ซักฟอก 18 คน...เลวขนาดนั้นเชียว?
คุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร นำพรรคร่วมฝ่ายค้านที่มี สส.ลงชื่อรวม 145 คน ยื่นญัตติขออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี 18 คน ต่อคุณโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151
รัฐมนตรีทั้ง 18 คนอยู่ในโควตาพรรคภูมิใจไทยทั้งหมด ไม่มีชื่อรัฐมนตรีจากพรรคร่วมรัฐบาลอื่น
คุณณัฐพงษ์ระบุว่า การซักฟอกครั้งนี้ฝ่ายค้านไม่ได้มุ่งตรวจสอบเพียงการบริหารงานของรัฐบาล แต่ต้องการเปิดโปงสิ่งที่เรียกว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” ซึ่งฝ่ายค้านกล่าวหาว่ากำลัง “กินรวบประเทศ”
เรื่องที่ฝ่ายค้านเตรียมหยิบมาอภิปรายจึงมีตั้งแต่ปัญหาการบริหารประเทศ ไปจนถึงข้อกล่าวหาเรื่องโกงเลือก สว. ทุจริตสอบท้องถิ่น การใช้อำนาจโดยมิชอบ และการแทรกแซงกลไกตรวจสอบต่างๆ
ส่วนข้อกล่าวหารัฐมนตรีรายบุคคลก็ใช่ย่อย
คุณอนุทิน ชาญวีรกูล ถูกกล่าวหาว่า “เสแสร้งแกล้งรักชาติ” ถึงขั้น “เนรคุณแผ่นดิน” ส่วนคุณพิพัฒน์ รัชกิจประการ ก็เจอคำว่า “อำมหิต” เข้าไป
คุณทรงศักดิ์ ทองศรี ถูกกล่าวหาว่า “จิตใจผุพัง ละโมบโลภมาก” ขณะที่คุณศุภมาส อิศรภักดี ถูกระบุว่า “จิตใจผุพังจนหาความดีไม่ได้”
โห! คนเราจะชั่วช้าเลวทรามจนไม่มีความดีหลงเหลืออยู่เลยเชียวหรือ ฝ่ายค้านไปตรวจสอบกันถึงในจิตใจเลยหรือครับ ถึงได้รู้ว่าใครเหลือความดีอยู่เท่าไร
เรื่องทุจริตหรือใช้อำนาจโดยมิชอบยังพอหาหลักฐานมาตรวจสอบกันได้ แต่เรื่องความดีในจิตใจนี่จะพิสูจน์กันอย่างไร ก็ไม่รู้เหมือนกัน
แต่เอาเถอะ...เห็นข้อกล่าวหาเหล่านี้แล้ว ก็อยากรู้เหมือนกันว่า ฝ่ายค้านมีอะไรอยู่ในมือบ้าง
เพราะการกล่าวหาว่ามีระบอบกำลังกินรวบประเทศ ไม่ใช่เรื่องที่จะพูดกันเล่นๆ ยิ่งพ่วงข้อกล่าวหารัฐมนตรีแต่ละคนเข้าไปด้วย ก็ยิ่งน่าติดตามว่าข้อมูลและหลักฐานที่เตรียมไว้จะมีน้ำหนักสมกับสิ่งที่กล่าวหาหรือไม่
ไม่ได้หมายความว่าฝ่ายค้านไม่มีหลักฐานนะครับ เขาบอกว่ามี และมั่นใจในข้อมูลที่เตรียมไว้เสียด้วย
ก็ดีครับ รอดูกัน
ส่วนรายละเอียดว่ารัฐมนตรีทั้ง 18 คนถูกกล่าวหาเรื่องอะไรบ้าง เว็บไซต์ ไทยโพสต์ รายงานไว้แล้ว ไม่ขอไล่เรียงซ้ำให้ยืดยาว
ฝ่ายค้านขอเวลาอภิปรายถึง 5 วัน ส่วนวันอภิปรายจริงยังต้องรอขั้นตอนของสภา
คุณสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ฝ่ายค้านจากพรรคประชาธิปัตย์ ยังบอกด้วยว่ามีบางเรื่องที่อาจไม่เคยเป็นข่าวมาก่อน
ฟังอย่างนี้แล้วก็นึกถึงบรรยากาศการซักฟอกสมัยก่อนขึ้นมา
เวลาฝ่ายค้านประกาศว่าจะอภิปรายรัฐมนตรีคนไหน คนติดตามการเมืองก็มักรอลุ้นว่าจะมีเอกสารอะไรออกมาเปิดกลางสภา บางเรื่องคนถูกอภิปรายยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฝ่ายค้านมีอะไรอยู่ในมือ
พอถึงเวลาอภิปรายก็มีให้ลุ้นกันว่าใครจะปล่อยหมัดเด็ด ใครจะมีหมัดน็อก
บางครั้งเปิดหลักฐานกันจนรัฐมนตรีตั้งตัวไม่ติด ถึงขั้นดับคาสภาก็เคยมีให้เห็น!
