
  3. Cryptocurrency 

สิงคโปร์ครองแชมป์ศูนย์กลางคริปโตเอเชีย ธุรกรรมพุ่ง 2.8 แสนล้านดอลลาร์

เผยแพร่: 2 ต.ค. 2569 21:29   ปรับปรุง: 2 ต.ค. 2569 21:29   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



บริษัท Chainalysis เปิดเผยรายงานภูมิศาสตร์คริปโตประจำปี 2569 ชี้สิงคโปร์ครองตำแหน่งศูนย์กลางคริปโทเคอร์เรนซีอันดับหนึ่งในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย ด้วยมูลค่าธุรกรรมทะลุ 284 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สวนทางกับภาพรวมตลาดภูมิภาคที่หดตัวลง 6.8 เปอร์เซ็นต์ การเติบโตอย่างก้าวกระโดดนี้ได้รับแรงผลักดันหลักจากกลุ่มทุนสถาบันรายใหญ่ ขณะที่ตลาดเกิดใหม่อย่างไทย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ สร้างปรากฏการณ์การใช้งานชำระเงินรายย่อยในชีวิตประจำวันสูงติดอันดับโลก

สิงคโปร์ทวงคืนบัลลังก์ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียกลาง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และโอเชียเนีย ในรอบปีสิ้นสุดเดือนมิถุนายน 2569 ข้อมูลจากรายงานฉบับล่าสุดระบุว่า กิจกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลในสิงคโปร์พุ่งทะยาน 55.4 เปอร์เซ็นต์ แตะระดับ 284 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ การซื้อขายของกลุ่มนักลงทุนสถาบันขยายตัวเกือบเท่าตัวถึง 94 เปอร์เซ็นต์ สู่ระดับ 60 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สภาพคล่องมหาศาลนี้กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มผู้ดูแลสภาพคล่องและบริษัทโบรกเกอร์ชั้นนำ สะท้อนชัดว่ากรอบกฎหมายที่รัดกุมสามารถดึงดูดเงินทุนกระแสหลักเข้าสู่ระบบได้อย่างเป็นรูปธรรม


ภาพรวมตลาดทั้งภูมิภาคกลับเผชิญภาวะชะลอตัวและหดตัวลง 6.8 เปอร์เซ็นต์ ออสเตรเลียร่วงลงมาอยู่อันดับสองด้วยมูลค่า 173.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังปริมาณธุรกรรมบนแพลตฟอร์มไร้ศูนย์กลางลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนอินเดียเผชิญแรงกดดันหนักที่สุด โดยมูลค่าการซื้อขายลดลง 14.7 เปอร์เซ็นต์ เหลือ 135 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ยังรักษาแชมป์ประเทศที่มีกระแสเงินไหลเข้าสู่กระดานเทรดแบบรวมศูนย์สูงสุดในภูมิภาค

กลุ่มประเทศอาเซียนขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือดในฐานะผู้ใช้งานจริง เวียดนามครองอันดับสี่ของภูมิภาคด้วยมูลค่าธุรกรรม 122.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามด้วยอินโดนีเซีย 83.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และไทยรั้งอันดับหกที่มูลค่า 82.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนฟิลิปปินส์ทำตัวเลขแตะ 44.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ การเคลื่อนไหวของเม็ดเงินเหล่านี้ตอกย้ำว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงเป็นหมุดหมายยุทธศาสตร์ของระบบนิเวศบล็อกเชนโลก

ขณะที่พฤติกรรมของนักลงทุนในไทย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ส่งสัญญาณที่แตกต่างจากศูนย์กลางการเงินชั้นนำอย่างสิ้นเชิง ผู้บริโภคในสามประเทศนี้นิยมใช้คริปโตและบิทคอยน์เพื่อการชำระเงินและโอนเงินระหว่างบุคคลในชีวิตประจำวัน คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 14.4 เปอร์เซ็นต์ของธุรกรรมรายย่อยมูลค่าต่ำกว่า 10,000 ดอลลาร์สหรัฐทั่วโลก รวมกันมากกว่า 5.4 ล้านรายการ แม้ขนาดเศรษฐกิจคริปโตของทั้งสามประเทศจะมีสัดส่วนเพียง 2.5 เปอร์เซ็นต์ของโลก ตัวเลขนี้สะท้อนว่าประชาชนเลือกใช้เทคโนโลยีทางการเงินนี้แก้ปัญหาต้นทุนการโอนเงินข้ามพรมแดน


นอกจากนี้ปากีสถานสร้างสถิติด้านการใช้งานรายวันสูงถึง 736 เปอร์เซ็นต์ แตะระดับ 351 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การฟื้นตัวอย่างรวดเร็วนี้เกิดขึ้นทันทีหลังธนาคารกลางปากีสถานยกเลิกคำสั่งห้ามสถาบันการเงินทำธุรกรรมกับบริษัทคริปโทเคอร์เรนซีเมื่อเดือนเมษายน 2569 การเปิดกว้างเชิงนโยบายกลายเป็นตัวแปรชี้ขาดที่ปลดล็อกเงินทุนเข้าสู่ระบบทันที

ดุ๊ก ดาว (Duc Dao) ผู้จัดทำรายงานชี้ให้เห็นสัญญาณสำคัญว่า ภูมิทัศน์คริปโตกำลังแยกออกเป็นสองขั้วที่ชัดเจน ฝั่งหนึ่งคือตลาดที่พัฒนาแล้วซึ่งขับเคลื่อนด้วยเงินทุนสถาบันและการเก็งกำไรระดับมหภาค อีกฝั่งคือตลาดกำลังพัฒนาที่ประชาชนนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก นักลงทุนจึงจำเป็นต้องจับตาทิศทางนโยบายกำกับดูแลในกลุ่มประเทศอาเซียนอย่างใกล้ชิด เพราะจะเป็นตัวกำหนดว่าสภาพคล่องของภูมิภาคนี้จะไหลเข้าสู่ระบบการเงินแบบดั้งเดิมหรือกระจายตัวสู่กระเป๋าเงินดิจิทัลส่วนบุคคลต่อไป

Back To Top