Cover Image

นายกฯ สั่ง ศอ.บต.ตั้งศูนย์ปฏิบัติการ-ส่งทีมดูแลชายแดนใต้ เปิดสายด่วน 1880 ติดตามทุกเคส

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ติดตาม และสั่งการด้านความมั่นคงต่อสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้วนั้น ได้กำชับต่อเนื่องถึงการดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยมอบหมายศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เร่งเข้าช่วยเหลือ และเยียวยาทุกกรณี ให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิตามกฎหมายอย่างรวดเร็วและทั่วถึง ครอบคลุมทั้งผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง ครอบครัว กลุ่มเปราะบาง และผู้ได้รับความเสียหายทางเศรษฐกิจ

โฆษกรัฐบาลกล่าวว่า ล่าสุด ศอ.บต.จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการสื่อสารและให้ความช่วยเหลือเยียวยาตามกฎหมาย โดยนำระบบ Case Management มาใช้ตลอดกระบวนการ มี Case Manager ทั้งในภาพรวมและรายกรณี ทำงานเป็นทีมเดียวกับจังหวัด ตั้งแต่การลงพื้นที่ค้นหาและรับข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบ ตรวจสอบสิทธิ ติดตามการเข้าถึงความช่วยเหลือ ไปจนถึงการระบุปัญหาอุปสรรค ผู้รับผิดชอบ และกรอบเวลาที่จะแก้ไขให้แล้วเสร็จ

ขณะนี้ ทีม Rapid Response ระดับจังหวัด 3 ทีมได้ลงพื้นที่แล้ว ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 3 จังหวัด เพื่อรับข้อมูลสถานการณ์และปัญหาที่เกิดขึ้นจริง พร้อมประสานกับผู้รับผิดชอบงานเยียวยาและเจ้าหน้าที่ระดับจังหวัดอย่างใกล้ชิด โดยเน้นการทำงานเชิงรุก ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปหาผู้ได้รับผลกระทบ แทนการรอให้ประชาชนเป็นฝ่ายเดินทางมาติดต่อหรือประสานหลายหน่วยงานด้วยตนเอง

พร้อมกันนี้ ศอ.บต.ได้เปิดสายด่วน 1880 เพื่อให้ข้อมูล และตอบข้อซักถามเกี่ยวกับสิทธิและการช่วยเหลือเยียวยาแก่ประชาชนโดยตรง ผู้ได้รับผลกระทบและครอบครัวสามารถโทรสอบถามและประสานการช่วยเหลือได้ทันที พร้อมเชื่อมข้อมูลเข้าสู่ระบบ Case Management เพื่อติดตามแต่ละกรณีจนได้รับการช่วยเหลือ
นอกจากนี้ จะจัดทำ Dashboard แบบ Real Time เพื่อติดตามสถานะการช่วยเหลือเป็นรายกรณี แบ่งเป็น 4 ระดับ ได้แก่ สีเขียว ได้รับความช่วยเหลือแล้ว สีเหลือง อยู่ระหว่างดำเนินการ สีส้ม ข้อมูลหรือเอกสารยังไม่ครบ และสีแดง ยังเข้าไม่ถึงการช่วยเหลือ ทำให้เห็นได้ทันทีว่าเคสใดอยู่ขั้นตอนใด ติดขัดเรื่องอะไร และต้องเร่งแก้ไขจุดใด โดยข้อมูลความคืบหน้าจะนำมาสื่อสารต่อสาธารณะอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนสามารถติดตามและตรวจสอบได้

“นายกฯย้ำว่าประชาชนที่กำลังเดือดร้อนไม่ควรต้องเป็นฝ่ายวิ่งหาหน่วยงานรัฐ แต่รัฐต้องเป็นฝ่ายเข้าไปหาประชาชน การช่วยเหลือต้องรู้ให้ชัดว่าแต่ละครอบครัวได้รับผลกระทบอย่างไร มีสิทธิได้รับการเยียวยาอะไร เรื่องอยู่ในขั้นตอนไหน ติดขัดตรงไหน ใครเป็นผู้รับผิดชอบและจะสามารถแก้ไขให้แล้วเสร็จเมื่อใด เพื่อให้ความช่วยเหลือถึงมือประชาชนจริงและเร็วที่สุด” น.ส.รัชดากล่าว

โฆษกรัฐบาลกล่าวว่า การดูแลจะครอบคลุมตั้งแต่การรักษาพยาบาลและฟื้นฟูผู้ได้รับบาดเจ็บ การดูแลครอบครัวและสภาพจิตใจ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็ก สตรี และกลุ่มเปราะบาง ตลอดจนความเสียหายต่อบ้านเรือน ทรัพย์สิน ร้านค้า และการประกอบอาชีพ

Back To Top