ปชน.แถลงชี้ มติ กกต.ตัดตอนฟ้องคดี ฮั้ว สว. - เตรียมฟ้องกระทำผิด ม.157
วันนี้ (14 ก.ย.2569) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน นำทีมพรรคประชาชน แถลงข่าวถึงมติของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในคดีฮั้วเลือก สว.ว่า คดีโกงเลือก สว. นับเป็นหนึ่งในมหากาพย์ การโกงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ซึ่งเกิดขึ้นจากความพยายามของกลุ่มการเมืองกลุ่มหนึ่ง ที่ต้องการกินรวบประเทศและควบคุมสถาบันทางการเมือง ผ่านกระบวนการที่ขัดต่อกฎหมายและไม่ยึดโยงกับประชาชน
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า การที่ กกต. มีมติเสียงข้างมากในการสั่งฟ้องเพียงแค่ส่วนน้อย ของผู้ที่คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 ของ กกต. เห็นว่าเกี่ยวข้องกับขบวนการโกงเลือก สว. โดยเป็นการสั่งฟ้องสมาชิกวุฒิสภาทั้งหมดเพียง 26 คน และไม่มีการสั่งฟ้องผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทั้งรัฐมนตรี สส. และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย แม้แต่คนเดียว
มติดังกล่าวเป็นการตัดตอน ให้เรื่องของผู้ถูกกล่าวหาส่วนใหญ่ไม่ถูกพิสูจน์ในชั้นศาลฎีกา ทั้งที่หลักฐานเกี่ยวกับขบวนการโกง สว. ที่ถูกกล่าวหา เช่น โพยใบสั่ง สถิติบัตรลงคะแนน เส้นทางการเงิน คลิปเสียง หลักฐานการนัดหมายตามศูนย์ทำโพย ประวัติการโทรศัพท์ ที่บ่งชี้ว่าการกระทำความผิดที่เกิดขึ้น เป็นการกระทำในรูปแบบของขบวนการที่จะต้องไม่ตัดทอน แบ่งแยก หรือสั่งฟ้องเฉพาะบุคคลใดบุคคลหนึ่ง โดยพิจารณาแต่ละเหตุการณ์แยกขาดจากกัน
นอกจากนี้ หลักฐานดังกล่าว ยังมีความชัดเจนกว่าหลักฐานในคดีเกี่ยวกับการเลือก สว. ก่อนหน้านี้ ที่ กกต. เคยมีมติสั่งฟ้องไปที่ศาล ซึ่งมีหลักฐานเพียงข้อความจับคู่และแลกคะแนนกันผ่านทางไลน์ แค่ไม่กี่ข้อความ
ด้วยเหตุผลดังกล่าว พรรคประชาชนจึงเห็นว่า การใช้ดุลยพินิจในกรณีนี้ของ กกต. เข้าข่ายเป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักกฎหมายและมาตรฐานของ กกต. เองในอดีต ถือได้ว่า เป็นการปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และเป็นการกระทำหรือละเว้นการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการเลือกตั้ง ซึ่งเมื่อพิจารณาประกอบกับสถานะของ กกต. จำนวน 4 จาก 7 คน ที่เข้าสู่ตำแหน่งจากการรับรองของ สว. ชุดปัจจุบัน ยังอาจถูกมองได้ว่า การใช้ดุลยพินิจของ กกต. เสียงข้างมากนั้น เป็นการต่างตอบแทนกันทางการเมือง กับผู้มีอำนาจทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับขบวนการโกง สว.
