เดินหน้า2แสนล. ปฏิรูป‘พลังงาน’ ยํ้าไม่ตีเช็คเปล่า
รัฐบาลย้ำหลังสภาไฟเขียว "พ.ร.ก.กู้เงิน" เดินหน้าทันที 2 แสนล้านเปลี่ยนผ่านพลังงาน ยันไม่กู้มากอง-ไม่ตีเช็คเปล่า ประชาชนได้ประโยชน์จริง กระทุ้ง 31 ส.ค. วันสุดท้ายยื่นทบทวนสิทธิบัตรคนจน ยังมี 4.5 ล้านรายไม่อุทธรณ์ แนะยื่นคำขอก่อน-แก้ไขข้อมูลผ่าน OSS ได้ถึง 20 ก.ย.
เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติอนุมัติพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 วงเงินไม่เกิน 400,000 ล้านบาท (พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท) รัฐบาลพร้อมเดินหน้าดำเนินการตามกรอบกฎหมาย โดยยืนยันว่าการใช้เงินทุกบาทมีเป้าหมายชัดเจน คุ้มค่า โปร่งใส และตรวจสอบได้
สำหรับแผนงานที่ 2 ในกรอบวงเงิน 200,000 ล้านบาท เพื่อปรับโครงสร้างและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ รัฐบาลได้เตรียมหลักเกณฑ์การกลั่นกรองไว้ล่วงหน้าแล้ว โดยคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ (คกง.) เห็นชอบกรอบแนวคิด หลักเกณฑ์ และแนวทางพิจารณาโครงการ เพื่อให้เงินถูกนำไปใช้กับการลงทุนที่สร้างผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล เพิ่มพลังงานทดแทน พัฒนาโครงข่ายไฟฟ้า ยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ส่งเสริมยานยนต์สะอาด และพัฒนาทักษะแรงงานรองรับอุตสาหกรรมพลังงานใหม่
ที่สำคัญ รัฐบาลกำหนด Negative List ไว้อย่างชัดเจน โครงการที่จะขอใช้เงินกู้ต้องไม่ใช่การจ้างที่ปรึกษาศึกษาวิจัย การศึกษาดูงาน หรือเดินทางไปต่างประเทศ ไม่ใช้เพื่อจัดซื้อวัสดุหรือครุภัณฑ์แจกจ่ายประชาชนโดยตรง ไม่แบ่งซื้อแบ่งจ้าง และไม่ซ้ำซ้อนกับงบประมาณรายจ่ายประจำปีหรือแหล่งเงินอื่น รวมทั้งต้องเป็นไปตามมาตรฐานและข้อกำหนดทางเทคนิค เพื่อให้สิ่งที่ลงทุนสามารถใช้งานและบำรุงรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว
โดยกรอบการลงทุนแบ่งเป็น 3 ด้านหลัก ได้แก่ 1) ลดการใช้พลังงานฟอสซิลและเพิ่มพลังงานทดแทน รวมถึงการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าและเทคโนโลยีบริหารจัดการพลังงาน 2) ส่งเสริมยานพาหนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้ง EV พลังงานสะอาด EV Charging Station และ Swapping Station ตลอดจนการเพิ่มประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์ และ 3) สร้างคนและสร้างงานรองรับเศรษฐกิจพลังงานใหม่ ผ่านการ Upskill/Reskill เช่น ช่างติดตั้งและซ่อมบำรุงโซลาร์เซลล์ ช่างซ่อมบำรุง EV รวมถึงสนับสนุนนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้จริงหรือต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้
“พ.ร.ก.ฉบับนี้ไม่ใช่การกู้เงินมากองไว้ และไม่ใช่การตีเช็คเปล่าให้หน่วยงานนำไปใช้โดยไม่มีกรอบ ทุกบาทมีเป้าหมาย มีหลักเกณฑ์ และต้องมีผลลัพธ์ที่วัดได้ ในส่วนเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านพลังงานนั้น ถือเป็นการลงทุนเพื่อให้ประเทศไทยลดการพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และสร้างงานสร้างอาชีพใหม่ให้คนไทยในเศรษฐกิจพลังงานสะอาด” น.ส.รัชดาระบุ
ด้าน น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลขอแจ้งเตือนประชาชนที่ลงทะเบียนโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 และไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ หากประสงค์ขอให้ตรวจสอบข้อมูลอีกครั้ง ต้องยื่นขอทบทวนสิทธิภายในวันที่ 31 ส.ค.นี้ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการยื่นคำขอ หากเห็นว่าผลการตรวจสอบคุณสมบัติหรือข้อมูลในระบบไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ขอให้ยื่นคำขอทบทวนสิทธิภายในวันที่ 31 ส.ค.นี้ก่อน ส่วนการนำเอกสารไปแก้ไขข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังดำเนินการได้ถึงวันที่ 20 ก.ย. เพื่อไม่ให้พลาดกำหนดเวลาการยื่นทบทวนสิทธิ
ข้อมูลของกรมการปกครอง ณ วันที่ 26 ส.ค.2569 เวลา 08.30 น. ระบุว่า มีผู้ไม่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติรวม 9,314,253 ราย ในจำนวนนี้ยื่นขอทบทวนสิทธิแล้ว 4,767,301 ราย หรือร้อยละ 51.18 ขณะที่ยังไม่ได้ยื่นขอทบทวนสิทธิ 4,546,952 ราย หรือร้อยละ 48.82
สำหรับผู้ผ่านเกณฑ์รายใหม่ที่ต้องยืนยันตัวตน มีจำนวน 3,139,886 ราย ดำเนินการยืนยันตัวตนแล้ว 2,510,504 ราย หรือร้อยละ 79.96 และยังไม่ได้ยืนยันตัวตน 629,382 ราย หรือร้อยละ 20.04 จึงขอให้ผู้ที่ยังไม่ได้ดำเนินการเร่งยืนยันตัวตนตามช่องทางที่โครงการกำหนด เพื่อให้สามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตามกำหนด.