เครื่องบินท่องเที่ยวตกในเปรู เสียชีวิตยกลำ 13 คน จนท.เร่งสอบหาสาเหตุ
วันอาทิตย์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 21.48 น.
เกิดเหตุสลดในประเทศเปรู เมื่อเครื่องบินขนาดเล็กลำหนึ่งประสบอุบัติเหตุตกขณะนำผู้โดยสารบินชมเส้นนัซกา (Nazca Lines) แหล่งโบราณคดีและมรดกโลกขององค์การยูเนสโก (UNESCO) ส่งผลให้ผู้โดยสารและลูกเรือเสียชีวิตรวม 13 ราย
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยเครื่องบินกำลังให้บริการเที่ยวบินชมวิวเหนือเส้นนัซกา ซึ่งเป็นกลุ่มภาพสลักโบราณขนาดมหึมาบนพื้นทะเลทรายทางตอนใต้ของประเทศเปรู และเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก
พันตำรวจตรี ฮอร์เก อันดราเด เจ้าหน้าที่ตำรวจเปรู เปิดเผยจากจุดเกิดเหตุว่า มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 13 ราย ประกอบด้วยผู้โดยสาร 11 คน และลูกเรืออีก 2 คน ไม่มีผู้รอดชีวิตจากอุบัติเหตุครั้งนี้
กระทรวงคมนาคมของเปรูระบุว่า ผู้เสียชีวิตประกอบด้วยนักท่องเที่ยวชาวอิตาลี 7 คน อายุระหว่าง 18-54 ปี ชาวสเปน 2 คน อายุ 52 ปี ชาวเยอรมนี 2 คน อายุ 77 และ 78 ปี รวมถึงนักบิน อเมริโก ซาลาซาร์ และนักบินผู้ช่วย อิเรนกา กัวนิโล เดล การ์ปิโอ

สื่อท้องถิ่นรายงานว่า หลังเครื่องบินตกได้เกิดไฟลุกไหม้อย่างรุนแรงบริเวณซากเครื่องบิน ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าช่วยเหลือผู้โดยสารได้ทัน โดยเครื่องบินลำดังกล่าวออกเดินทางจากเมืองปิสโก ในแคว้นอิกา ก่อนประสบอุบัติเหตุ
สำหรับ เส้นนัซกา ตั้งอยู่บนทะเลทรายทางตอนใต้ของประเทศเปรู ใกล้แนวเทือกเขาแอนดีส ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก และได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในปริศนาทางโบราณคดีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก
ภาพสลักโบราณเหล่านี้เป็นรูปสัตว์ พืช สิ่งมีชีวิตในจินตนาการ และลวดลายเรขาคณิตขนาดมหึมา บางภาพมีความยาวหลายกิโลเมตร เชื่อกันว่าสร้างขึ้นเพื่อใช้ในพิธีกรรมหรือเกี่ยวข้องกับความเชื่อทางดาราศาสตร์ในอดีต โดยสามารถมองเห็นความงดงามได้ชัดเจนที่สุดจากมุมสูง จึงทำให้บริการเที่ยวบินชมวิวได้รับความนิยมอย่างมาก
ทั้งนี้ เครื่องบินที่ประสบอุบัติเหตุเป็นของบริษัท Aerodiana ผู้ให้บริการเที่ยวบินชมวิวเหนือเส้นนัซกา และเหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นหนึ่งในอุบัติเหตุทางอากาศที่สร้างความสูญเสียครั้งใหญ่ต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของเปรูในช่วงที่ผ่านมา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง