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า มติของ กกต. ในวันนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการปล่อยให้ผู้ถูกกล่าวหาส่วนใหญ่ในคดีโกง สว. ไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามที่ควรจะเป็น แต่ยังตอกย้ำถึงปัญหาขององค์กรอิสระภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560 ที่ไม่สามารถดำเนินการอย่างเป็นอิสระ จากการถูกแทรกแซงทางการเมือง แต่กลับเป็นอิสระจากการรับผิดรับชอบต่อประชาชนและหน้าที่ตามกฎหมาย ดังนั้น เพื่อเป็นการผลักดันให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการโกงเลือก สว. ต้องรับผิดทางกฎหมาย และเพื่อฟื้นฟูกลไกตรวจสอบถ่วงดุลในระบบประชาธิปไตย พรรคประชาชนจะดำเนินการดังต่อไปนี้
1.ดำเนินการทางกฎหมายกับ กกต. ในฐานความผิดปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา และกระทำการหรือละเว้นการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ตาม พ.ร.ป. ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยจะดำเนินการโดยเร็วที่สุด
2.ดำเนินการและสนับสนุนการดำเนินการทางกฎหมาย เพื่อให้หลักฐานเกี่ยวกับผู้ถูกกล่าวหาในคดีโกง สว. ที่ยังไม่ถูกสั่งฟ้องโดย กกต. ได้รับการพิจารณาในชั้นศาล
3.ตรวจสอบผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับคดีโกง สว. ผ่านกลไกรัฐสภา เช่น การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ และผ่านการรณรงค์ในสังคม เพื่อให้เกิดความรับผิดชอบทางการเมืองตามวิถีทางประชาธิปไตย
4.ผลักดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญและร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ เพื่อจำกัดอำนาจที่ไม่ชอบธรรมของวุฒิสภา และปฏิรูปองค์กรอิสระให้มีประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และความชอบธรรมทางประชาธิปไตย รวมถึงการเพิ่มอำนาจให้แก่ประชาชน ในการริเริ่มกระบวนการตรวจสอบและถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ
5.เดินหน้าผลักดันการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามของผลประชามติเมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 ด้วยสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ โดยไม่มีการเพิ่มอำนาจหรือเงื่อนไขพิเศษ ให้สมาชิกวุฒิสภา สามารถขัดขวางเจตจำนงของประชาชนได้
ปชน.แถลงชี้ มติ กกต.ตัดตอนฟ้องคดี ฮั้ว สว. - เตรียมฟ้องกระทำผิด ม.157
ผู้สื่อข่าวถามว่า มองอย่างไรที่การแถลงของ กกต. ยังไม่ชัดเจนว่า ทำไมจึงไม่ส่งฟ้องนักการเมืองสีน้ำเงิน และบอกว่า เส้นทางการเงินยังสาวไม่ถึง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า กระบวนการเลือก สว.ในครั้งนี้ทําเป็นกระบวนการ ไม่สามารถพิจารณาเป็นรายกรณีหรือรายเคสได้
และคํากล่าวของประธาน กกต. ระบุว่า พยานหมายเลข 16/26 ให้การกลับไปกลับมาหรือไม่ หรือมีเหตุผล ส่วนตัวมองว่า การให้ปากคําอาจมีแรงกดดันทางการเมือง และ กกต.ก็มีมติเสียงข้างมาก ในการไม่ส่งฟ้องผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองไปยังศาลเลย แสดงว่า กกต.กําลังเชื่อว่า กระบวนการโกงที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทยนี้ ไม่มีนักการเมืองเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง
รายละเอียดของการดําเนินการทางกฎหมาย ยืนยันว่าพรรคประชาชนพร้อมดําเนินการทุกช่องทาง ซึ่งต้องรู้ว่าใครเป็นผู้เสียหายโดยตรงหรือไม่ ส่วนจะส่งฟ้องทางช่องทางไหนอย่างไร ขอรอรายละเอียดเร็ว ๆ นี้จากทีมกฎหมาย
ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะสะเทือนรัฐบาลหรือไม่ เพราะ กกต. ก็ไม่สั่งฟ้อง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า สิ่งที่สําคัญที่สุดในขณะนี้คือ การเรียกร้องให้รัฐบาลเดินหน้าในส่วนของการถูกถ่วงดุลกลไกรัฐสภาอย่างตรงไปตรงมา และเท่าที่ทราบข้อมูลเบื้องหลังอาจมีความพยายามใช้อํานาจของประธานรัฐสภา ในการพยายามไปตีกรอบการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยเฉพาะในช่วงของรัฐบาลปัจจุบัน
ทั้งนี้ในทุกยุคสมัย การอภิปรายไม่ไว้วางใจ สามารถพูดถึงคุณสมบัติของรัฐมนตรีเป็นตัวรายบุคคลได้ อะไรที่ไม่โปร่งใสในอดีต ย่อมถูกซักฟอกหรืออภิปรายได้ จึงอยากให้ทุกคนติดตามกลไกการอภิปรายในสภาว่า รัฐบาลพร้อมที่จะให้ฝ่ายค้านซักฟอกได้หรือไม่
อ่านข่าว :
"ณรงค์" แจงยิบ เหตุไม่สั่งฟ้อง 21 กก.บห.ภูมิใจไทย-เนวิน ปมฮั้ว สว.
กกต.มีมติคดีฮั้ว สว. ส่งฟ้องศาลฎีกา 77 คน กก.บห.ภูมิใจไทยรอดหมด
ย้อนเส้นทางคดีฮั้ว สว. เปิดหลักฐานชี้ขาด 229 ผู้ถูกกล่าวหา
เปิด 7 ข้อกล่าวหา กกต.ชี้ขาด 229 คนคดีฮั้วเลือก สว.