ภูเก็ต งบลงทุนทะลัก 2.1 แสนล้านบาท เมกะโปรเจ็กต์คมนาคม-เฮลท์แคร์-รีเทล มาหมด ดันเกาะสู่ International Hub
ภัทรชัย ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการอาวุโส แผนกวิจัยตลาดและประชาสัมพันธ์ ซาวิลล์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ภูเก็ตกำลังเข้าสู่จังหวะเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จากเมืองท่องเที่ยวระดับโลกสู่ “Integrated International Tourism and Service Hub”
โดยมีเม็ดเงินลงทุนจากทั้งภาครัฐบาลและเอกชนกว่า 214,000 ล้านบาท ครอบคลุมตั้งแต่สนามบิน ระบบขนส่งมวลชน การแพทย์และสุขภาพ ไปจนถึง Retail, Lifestyle และ Mixed-use Development
การลงทุนก้อนใหญ่ดังกล่าวสะท้อนความเชื่อมั่นระยะยาวของนักลงทุนต่อศักยภาพของภูเก็ต และไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มจำนวนโครงการ แต่เป็นการยกระดับ “ระบบนิเวศของเมือง” เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ประชากร และกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มขยายตัวในอนาคต

เงิน 2.1 แสนล้านบาท กำลังเข้าภูเก็ต มีอะไรบ้าง?
เบื้องต้นงบลงทุน 2.1 แสนล้านบาท กระจายใน 5 รูปแบบโครงการ ได้แก่
1.สนามบิน
หนึ่งในโครงการที่มีมูลค่าสูงที่สุดคือ New Andaman Airport หรือท่าอากาศยานอันดามานแห่งใหม่ มูลค่าประมาณ 80,000 ล้านบาท ซึ่งจะเข้ามาเพิ่มขีดความสามารถด้านการบินของภูมิภาค
ขณะที่ Phuket International Airport Expansion Phase 2 มูลค่าประมาณ 10,000 ล้านบาท จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการรองรับผู้โดยสารของสนามบินภูเก็ต

2.ขนส่งมวลชน
ด้านการเดินทางภายในเกาะ มี Light Rail System - Phase 1 กรอบวงเงินประมาณ 35,350 ล้านบาท รวมถึงโครงการทางพิเศษป่าคลอก-บางกู ซึ่งจะเข้ามาเพิ่ม Connectivity ระหว่างพื้นที่ ลดการพึ่งพารถยนต์ส่วนบุคคล และเปิดโอกาสให้พื้นที่ตามแนวเส้นทางคมนาคมใหม่สามารถพัฒนาได้มากขึ้น

3.โรงพยาบาล
ขณะเดียวกัน ภูเก็ตกำลังเพิ่มน้ำหนักไปยังเศรษฐกิจสุขภาพ เข้ามาเสริมศักยภาพด้าน Medical Tourism และ Healthcare Economy โดยมี 2 โครงการไฮไลต์ คือ
-Songklanagarind Phuket Advanced Medical Center มูลค่าประมาณ 20,000 ล้านบาท
-Bumrungrad International Hospital Phuket มูลค่าประมาณ 4,300 ล้านบาท
4.มิกซ์ยูสครบวงจร
ฝั่งเอกชนก็เดินหน้าสร้าง Destination ใหม่ อาทิ Synthesis Ark Phuket เมกะมิกซ์ยูส มูลค่าประมาณ 50,000 ล้านบาท พัฒนาโดยกลุ่มบริษัทซีวี (CV Group) ของตระกูลวานิช
ภายในโครงการประกอบด้วย คอนโดมิเนียม บ้านจัดสรร วิลล่าหรู อาคารสำนักงาน โรงแรม เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ สถานศึกษา ศูนย์สุขภาพและความงาม (Wellness Hub) และศูนย์การค้าระดับโลก

5.ศูนย์การค้า
นำโดยสยามพิวรรธน์ที่เพิ่งเปิดตัวโครงการไปสด ๆ ร้อน ๆ อย่าง ICONPHUKET มูลค่าประมาณ 10,000 ล้านบาท
ขณะที่ Siam Premium Outlets Phuket มูลค่าประมาณ 5,000 ล้านบาท จะเข้ามาเติมองค์ประกอบด้าน Retail และ Lifestyle รองรับนักท่องเที่ยวและกลุ่มกำลังซื้อสูง
นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดการพัฒนา Andaman Ring Ports, สนามบินน้ำ, Monorail และระบบรถไฟฟ้าภูเก็ต ที่สะท้อนทิศทางการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมของภูเก็ตให้มีความหลากหลายและเชื่อมโยงกันมากขึ้น
ภาพรวมจึงไม่ใช่แค่การลงทุนในโครงการรายแห่ง แต่เป็นการเติมโครงสร้างพื้นฐานหลายด้านพร้อมกัน ตั้งแต่การเดินทางทางอากาศและทางบก ระบบขนส่งมวลชน การแพทย์ การค้าปลีก ไปจนถึง Destination ขนาดใหญ่

จาก Tourism Destination สู่ International Tourism & Service Hub
สิ่งที่น่าสนใจของเม็ดเงินกว่า 2.1 แสนล้านบาท จึงไม่ใช่เพียง “มูลค่าการลงทุน” แต่คือผลต่อโครงสร้างเศรษฐกิจของภูเก็ตในระยะยาว
เมื่อสนามบินมีขีดความสามารถเพิ่มขึ้น ระบบขนส่งเชื่อมต่อพื้นที่ได้ดีขึ้น ขณะเดียวกันมี Healthcare, Retail, Lifestyle และ Mixed-use เข้ามาเติมเมือง ภูเก็ตก็มีโอกาสลดข้อจำกัดที่สะสมจากการเติบโตอย่างรวดเร็ว และขยับจากเมืองที่พึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นหลัก ไปสู่เมืองที่มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลากหลายมากขึ้น
โดยเฉพาะการขยายตัวของ Medical Tourism และการรองรับผู้พำนักระยะยาวที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งจะช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับฐานเศรษฐกิจของภูเก็ต นอกเหนือจากนักท่องเที่ยวทั่วไป
และเมื่อ Connectivity ของเมืองเปลี่ยน ผลไม่ได้หยุดอยู่แค่สนามบินหรือระบบขนส่ง แต่มีโอกาสส่งต่อมายังตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรอบด้วย

