Cover Image

เอกนิติปลื้ม ‘บอนด์ออมพลัส’ สุดฮอต 2พันล้านบาทขายเกลี้ยงใน21วินาที

สุดปัง!! ‘เอกนิติ’ ปลื้มเปิดขายบอนด์ ‘ออมพลัส’ วันแรก 2 พันล้านบาท ผ่านแอปเป๋าตัง หมดเกลี้ยงภายใน 21 วินาที พร้อมกระตุ้นคนอยากออมเตรียมตัวให้พร้อม วันที่ 3-5 ส.ค. นี้ จ่อขายผ่าน Bond Connect Platform แจงความเปราะบาง 3 ชั้นซ้อน ‘ออมน้อย-ออมลด-สังคมสูงวัย’ เหตุจำเป็นเร่งเข็นผลิตภัณฑ์การออม หวังช่วยแก้โจทย์เชิงโครงสร้างประเทศ

31 ก.ค. 2569 – นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก ‘ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ’ โดยระบุว่า กระทรวงการคลังได้เปิดจำหน่ายพันธบัตรรัฐบาล ‘ออมพลัส’ วันนี้ (31 ก.ค.) เป็นวันแรก ซึ่งพันธบัตรรัฐบาล ออมพลัส ไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์การออมตัวใหม่ แต่เป็นเครื่องมือหนึ่งที่เชื่อว่าจะช่วยแก้โจทย์เชิงโครงสร้างสำคัญของประเทศ

“ขณะที่เขียนเฟซบุ๊กอยู่นี้ ผมได้รับรายงานจากผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ว่า ล็อตแรกที่เปิดขายวันนี้ผ่านแอปเป๋าตัง (first come first serve) วงเงินรวม 2,000 ล้านบาท หมดเกลี้ยงภายใน 21 วินาที สำหรับคนที่พลาดวันนี้ เตรียมตัวให้พร้อมวันที่ 3 – 5 ส.ค. ขั้นต่ำ 1,000 บาท โดยจะให้สิทธิรายย่อยก่อน (small lot first) ผ่าน Bond Connect Platform และจะทยอยจำหน่ายต่อเนื่องทุกเดือนหลังจากนี้” นายเอกนิติ ระบุ

ทั้งนี้ ก่อนอื่นขอบอกว่าทำไมเรื่องนี้ถึงจำเป็น โดย 1. วันนี้คนไทยจำนวนไม่น้อยยังมีเงินออมไม่ถึง 6 เดือนของค่าใช้จ่ายจำเป็น ขณะที่หนี้ครัวเรือนไทยยังสูงกว่า 86% ของจีดีพี ติดอันดับต้น ๆ ของภูมิภาค 2. หากมองภาพรวมประเทศ ตัวเลขก็ไปทางเดียวกัน คือการออมของไทยลดลงต่อเนื่อง จาก 27.7% ของจีดีพี ในปี 2557 เหลือล่าสุดเพียง 25.3% ของจีดีพี และ 3. ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น ไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์อย่างรวดเร็ว โดยวันนี้มีถึง 53 จังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุเกิน 20% แต่ผู้สูงวัยไทยจำนวนมากยังไม่มีความมั่นคงทางการเงินเพียงพอ ซึ่งหากไม่ส่งเสริมการออมในวันนี้ อาจส่งผลกระต่อระบบการเงินการคลังของประเทศในระยะกลางถึงยาว

“นี่คือความเปราะบาง 3 ชั้นที่ซ้อนกันอยู่ ตั้งแต่ครัวเรือน ระดับประเทศ ไปจนถึงโครงสร้างประชากร โจทย์ของเราจึงไม่ใช่แค่ทำอย่างไรให้คนเริ่มออม แต่คือทำอย่างไรให้ออมได้ต่อเนื่อง ออมได้จริง และต่อยอดสู่การลงทุน เพราะในโลกยุคใหม่ มีรายได้อย่างเดียวไม่พออีกต่อไป ดังนั้นพันธบัตรรัฐบาล ออมพลัส เป็นการเพิ่มทางเลือกในการออมและการลงทุนที่เข้าถึงง่ายให้แก่ประชาชน โดยกําหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่ 1.80% ต่อปี สําหรับรุ่นอายุ 3 ปีและ 2.80% ต่อปี สําหรับรุ่นอายุ 10 ปี และผู้ลงทุนจะได้รับประโยชน์ ‘พลัส’ มากกว่าการออมรูปแบบเดิม” นายเอกนิติ ระบุ

