คุยกับทูต | หลุยซา ราเกอร์ หวนคืนไทย…เปิดบทใหม่ไทย - อียู (2) - มติชนสุดสัปดาห์

คุยกับทูต | ชนัดดา ชินะโยธิน
Exclusive Talks With Ambassadors | Chanadda Jinayodhin
โอกาสใหม่ของความร่วมมือ
ไทย-สหภาพยุโรป
นางหลุยซา ราเกอร์ (H.E. Mrs. Luisa Ragher) เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย อธิบายว่า
“ดิฉันมองว่าการค้าและการลงทุนเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างสหภาพยุโรปกับไทย หากทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงการค้าเสรีที่ครอบคลุม ทันสมัย สมดุล และสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะช่วยให้การดำเนินธุรกิจมีกรอบที่ชัดเจนและคาดการณ์ได้มากขึ้น พร้อมเปิดโอกาสใหม่ทางการค้าและการลงทุน โดยเฉพาะในภาคส่วนที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูง ใช้เทคโนโลยี และให้ความสำคัญกับความยั่งยืน”
“เรื่องนี้ยิ่งมีความสำคัญในช่วงที่ไทยกำลังมุ่งสู่เศรษฐกิจที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้นและขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม บริษัทจากยุโรปนำมาทั้งเงินทุน เทคโนโลยี ความเชี่ยวชาญ ทักษะ และมาตรฐานระดับสูง ขณะที่ทำเลที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ ฐานอุตสาหกรรม และความเชื่อมโยงกับประเทศต่างๆ ในภูมิภาค ทำให้ไทยเป็นหุ้นส่วนที่น่าสนใจสำหรับธุรกิจยุโรปที่ต้องการกระจายและเสริมความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”
“ในด้านการลงทุน สหภาพยุโรปมี Global Gateway ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนที่ยั่งยืนในประเทศหุ้นส่วน โดยให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชน สิทธิแรงงาน และมาตรฐานสิ่งแวดล้อมระดับสูง สำหรับประเทศไทย เรามีแผนสนับสนุนการจัดทำแผนแม่บทเพื่อป้องกันและบริหารจัดการอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างฝั่งตะวันออก”

“ยุโรปมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในด้านนี้อย่างมาก และบริษัทจากยุโรปหลายแห่งก็เป็นผู้นำในระดับโลก”
“นอกจากนี้ เรายังอยู่ระหว่างพิจารณาความร่วมมือด้านเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel : SAF) การปรับปรุงโครงข่ายพลังงานให้ทันสมัย ตลอดจนการขยายความร่วมมือด้านอวกาศ”
“การพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นอีกด้านหนึ่งที่มีศักยภาพสูง สหภาพยุโรปและไทยต่างต้องการให้เศรษฐกิจเติบโตควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อม เราสามารถทำงานร่วมกันได้ตั้งแต่การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว การใช้ธรรมชาติช่วยแก้ปัญหา เศรษฐกิจหมุนเวียน และพลังงานสะอาด ไปจนถึงการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและการพัฒนาห่วงโซ่มูลค่าที่ยั่งยืน”
“สหภาพยุโรปพร้อมแบ่งปันประสบการณ์ เทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญด้านกฎระเบียบ เพื่อช่วยไทยพัฒนาศักยภาพและดึงดูดการลงทุนสีเขียว”
“สำหรับดิฉัน ความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจไม่ได้วัดจากปริมาณการค้าและการลงทุนเพียงอย่างเดียว หากยังอยู่ที่การร่วมกันกำหนดทิศทางการเติบโตในอนาคต ให้เป็นการเติบโตที่ยั่งยืน ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม รับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้ และสร้างประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่ายและโลกโดยรวม”
“อีกด้านหนึ่งที่สามารถขยายความร่วมมือได้คือความมั่นคง ไทยเป็นหุ้นส่วนสำคัญของสหภาพยุโรปในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรามองเห็นโอกาสที่จะทำงานร่วมกันมากขึ้น ทั้งด้านความมั่นคงทางทะเล การปราบปรามการลักลอบค้าผิดกฎหมาย ความมั่นคงทางไซเบอร์ และการรับมือกับภัยคุกคามแบบผสมผสาน โครงการที่สหภาพยุโรปสนับสนุน เช่น CRIMARIO และ ESIWA+ แสดงให้เห็นถึงคุณค่าของความร่วมมือที่เกิดขึ้นจริง”
“การขยายงานในด้านเหล่านี้จะช่วยเสริมสร้างความมั่นคง ความไว้วางใจ และเสถียรภาพของภูมิภาค ซึ่งล้วนเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจ”

เศรษฐกิจสีเขียวที่ทุกคนมีส่วนร่วม
“ความยั่งยืนเป็นหัวใจสำคัญของข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างสหภาพยุโรปกับไทยที่กำลังอยู่ระหว่างการเจรจา ข้อตกลงดังกล่าวมีทั้งหมวดว่าด้วยการค้าและการพัฒนาที่ยั่งยืน (Trade and Sustainable Development : TSD) และหมวดว่าด้วยระบบอาหารที่ยั่งยืน (Sustainable Food Systems) สะท้อนความเข้าใจร่วมกันว่า การค้าและการลงทุนควรมีส่วนช่วยขับเคลื่อนเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม”
“อุตสาหกรรมยางพาราเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัด สหภาพยุโรปกำหนดกฎเกณฑ์เพื่อให้สินค้าที่เข้าสู่ตลาดยุโรปไม่เกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่า พร้อมสนับสนุนเกษตรกรรายย่อยผู้ปลูกยางพาราในไทยให้สามารถแสดงข้อมูลว่าผลิตภัณฑ์ของตนมาจากการผลิตที่ยั่งยืน เมื่อเกษตรกรมีความพร้อม ยางพาราไทยก็มีโอกาสแข่งขันในตลาดยุโรปมากขึ้น ขณะเดียวกัน ผืนป่าก็ได้รับการคุ้มครอง นับเป็นประโยชน์ที่ทั้งสองฝ่ายมีร่วมกัน”
“ข้อตกลงหุ้นส่วนและความร่วมมือ (PCA) กับข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) จึงเป็นกลไกที่เกื้อหนุนกันในการยกระดับความสัมพันธ์ไทย-สหภาพยุโรป และวางรากฐานให้ความร่วมมือนี้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน”

