Cover Image

เพนตากอนเผย ปฏิบัติการทหารสหรัฐฯ คร่าชีวิตพลเรือน 153 คนในปี 2025

รายงานของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ที่เสนอต่อสภาคองเกรสระบุว่า ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ทำให้พลเรือนเสียชีวิต 153 คน และบาดเจ็บอีก 243 คนในปี 2025 โดยผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บทั้งหมดที่เพนตากอนยืนยัน เกิดจากการโจมตี 3 ครั้งในเยเมน ขณะที่ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างมากจากปี 2024 ซึ่งมีพลเรือนเสียชีวิตเพียง 2 คน

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือเพนตากอน เปิดเผยรายงานประเมินผลกระทบต่อพลเรือนจากปฏิบัติการทางทหารในปี 2025 โดยระบุว่า ปฏิบัติการของกองทัพสหรัฐฯ ส่งผลให้พลเรือนเสียชีวิต 153 คน และได้รับบาดเจ็บอีก 243 คน ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับปี 2024 ซึ่งเพนตากอนประเมินว่ามีพลเรือนเสียชีวิต 2 คน และบาดเจ็บ 2 คนจากปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ

รายงานที่ส่งให้สภาคองเกรสระบุว่า ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บทั้งหมดที่เพนตากอนยืนยันในปี 2025 เกิดจากการโจมตีทางอากาศ 3 ครั้งในเยเมน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการ "Rough Rider" เพื่อต่อต้านกลุ่มฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน

กองทัพสหรัฐฯ ปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายของกลุ่มฮูตีในเยเมนระหว่างเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม 2025 โดยมีเป้าหมายลดขีดความสามารถของกลุ่มฮูตีในการโจมตีเรือพาณิชย์ในทะเลแดง

รายงานของเพนตากอนประเมินว่า การโจมตี 3 ครั้งในเดือนเมษายนปีที่แล้ว “มีแนวโน้มมากกว่าที่จะไม่” ก่อให้เกิดความเสียหายต่อพลเรือน โดยการโจมตีเมื่อวันที่ 6 เมษายน ใกล้กรุงซานา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 5 คน ส่วนการโจมตีเมื่อวันที่ 17 เมษายน ใกล้ท่าเรือราสอีซา มีผู้เสียชีวิต 80 คน และการโจมตีเมื่อวันที่ 28 เมษายน ใกล้เมืองซาดา ทำให้มีผู้เสียชีวิตอีก 68 คน รวมทั้งหมด 153 คน

ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 243 คน อยู่ในเหตุการณ์ที่เพนตากอนประเมินว่าเกี่ยวข้องกับการโจมตีทั้ง 3 ครั้งดังกล่าว อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่า กองทัพไม่ได้ลงพื้นที่หรือสัมภาษณ์ผู้เห็นเหตุการณ์โดยตรงในการประเมิน แต่ใช้ข้อมูลข่าวกรอง ภาพถ่ายและภาพจากการเฝ้าระวัง รวมถึงข้อมูลจากแหล่งข่าวสาธารณะประกอบการพิจารณา

นอกจากนี้ ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2026 กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ CENTCOM ยังอยู่ระหว่างประเมินเหตุการณ์อีก 15 กรณีในเยเมน หลังได้รับรายงานเกี่ยวกับความเสียหายต่อพลเรือนจากองค์กรนอกภาครัฐ ซึ่งหมายความว่าจำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากปฏิบัติการของสหรัฐฯ ในเยเมนอาจเพิ่มขึ้นได้ หากการประเมินพบว่ามีความเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม รายงานดังกล่าว ไม่ได้รวมผู้เสียชีวิตจากการโจมตีเรือในทะเลแคริบเบียนและมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออก ซึ่งรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าเป็นปฏิบัติการต่อต้านเครือข่ายค้ายาเสพติดที่รัฐบาลสหรัฐฯ เรียกว่า "ผู้ก่อการร้ายยาเสพติด" หรือกลุ่มค้ายาที่ถูกจัดให้เป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคง

ปฏิบัติการโจมตีเรือดังกล่าวเริ่มขึ้นในเดือนกันยายน 2025 และจากการรวบรวมยอดผู้เสียชีวิตหลังการโจมตีแต่ละครั้ง มีผู้เสียชีวิตรวมมากกว่า 200 คน นับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการ ขณะที่กลุ่มสิทธิมนุษยชนอย่างฮิวแมนไรท์วอตช์ และ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล มองว่าการโจมตีลักษณะดังกล่าวเข้าข่ายการสังหารนอกกระบวนการยุติธรรมที่ผิดกฎหมาย

สหภาพเสรีภาพพลเมืองอเมริกัน หรือ ACLU ยังวิจารณ์ว่า ข้อกล่าวหาของรัฐบาลทรัมป์ต่อบุคคลที่ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีเป็นข้อกล่าวหาที่ไม่มีหลักฐานเพียงพอและเป็นการสร้างความหวาดกลัว

รายงานของเพนตากอนยังเกิดขึ้นในช่วงที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กำลังลดงบประมาณและบุคลากรของหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการลดความสูญเสียของพลเรือนจากปฏิบัติการทางทหาร โดยเฉพาะ ศูนย์ความเชี่ยวชาญเพื่อการคุ้มครองพลเรือน (Civilian Protection Center of Excellence) ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อพัฒนามาตรการป้องกันและลดการเสียชีวิตของพลเรือนในพื้นที่ขัดแย้ง

รายงานประจำปีของศูนย์ระบุว่า จำนวนบุคลากรประจำลดลงเหลือเพียง 9 คนในช่วงสิ้นปีงบประมาณ 2025 จากเดิม 40 คน ซึ่งรวมทั้งเจ้าหน้าที่พลเรือน ทหาร และบุคลากรสนับสนุนจากภายนอก นอกจากนี้ กระทรวงกลาโหมยังเสนอปรับลดงบประมาณและบุคลากรในโครงการลดผลกระทบต่อพลเรือนในภาพรวม

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้การบริหารของ พีต เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ซึ่งประกาศแนวทางให้กองทัพมุ่งเน้น “ความสามารถในการสังหาร” หรือประสิทธิภาพในการโจมตีมากขึ้น ขณะที่เพนตากอนยืนยันว่า กองทัพสหรัฐฯ ไม่เคยกำหนดเป้าหมายโจมตีพลเรือน และมีมาตรการเพื่อหลีกเลี่ยงการทำร้ายพลเรือนให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

สหรัฐฯ ยังเผชิญคำถามเกี่ยวกับการคุ้มครองพลเรือนจากปฏิบัติการทางทหาร หลังเกิดสงครามกับอิหร่านในปีนี้ รวมถึงกรณีการโจมตีโรงเรียนหญิงล้วนแห่งหนึ่งในอิหร่าน ซึ่งรัฐบาลอิหร่านอ้างว่าทำให้มีผู้เสียชีวิตราว 170 คน โดยจนถึงขณะนี้เพนตากอนยังไม่ได้เปิดเผยผลการสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว

ข้อมูลจากรายงานล่าสุดสะท้อนว่า จำนวนพลเรือนที่ได้รับผลกระทบจากปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน หลังลดลงอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะหลังการถอนทหารสหรัฐฯ ออกจากอัฟกานิสถาน ซึ่งในปี 2023 มีรายงานพลเรือนเสียชีวิตเพียง 1 คน และเพิ่มเป็น 2 คนในปี 2024 ก่อนพุ่งขึ้นเป็น 153 คนในปี 2025 จากปฏิบัติการครั้งใหญ่ต่อกลุ่มฮูตีในเยเมน.

ที่มา Reuters / CBS News

Back To Top