แต่บรรยากาศการเมืองสมัยนี้ต่างออกไป หมัดน็อกแทบไม่มีให้เห็น ข้อสอบมีโอกาสรั่วตั้งแต่ยังไม่เริ่มอภิปราย อย่างเรื่องการตรวจสอบภาพหรือสไลด์ก่อนนำมาใช้ประกอบการอภิปราย หากทำให้อีกฝ่ายรู้ไต๋ล่วงหน้า ความสนุกก็หายไปเยอะ
อีกอย่างหนึ่ง โลกทุกวันนี้ข่าวสารไปเร็วมาก เรื่องที่สมัยก่อนต้องรอเปิดกลางสภา เดี๋ยวนี้บางครั้งยังไม่ทันถึงวันอภิปรายก็เป็นข่าวกันไปทั่วแล้ว
เคยนั่งดูการอภิปรายไม่ไว้วางใจบางครั้ง ฟังไปฟังมาก็ชักง่วง เพราะเรื่องที่ฝ่ายค้านหยิบมาพูดนั้นเคยอ่านจากข่าวมาแล้ว บางเรื่องคนแชร์กันในสื่อออนไลน์เสียจนรู้รายละเอียดกันแทบหมด
บางช่วงแทบไม่ต่างจากการเอาข่าวที่คนอ่านกันไปแล้วมาเรียบเรียงใหม่ เติมถ้อยคำให้ดุเดือดขึ้นหน่อย พูดเสร็จก็ตัดคลิปไปลงเพจตัวเอง
แหม…ถ้าจะฟังแค่นั้น เปิดโทรศัพท์อ่านข่าวเองก็ได้กระมัง
แต่เรื่องที่เป็นข่าวไปแล้ว ไม่ได้หมายความว่าจะเอามาอภิปรายให้เกิดประโยชน์ไม่ได้ ข่าวเก่าก็อาจมีข้อเท็จจริงใหม่ที่ประชาชนยังไม่รู้ หรือมีรายละเอียดที่ทำให้เห็นเรื่องราวต่างไปจากเดิม
และนี่แหละที่ทำให้การซักฟอกครั้งนี้น่าติดตาม เพราะตลอดการอภิปราย ไม่ใช่แค่รัฐมนตรี 18 คนที่ต้องเตรียมคำตอบ ฝ่ายค้านเองก็ต้องเปิดให้เห็นเหมือนกันว่า อะไรทำให้มั่นใจถึงขั้นกล่าวหาว่ามี “ระบอบสีน้ำเงิน” กำลังกินรวบประเทศ
ส่วนรัฐมนตรีที่ถูกกล่าวหาจนแทบไม่มีความดีหลงเหลืออยู่เลย จะตอบกันอย่างไร ก็น่าฟังไม่แพ้กัน
แต่ถ้าถึงเวลาแล้วกลายเป็นเพียงฝ่ายค้านกล่าวหา รัฐบาลปฏิเสธ ต่างฝ่ายต่างพูดในสิ่งที่ตัวเองเตรียมมา โดยไม่มีอะไรให้ประชาชนได้รู้มากไปกว่าเดิม
พูดกันห้าวัน ลงมติกันวันหนึ่ง แล้วก็แยกย้ายกลับบ้าน โดยคนดูยังไม่รู้เลยว่าตกลงเรื่องไหนจริง เรื่องไหนไม่จริง
เรื่องสำคัญขนาดนี้ ก็อย่าให้เหลือเพียงเวทีผลัดกันออกโทรทัศน์เลย
ว่าแต่ฝ่ายค้านเตรียมหมัดเด็ดอะไรไว้บ้าง ผมยังไม่รู้หรอก
รู้แต่ว่าเปิดศึกกันด้วยข้อกล่าวหาขนาดนี้ คนดูก็คงตั้งความหวังไว้ไม่น้อย
แต่ถ้าซักฟอกกันตั้งห้าวันแล้วไม่มีอะไรใหม่เลย...
คนที่ถูกน็อกก่อนรัฐมนตรี ก็คงเป็นประชาชนที่นั่งฟังอยู่นั่นแหละครับ!
เสมอต้น
9 ตุลาคม 2569
📌เขียนถึงเสมอต้น: มีเรื่องอะไรอยากเล่า หรืออยากส่งมาคุยกัน เขียนมาได้ที่ [email protected] หรือ Inbox เพจ “เปิดซองออนไลน์” ไม่ต้องเป็นเรื่องใหญ่โตอะไรครับ เรื่องใกล้ตัว หรือเรื่องที่ค้างอยู่ในใจ เขียนมาเถอะ วันไหนซองมาถึง เราค่อยเปิดอ่านไปด้วยกัน.