Cover Image

“พิพัฒน์” เคาะค่ารถไฟฟ้า 17-45 บาท ดีเดย์ 1 ม.ค. 70 เปลี่ยนสายฟรีแรกเข้า


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (10 ต.ค.69) เวลา 9.05 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยผ่านรายการ “คุยกับครม.อนุทิน” ว่า รัฐบาลเตรียมการเดินหน้าระบบตั๋วร่วมรถไฟฟ้ากรุงเทพและปริมณฑล ตั้งเป้าเริ่มใช้วันที่ 1 ม.ค.70 เพื่อทำให้การเดินทางเชื่อมต่อกันง่ายขึ้นและลดภาระค่าเดินทางของประชาชน โดยหัวใจสำคัญของระบบใหม่ คือ ค่าแรกเข้า 17 บาท และค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อ 1 ขาการเดินทาง แม้ผู้โดยสารจะต้องเปลี่ยนรถไฟฟ้าหลายสาย ก็ไม่ต้องเสียค่าแรกเข้าซ้ำ โดยจะให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ทำหน้าที่บริหารระบบส่วนกลาง

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ระบบตั๋วร่วม ยังเตรียมรองรับการจ่ายผ่าน EMV หรือบัตรชำระเงินที่ใช้กันในระดับสากล นักท่องเที่ยวต่างชาติ สามารถใช้บัตรที่รองรับระบบดังกล่าวแตะเข้าใช้บริการรถไฟฟ้าได้ทันที ขณะเดียวกันธนาคารกรุง ไทยจะเข้ามาดูแลระบบหลังบ้านและการคำนวณค่าโดยสารระหว่างผู้ให้บริการแต่ละรายด้วย

โดยจุดที่ต้องเร่งดำเนินการขณะนี้คือสายสีเขียว ซึ่งปัจจุบันใช้บัตร Rabbit กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างหารือว่าจะเชื่อมเข้าสู่ระบบ EMV ให้ทันวันที่ 1 ม.ค. 2570 ได้อย่างไร เพราะสายสีเขียวถือเป็นแกนหลักที่เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสำคัญอื่น ทั้งสีม่วง สีน้ำเงิน และเส้นทางที่จะเปิดเพิ่มเติมในอนาคต

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ค่าเดินทางเป็นหนึ่งในรายจ่ายก้อนใหญ่ของคนกรุงเทพฯ หลายคนต้องเสียวันละ 60 บาท 80 บาท หรือมากกว่า 100 บาท การกำหนดเพดานสูงสุด 45 บาทต่อขาจึงถูกวางเป็นเครื่องมือช่วยลดรายจ่ายโดยตรง ทำให้ประชาชนมีเงินเหลือในกระเป๋ามากขึ้น

โดยกระทรวงคมนาคมยังคาดว่า เมื่อค่าโดยสารถูกลงและการเปลี่ยนสายสะดวกขึ้น จะจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น ช่วยลดรถยนต์บนท้องถนน ลดความแออัดในกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงช่วยลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมตามไปด้วย

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ยังมีอีกการเปลี่ยนแปลงในส่วนของรถเมล์ ขสมก. โดยในปี 2570 จะรับรถเมล์ EV จำนวน 1,520 คันในช่วงเดือน มี.ค.–พ.ค. และรับอีก 800 คันช่วงปลายเดือน ธ.ค. รวมทั้งปี 2,320 คัน พร้อมตั้งเป้าให้รถ ขสมก.เปลี่ยนเป็นรถไฟฟ้าทั้งหมดภายในสิ้นปี 2570

ทั้งนี้ รถเมล์ EV ชุดใหม่จะติดเครื่องปรับอากาศทั้งหมด มีพื้นที่สำหรับผู้ใช้วีลแชร์และทางลาดให้สามารถขึ้นรถได้สะดวก ขณะที่ผู้สูงอายุได้รับส่วนลดค่าโดยสาร 50% นักเรียนและนักศึกษาลด 50% ส่วนเด็กอายุต่ำกว่า 7 ปีไม่เสียค่าโดยสาร

นอกจากนี้กระทรวงฯยังเตรียมปรับเส้นทางรถเมล์ใหม่ เพื่อให้สอดรับกับเมืองและชุมชนที่เปลี่ยนไป จากเดิมที่หลายเส้นทางวิ่งตามโครงข่ายเก่า จะปรับให้รถเมล์ทำหน้าที่เป็น Feeder รับผู้โดยสารจากชุมชนและถนนสายหลักเข้าสู่สถานีรถไฟฟ้า พร้อมกำหนดความถี่ว่าแต่ละเส้นทางควรมีรถเข้ามาในช่วงเวลากี่นาที

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เป้าหมายของกระทรวงคมนาคม ไม่ได้หยุดอยู่แค่รถเมล์และรถไฟฟ้า แต่ต้องการเชื่อมการเดินทางแบบ น้ำ–ล้อ–ราง เข้ามาอยู่ในระบบเดียวกัน โดย Smart Pier ตั้งเป้าพัฒนาให้แล้วเสร็จ 16 จาก 29 ท่าเรือภายในไตรมาส 4 ปี 2570 และท่าใดพร้อมก่อนก็สามารถเชื่อมเข้าระบบตั๋วร่วมได้ทันที

นอกจากนี้ เรือคลองแสนแสบจะถูกนำเข้าสู่ระบบเช่นกัน เพื่อให้ประชาชนเดินทางจากเรือต่อรถเมล์หรือต่อรถไฟ ฟ้าได้ง่ายขึ้น ลดความยุ่งยากจากการต้องใช้บัตรหรือระบบจ่ายเงินหลายแบบ และทำให้ภาพการเดินทางไร้รอยต่อเริ่มจับต้องได้มากขึ้นในปี 2570

Back to top button

Back To Top