สิทธิมนุษยชนในโลกที่หลากหลาย
ก่อนมาดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย นางหลุยซา ราเกอร์ เคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายสิทธิมนุษยชนของหน่วยงานด้านการต่างประเทศของสหภาพยุโรป ระหว่างปี 2561-2566 ประสบการณ์ดังกล่าวทำให้มุมมองของเธอต่อประเด็นสิทธิมนุษยชนเป็นเรื่องที่น่ารับฟัง
“การเคารพสิทธิมนุษยชนเป็นค่านิยมหลักของสหภาพยุโรป และเป็นส่วนสำคัญในแนวทางการทำงานของเรา ทั้งภายในสหภาพยุโรปและประเทศหุ้นส่วน มาตรา 2 แห่งสนธิสัญญาว่าด้วยสหภาพยุโรป (Treaty on European Union) ระบุถึงคุณค่าที่สหภาพยุโรปยึดถือ ได้แก่ การเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เสรีภาพ ประชาธิปไตย ความเสมอภาค หลักนิติธรรม และสิทธิมนุษยชน หลักการเหล่านี้ยังปรากฏอยู่ในกฎบัตรสิทธิขั้นพื้นฐานแห่งสหภาพยุโรป (EU Charter of Fundamental Rights) ด้วย”
“สิทธิมนุษยชนเป็นหลักการสากลที่ไม่อาจแบ่งแยก และสิทธิต่างๆ ล้วนเชื่อมโยงพึ่งพากัน ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และการเมืองของแต่ละประเทศอาจส่งผลต่อวิธีส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิในทางปฏิบัติ รวมถึงการทำงานของสถาบันต่างๆ แต่ความแตกต่างของบริบทไม่ควรเป็นเหตุให้ชะลอหรือลดทอนความสำคัญของหลักการเหล่านี้”
“สหภาพยุโรปจึงมองว่าการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนเป็นภารกิจร่วมกัน ซึ่งต้องอาศัยการพูดคุย ความเป็นหุ้นส่วน และความร่วมมือที่นำไปปฏิบัติได้จริง ทั้งกับประเทศสมาชิกและหุ้นส่วนระหว่างประเทศ รวมถึงประเทศไทย”
“คำขวัญของสหภาพยุโรปคือ ‘United in Diversity’ หรือ ‘เอกภาพท่ามกลางความหลากหลาย’ ประเทศต่างๆ ในยุโรปเองก็มีวัฒนธรรมและสังคมที่แตกต่างกัน ดิฉันมองว่าประสบการณ์นี้ช่วยให้เราทำงานร่วมกับประเทศอื่นได้ดีขึ้น เพราะเมื่อทำงานนอกยุโรป เราต้องปรับวิธีดำเนินงานให้เหมาะกับบริบทของแต่ละพื้นที่”
“โดยยังยึดมั่นในคุณค่าที่เราให้ความสำคัญ ทั้งการเคารพสิทธิมนุษยชน สิทธิแรงงานของทุกคน ตลอดจนการเคารพและคุ้มครองสิ่งแวดล้อม”


จุดแข็งของไทย
ในสายตาสหภาพยุโรป
เมื่อถามถึงสิ่งที่สหภาพยุโรปมองเห็นในประเทศไทย ท่านทูตเริ่มจากบทบาทของไทยในอาเซียนและเวทีโลก ก่อนกล่าวถึงคุณค่าที่ชาวยุโรปชื่นชมและสามารถเรียนรู้จากไทย
“สหภาพยุโรปให้ความสำคัญกับประเทศไทยในฐานะหุ้นส่วนสำคัญประเทศหนึ่งในอาเซียน และเป็นหุ้นส่วนบนเวทีโลกที่ร่วมสนับสนุนระเบียบระหว่างประเทศซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศและความร่วมมือแบบพหุภาคี ไทยยังเป็นหุ้นส่วนสำคัญทางเศรษฐกิจ และมีบทบาทในห่วงโซ่อุปทานด้วย”
“นอกเหนือจากบทบาทดังกล่าว ไทยยังมีเสน่ห์ทางวัฒนธรรม ทั้งไมตรีจิต อาหาร และพลังทางวัฒนธรรมที่ชาวยุโรปชื่นชอบ”
“อีกด้านหนึ่งที่น่าสนใจคือ การผสานองค์ความรู้ด้านสุขภาวะแบบดั้งเดิมเข้ากับการแพทย์สมัยใหม่ ตลอดจนการให้ความสำคัญกับความเข้มแข็งของชุมชนและความสามารถของสังคมในการปรับตัว”
“สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นคุณค่าที่สหภาพยุโรปสามารถเรียนรู้จากประเทศไทยได้”