สำหรับประโยชน์ ‘พลัส’ มากกว่าการออมรูปแบบเดิม ได้แก่ ‘พลัส’ ทุกเดือน มีจําหน่ายทุกเดือน เข้าถึงการออมได้ง่ายและทั่วถึง (Financial Inclusion), ‘พลัส’ ผลตอบแทน ด้วยดอกเบี้ยที่จูงใจ, ‘พลัส’ ตลาดรอง ซึ่งมีกลไกตลาดมารองรับและช่วยสะท้อนราคาซื้อขายที่แท้จริงและโปร่งใส และ ‘พลัส’ ช่องทางจําหน่าย ด้วยการเพิ่มช่องทางจําหน่ายที่มากขึ้นผ่านทั้งวอลเล็ต สบม. ธนาคารพาณิชย์ บริษัทหลักทรัพย์และแอปพลิเคชัน Streaming ประชาชนสามารถเริ่มลงทุนได้ตั้งแต่ 100 บาท ผ่านวอลเล็ต สบม. บนแอปพลิเคชันเป๋าตัง หรือเลือกจองซื้อผ่านธนาคาร บริษัทหลักทรัพย์ และแอปพลิเคชัน Streaming โดยเริ่มต้นที่ 1,000 บาท (small lot first ผ่าน Bond Connect Platform) เพื่อให้ประชาชน สามารถเลือกรูปแบบการลงทุนที่เหมาะกับเงินออมและความสะดวกของตัวเอง

นายเอกนิติ ระบุอีกว่า ประเด็นที่อยากเน้นคือ ‘ออมพลัส’ ไม่ได้ตอบแค่คนตัวเล็ก แต่ตอบโจทย์ประเทศด้วย ใน 3 ชั้น โดย 1. ชั้นครัวเรือน วินัยออมสม่ำเสมอทุกเดือน ผลตอบแทนจูงใจกว่าเงินฝากทั่วไป เชื่อมพอร์ตลงทุนได้จริง เป็นก้าวแรกของความมั่นคงในวัยเกษียณ ซึ่งสำคัญยิ่งขึ้นในยุคที่ผู้สูงวัยไทยจำนวนมากยังไม่มีกันชนทางการเงินรองรับตัวเอง 2. ชั้นตลาดทุน ตลาดรองที่โปร่งใสและมีสภาพคล่อง คือการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานตลาดทุนไทย เชื่อมพันธบัตรออมทรัพย์แบบเดิมสู่ Digital Investment Ecosystem หนุนเป้าหมายพลิกฟื้นสัดส่วนการออมของประเทศที่ลดลงต่อเนื่องเกือบ 10 ปี ให้กลับมาแข็งแรงในปีแห่งการลงทุนนี้

3. ชั้นการคลังและโครงสร้างประชากร การขยายฐานผู้ออมในประเทศให้กว้างขึ้น คือส่วนหนึ่งของการกระจายเครื่องมือระดมทุนภาครัฐ ไม่ได้ช่วยแค่เสถียรภาพหนี้สาธารณะ แต่ช่วยเตรียมประเทศให้พร้อมรับมือสังคมสูงวัยที่กำลังมาเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาด ยิ่งวัยทำงานวันนี้มีเครื่องมือออมระยะยาวที่มั่นคง ภาระที่จะตกไปอยู่กับระบบการเงินการคลังในอนาคตก็จะเบาลงตามไปด้วย

“นี่คือหลัก Target ในกรอบ 5T ที่ผมยึดเสมอมา ใช้เครื่องมือการคลังอย่างมีเป้าหมายและมีวินัย ควบคู่กับความยั่งยืนระยะยาว การออมที่ดีที่สุดไม่ใช่การออมก้อนใหญ่ครั้งเดียว แต่คือการออมสม่ำเสมอในระยะยาว” รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง กล่าว

เพิ่มเพื่อน

Back To Top