ปภ. แนะผู้ประสบอุทกภัย ผูกพร้อมเพย์กับเลขบัตรปชช. หากหลักฐานครบ โอนเงินภายใน 15

ปภ. แจ้งสิทธิเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม 3 ส่วน ใช้เงินทดลองราชการตามอำนาจผู้ว่าฯ จ่ายบ้านพัง 88,600 บาท - เสียชีวิตราย 35,700 บาท ขณะที่ขยายความช่วยเหลือเพิ่มตามมติ ครม. บ้านพัง 9,000 บาท - น้ำล้อม 5,000 บาท - เสียชีวิต 2 ล้าน ด้านระบบประกันภัยพิบัติ ขอประชาชนผูกพร้อมเพย์ผ่านเลขบัตรประชาชน หลักฐานครบโอนตรงไม่เกิน 15 วัน พร้อมเปิด 4 ช่องทางแจ้งเคลม ย้ำเตือนระวัง SMS หลอกลวงให้โอนเงินแลกลัดคิวช่วยเหลือ

น.ส.ศิริธร สมสุวรรณ ผู้อำนวยการกองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวถึงการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยว่า สิทธิที่ผู้ประสบภัยจะได้ในส่วนของก้อนแรก คือ เงินทดลองราชการในอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด และกรุงเทพฯ โดยผู้ประสบภัยที่เข้าเงื่อนไข และหลักเกณฑ์ในการช่วยเหลือ จะได้รับการดูแลของเงินทดลองราชการในกรณีบ้านพัง เครื่องมือประกอบอาชีพเสียหาย และเสียชีวิต ในอัตราตามระเบียบเงินทดลองราชการ ว่าด้วยการช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน โดยหากบ้านพังจะได้รับค่าช่วยเหลือเป็นเงิน 88,600 บาท เสียชีวิตราย 35,700 บาท ในกรณีแรก

ส่วนกรณีที่ 2 ด้วยสถานการณ์ที่มีความเสียหายเป็นวงกว้าง รัฐบาลได้คำนึงถึงความเหมาะสม ในการเยียวยาผู้ประสบภัยจึงมีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อ 29 กันยายน 2569 ต่อเนื่องเพื่อขยายพื้นที่ที่จะทำการจ่ายเงินช่วยเหลือเงินทดลองราชการ ตามมติคณะรัฐมนตรีเพิ่มขึ้นอีกจำนวน 24 จังหวัด มอบเป็นค่าใช้จ่าย ค่าช่วยเหลือเยียวยา แบ่งออกเป็น กรณีบ้านพักอาศัยเสียหาย บ้านพักอาศัยถูกน้ำล้อม และกรณีการเสียชีวิต

โดยเงินก้อนที่ 2 นี้ สำหรับในกรณีที่บ้านพักอาศัยเสียหาย จะได้รับการเยียวยา จำนวน 9,000 บาท ในการส่วนของน้ำล้อมบ้าน จำนวน 5,000 บาท ส่วนกรณีเสียชีวิต คณะรัฐมนตรีจะดูแลเยียวยาญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิตศพละ 2 ล้านบาทตามมติของคณะรัฐมนตรี

สำหรับส่วนที่ 3 คือเรื่องระบบประกันภัยพิบัติและค่าสินไหมทดแทนของผู้ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ซึ่งจะมีระยะเวลาการคุ้มครองเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 จนถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2570 โดยมี ปภ.เป็นหน่วยดำเนินการคุ้มครองใน 2 ประเภท คือประเภทที่อยู่อาศัย จะคุ้มครองกรรมสิทธิ์ให้กับผู้อยู่อาศัย ในกรณีวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท/หลัง/ภัย ซึ่งในช่วงของอุทกภัยนี้จะแบ่งเป็นทั้งบ้านน้ำท่วม และบ้านน้ำล้อม และหลังจากนั้น ที่ได้รับค่าชดเชยเสียหายจำนวน 100,000 บาทแล้ว จะสามารถขอความเสียหายเพิ่มเติมได้ไม่เกิน 90,000 บาท ในกรณีที่ผู้ประสบภัยมีความพร้อมในการรวบรวมหลักฐานเอกสารเพิ่มเติม ก็สามารถส่งข้อมูลให้กับทางบริษัทประกัน ดำเนินการให้ความช่วยเหลือได้ทันที

ส่วนกรณีน้ำล้อมบ้าน ความเสียหายเบื้องต้นจะได้รับการช่วยเหลือ 5,000 บาท และได้รับความช่วยเหลือเพิ่มเติมไม่เกิน 95,000 บาท ส่วนด้านร่างกายและชีวิต จะคุ้มครองประชาชนชาวไทยที่มีเลขบัตรประจำตัวประชาชน โดยในกรณีเสียชีวิต จะจ่ายค่าชดเชยรายละ 2 ล้านบาท ส่วนกรณีทุพพลภาพสิ้นเชิงถาวร จ่ายค่าชดเชย 200,000 บาทต่อคน

สำหรับขั้นตอนการแจ้งเคลม และจ่ายเงิน สามารถแจ้งผ่านได้ 4 ช่องทาง ที่ประชาชนสามารถแจ้งได้ในกรณีประกันภัยพิบัติ คือ

1. แจ้งผ่านเว็บไซต์ www.thainatcat.org

2. Line OA @ThaiNATCAT

3. ThaiNATCAT Call Center โทร 02-012-5555

4. จุดแจ้งเคลมในพื้นที่ทางบริษัท และคปภ. แจ้งให้กับจังหวัดที่ผู้ประสบภัยทราบ

โดยในเบื้องต้นจะครอบคลุมพื้นที่ที่มีการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน และการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ที่จะต้องมีการประกาศของทางราชการ นอกจากนี้ ยังสามารถเข้ายืนยันตัวตน และความชัดเจนถูกต้องที่แอปพลิเคชัน ThaID และเมื่อเอกสารครบถ้วนตามกระบวนการแล้ว การพิจารณาค่าสินไหมชดเชยเยียวยา จะเป็นการโอนเงินผ่านเข้าระบบพร้อมเพย์

ขอให้ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยที่เข้าหลักเกณฑ์เงื่อนไข ทำการผูกบัญชีพร้อมเพย์ กับหมายเลขบัตรประชาชน 13 หลัก คาดว่าหลังจากที่บริษัทประกันได้รับเรื่องแล้ว จะทำการโอนเงินภายใน 15 วัน หลังจากได้รับข้อมูลที่ครบถ้วน น.ส.ศิริธร กล่าว

พร้อมย้ำถึงข้อควรระวังของประชาชน เนื่องจากขณะนี้มีหลายความช่วยเหลือจากภาครัฐลงไป จึงขอให้เพิ่มความระมัดระวังเรื่องข้อความ SMS ที่จะแอบอ้างการขอข้อมูลลงทะเบียน เพราะ SMS ของระบบประกันและ ปภ. จะไม่มีการแนบลิงก์ หมายเลขทะเบียน หรือเลขบัญชีธนาคาร และไม่ให้มีการส่งสลิปโอนเงินเพื่อเป็นการต่อรองให้มีการช่วยเหลือทำการที่เร็วขึ้น

โดย ฐานิสร์ ทองนอก/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์


Back To Top