รมว.พลังงาน ลงพื้นที่ระยอง รับปากผลักดันโรงไฟฟ้าขยะเฟส 2 แก้ปัญหาขยะล้นเมือง
- หน้าหลัก
- ภูมิภาค
- ภาคกลาง-ตะวันออก
รมว.พลังงาน ลงพื้นที่ระยอง รับปากผลักดันโรงไฟฟ้าขยะเฟส 2 แก้ปัญหาขยะล้นเมือง
เผยแพร่: 28 ส.ค. 2569 22:07 ปรับปรุง: 28 ส.ค. 2569 22:07 โดย: ผู้จัดการออนไลน์
ระยอง – “เอกนัฏ” ลงพื้นที่ติดตามโครงการผลิตเชื้อเพลิงทดแทนจากขยะชุมชน อบจ.ระยอง เผยจังหวัดมีขยะวันละ 1,200 ตัน แต่โรงไฟฟ้าเฟสแรกกำจัดได้เพียง 500 ตัน เหลือขยะตกค้าง 700 ตัน รับปากเร่งผลักดันโรงไฟฟ้าขยะเฟส 2 พร้อมประสานแก้ปัญหากองทุนพัฒนาโรงไฟฟ้าติดขัด
วันที่ 28 สิงหาคม 2569 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่จังหวัดระยอง เพื่อติดตามโครงการผลิตเชื้อเพลิงทดแทนจากขยะชุมชนขององค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง (อบจ.ระยอง) ณ ห้องประชุมศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยแบบครบวงจร ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง
โดยมีนายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นายปิยะ ปิตุเตชะ นายก อบจ.ระยอง นายฉัตรชัย ปิตุเตชะ สส.ระยอง นายปิติ ปิตุเตชะ สส.บัญชีรายชื่อ พร้อมด้วยผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับ
นายปิยะ ปิตุเตชะ นายก อบจ.ระยอง กล่าวว่า ปัจจุบันจังหวัดระยองมีปริมาณขยะประมาณ 1,200 ตันต่อวัน ส่งผลให้จังหวัดประสบปัญหาขยะตกค้างและขยะล้นเมือง แม้ที่ผ่านมาได้ดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะชุมชนระยะที่ 1 ซึ่งต่อยอดจากโครงการศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยรวมแบบครบวงจร จังหวัดระยอง ที่ร่วมลงทุนกับบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC แล้วก็ตาม
อย่างไรก็ตาม โรงไฟฟ้าขยะระยะที่ 1 สามารถรองรับและกำจัดขยะได้ประมาณ 500 ตันต่อวัน ขณะที่ยังมีขยะตกค้างอีกประมาณ 700 ตันต่อวัน จึงมีความจำเป็นต้องจัดตั้งโรงไฟฟ้าขยะระยะที่ 2 เพิ่มเติม เพื่อรองรับปริมาณขยะที่เหลือ และหากโครงการระยะที่ 2 แล้วเสร็จ จะช่วยให้จังหวัดระยองสามารถกำจัดขยะได้ครบ 100 เปอร์เซ็นต์
นายปิยะ กล่าวว่า ขณะนี้โครงการโรงไฟฟ้าขยะระยะที่ 2 ยังไม่ได้รับการอนุมัติจากส่วนกลาง ส่งผลให้ปัญหาขยะตกค้างยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงต้องการให้กระทรวงพลังงานเข้ามาช่วยผลักดันโครงการดังกล่าวให้เกิดขึ้นโดยเร็ว
ด้านนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า การลงพื้นที่จังหวัดระยองในวันนี้ มีเรื่องสำคัญที่ต้องติดตาม 2 ประเด็น โดยประเด็นแรกคือโครงการโรงไฟฟ้าขยะ ซึ่ง อบจ.ระยอง ได้เสนอขอจัดตั้งโครงการ และจากการลงพื้นที่พบว่ามีทั้งศักยภาพและความต้องการที่ชัดเจน
สำหรับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) ฉบับที่จะออกมา จะมีการจัดสรรส่วนหนึ่งไว้สำหรับโรงไฟฟ้าขยะ โดยเมื่อจังหวัดระยองมีความพร้อมในทุกด้านแล้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดจะดำเนินการตามขั้นตอนผ่านกระทรวงมหาดไทย เพื่อเสนอขอโควตาการรับซื้อไฟฟ้า และนำไปสู่การจัดตั้งโรงไฟฟ้าขยะ
“ผมรับปากว่าจะดำเนินการให้ในส่วนของโรงไฟฟ้าขยะเฟสที่ 2 ต่อไป” นายเอกนัฏกล่าว
ส่วนประเด็นที่ 2 คือเรื่องกองทุนพัฒนาโรงไฟฟ้าในพื้นที่ชุมชน ซึ่งพบว่ามีปัญหาติดขัดในการนำเงินกองทุนออกมาใช้ประโยชน์ โดยตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร
นายเอกนัฏกล่าวว่า ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าปัญหาดังกล่าวเกิดจากการขาดการสื่อสารหรือการประสานงานระหว่างกระทรวงพลังงานกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) หรือไม่ แต่พร้อมทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการประสานและแก้ไขปัญหาให้เกิดความชัดเจน
“หากติดขัดที่กฎกติกาที่ไม่อัปเดต หรือไม่เป็นไปตามเจตนาและวัตถุประสงค์ของประชาชน ผมพร้อมที่จะดำเนินการแก้ไข เพื่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่”