ตลาดที่อยู่อาศัยภูเก็ต เปิดใหม่ 4,166 ยูนิต มูลค่า 5.3 หมื่นล้าน
ข้อมูลจาก ซาวิลส์ พบว่า ตลาดที่อยู่อาศัยภูเก็ตในช่วงครึ่งแรกปี 2569 มีโครงการเปิดตัวใหม่ 67 โครงการ รวม 4,166 ยูนิต มูลค่าการพัฒนารวม 52,955 ล้านบาท แบ่งเป็นทั้งคอนโดมิเนียมและวิลล่า
คอนโดมิเนียม ยังเป็นเซ็กเมนต์ที่เปิดตัวมากที่สุดในแง่จำนวนยูนิต มีโครงการใหม่ 16 โครงการ รวม 3,466 ยูนิต หรือกว่า 83% ของอุปทานเปิดตัวใหม่ มูลค่าการพัฒนารวมประมาณ 20,450 ล้านบาท โดยเน้นทำเลท่องเที่ยวสำคัญฝั่งตะวันตก ซึ่งยังได้รับความนิยมจากผู้ซื้อชาวต่างชาติ
ทำเลที่มีการเปิดตัวคอนโดมิเนียมมากที่สุด ได้แก่
1.สุรินทร์ 672 ยูนิต มูลค่า 4,050 ล้านบาท
2.เชิงทะเล 397 ยูนิต มูลค่า 2,850 ล้านบาท
3.กมลา 363 ยูนิต มูลค่า 2,300 ล้านบาท
ขณะที่ Aceller Hotel & Residence ในฉลอง มีขนาดใหญ่ที่สุดในช่วงดังกล่าวที่ 688 ยูนิต มูลค่าประมาณ 2,650 ล้านบาท

แต่หากมองในแง่ “มูลค่า” วิลล่ากลับโดดเด่นกว่า โดยครึ่งแรกปี 2569 มีโครงการเปิดใหม่ 51 โครงการ 700 ยูนิต มูลค่ารวม 32,505 ล้านบาท หรือคิดเป็นมากกว่า 61% ของมูลค่าการพัฒนาโครงการใหม่ทั้งหมด
ตลาดยังถูกขับเคลื่อนด้วยวิลล่าระดับลักชัวรีและอัลตร้าลักชัวรี โดยมีกลุ่มผู้ซื้อหลักเป็นชาวต่างชาติ โดยเฉพาะยุโรป รัสเซีย และเอเชีย ซึ่งมองหาทั้งบ้านพักตากอากาศและสินทรัพย์เพื่อการลงทุนระยะยาว
ด้านทำเล ศรีสุนทร มีการเปิดตัววิลล่ามากที่สุดที่ประมาณ 120 ยูนิต มูลค่า 3,675 ล้านบาท ตามด้วยเชิงทะเล 84 ยูนิต มูลค่า 3,425 ล้านบาท และกมลา 67 ยูนิต มูลค่า 3,900 ล้านบาท

รายใหญ่รุกหนักภูเก็ต
ภาพการลงทุนขนาดใหญ่กำลังเกิดขึ้นพร้อมกับการขยายตัวของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะรายใหญ่จากกรุงเทพฯ ที่เข้ามาขยายตลาดภูเก็ตมากขึ้น
ในครึ่งแรกปี 2569 แสนสิริ เปิดตัว RHEA by Sansiri บริเวณหาดสุรินทร์ มูลค่าประมาณ 1,500 ล้านบาท พร้อมแผนเปิดตัวโครงการใหม่อีก 4 โครงการในช่วงครึ่งหลังของปี
ขณะที่ TITLE เดินหน้าพัฒนาโครงการในบางเทา เชิงทะเล และกมลา ส่วน ศุภาลัย ยังอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายการลงทุนในจังหวัด
เมื่อโครงสร้างพื้นฐาน สนามบิน ระบบขนส่ง การแพทย์ Retail และ Destination ใหม่ทยอยเข้ามา ผลที่ตามมาจึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ภาคท่องเที่ยว แต่มีโอกาสสร้าง Multiplier Effect ไปยัง โรงแรม ที่อยู่อาศัยระดับกลางถึงบน Luxury Residential, Serviced Apartments, Retail และ Mixed-use Development
โดยเฉพาะพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์จาก Connectivity ที่ดีขึ้น และทำเลฝั่งตะวันตกอย่าง เชิงทะเล บางเทา สุรินทร์ กมลา และลายัน ซึ่งยังเป็นศูนย์กลางการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของภูเก็ต
ดังนั้น เม็ดเงินกว่า 2.1 แสนล้านบาท ที่กำลังมุ่งหน้าสู่ภูเก็ต จึงอาจไม่ได้เป็นเพียงการลงทุนเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น แต่กำลังวางรากฐานให้ภูเก็ตกลายเป็นเมืองที่มีทั้งการท่องเที่ยว การแพทย์ การค้า และบริการระดับนานาชาติ ขณะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ก็ยังเป็นหนึ่งในภาคธุรกิจที่รับแรงส่งจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อย่างชัดเจน