Cover Image

กษัตริย์มาเลเซียเลื่อนพิจารณาคำขอพระราชทานอภัยโทษ "นาจิบ ราซัก" คดี 1MDB

สมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่านอิบราฮิม กษัตริย์แห่งมาเลเซีย ทรงเลื่อนการพิจารณาคำขอพระราชทานอภัยโทษครั้งใหม่ของนาจิบ ราซัก อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำลังรับโทษจำคุกจากคดีทุจริตที่เกี่ยวข้องกับกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติมาเลเซีย หรือ 1MDB โดยเรื่องดังกล่าวจะถูกนำกลับมาพิจารณาในการประชุมคณะกรรมการอภัยโทษครั้งต่อไป

ฝ่ายกิจการกฎหมาย สำนักนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย แถลงเมื่อวันนี้ (11 ก.ย.) ว่า สมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่านอิบราฮิม ซึ่งทรงเป็นประธานคณะกรรมการอภัยโทษ ทรงมีพระบรมราชานุญาตให้เลื่อนการพิจารณาคำขอของนาจิบไปยังการประชุมครั้งหน้า แต่ไม่ได้ระบุว่าจะจัดขึ้นเมื่อใด

ในการประชุมครั้งล่าสุด พระองค์ยังทรงมีพระบรมราชานุญาตให้อภัยโทษและปล่อยตัวนักโทษ 65 คน โดยนักโทษที่ไม่ใช่ชาวมาเลเซียจะต้องถูกส่งตัวกลับประเทศต้นทางภายใน 6 เดือนหลังได้รับการปล่อยตัว

นาจิบ วัย 73 ปี ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาเลเซียระหว่างปี 2009-2018 และเริ่มรับโทษจำคุกในเดือนสิงหาคม 2022 หลังศาลสูงสุดของมาเลเซียมีคำพิพากษายืนตามความผิดในคดีทุจริตเงินกองทุน SRC International ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ 1MDB ซึ่งเกี่ยวข้องกับเงิน 42 ล้านริงกิต หรือประมาณ 42 ล้านบาท ที่ถูกโอนจาก SRC International ซึ่งเป็นอดีตบริษัทในเครือของกองทุน 1MDB เข้าสู่บัญชีธนาคารส่วนตัวของเขา

เดิมนาจิบถูกตัดสินจำคุก 12 ปี และปรับ 210 ล้านริงกิต จากความผิด 7 กระทง ได้แก่ การใช้อำนาจโดยมิชอบ การละเมิดความไว้วางใจทางอาญา และการฟอกเงิน ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ 2024 คณะกรรมการอภัยโทษ ซึ่งมีอดีตกษัตริย์สุลต่านอับดุลเลาะห์เป็นประธาน ได้ลดโทษจำคุกเหลือ 6 ปี และลดค่าปรับเหลือ 50 ล้านริงกิต ส่งผลให้เดิมนาจิบมีกำหนดพ้นโทษในเดือนสิงหาคม 2028

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า นาจิบต้องการให้คณะกรรมการพิจารณาคำขอให้เขาเปลี่ยนจากการจำคุกเป็นการกักบริเวณภายในบ้าน อย่างไรก็ตาม ศาลสูงมาเลเซียเคยวินิจฉัยว่า คำสั่งเพิ่มเติมที่อ้างว่าอนุญาตให้กักบริเวณในบ้านไม่มีผลบังคับใช้ เนื่องจากไม่ได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการอภัยโทษในการประชุมเมื่อเดือนมกราคม 2024 และนาจิบได้ถอนคำอุทธรณ์ในประเด็นดังกล่าวเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

นอกจากโทษจำคุกในคดี SRC International แล้ว นาจิบยังเผชิญโทษจำคุกอีก 15 ปีในคดี 1MDB อีกคดีหนึ่ง หลังศาลสูงมีคำพิพากษาเมื่อเดือนธันวาคม 2025 จากความผิด 25 กระทง ฐานใช้อำนาจโดยมิชอบและฟอกเงิน กรณีเงิน 2,200 ล้านริงกิตที่ถูกยักยอกจากกองทุน 1MDB พร้อมสั่งปรับ 11,380 ล้านริงกิต โดยนาจิบยื่นอุทธรณ์ต่อคำพิพากษาและบทลงโทษดังกล่าวแล้ว

แม้จะถูกจำคุก แต่นาจิบยังคงเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลและสร้างความแตกแยกในแวดวงการเมืองมาเลเซีย โดยเฉพาะภายในพรรคองค์การสหมาเลย์แห่งชาติ หรือ UMNO ซึ่งเป็นแกนนำของแนวร่วมแห่งชาติ หรือ Barisan Nasional (BN) และเป็นหนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาลผสมของนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม

ประเด็นคำขอพระราชทานอภัยโทษยังสร้างความตึงเครียดระหว่าง UMNO กับแนวร่วมปากาตัน ฮาราปัน (PH) ของนายกรัฐมนตรีอันวาร์ โดย PH ระบุว่า ผู้ที่ถูกศาลพิพากษาว่ามีความผิดฐานทุจริตหรือใช้อำนาจโดยมิชอบควรรับโทษเต็มตามคำพิพากษา พร้อมย้ำว่าคดีสำคัญควรคำนึงถึงความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการปฏิรูปและการต่อต้านการทุจริตของมาเลเซีย

ด้าน UMNO ตอบโต้ว่า แถลงการณ์ดังกล่าวอาจถูกมองว่าเป็นการตั้งคำถามต่อพระราชอำนาจในการพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งได้รับการรับรองไว้ในมาตรา 42(1) ของรัฐธรรมนูญแห่งสหพันธรัฐ พร้อมย้ำว่า พรรคจะไม่ชี้นำหรือเรียกร้องผลการตัดสินใดเป็นการเฉพาะ และทุกฝ่ายควรเคารพการตัดสินใจที่เกิดขึ้นผ่านกระบวนการตามกฎหมาย

การเลื่อนพิจารณาครั้งล่าสุดจึงทำให้อนาคตของนาจิบยังคงไม่แน่นอน ขณะที่ผลการตัดสินใจในครั้งต่อไปอาจมีผลต่อทั้งสถานะทางกฎหมายของอดีตนายกรัฐมนตรีและความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลมาเลเซีย.

ที่มา CNA / New Straits Times / Reuters

Back To Top