Cover Image

ชาวไร่อ้อยจี้ปลัดอุตฯ เร่งชง ครม. เคาะช่วย 120 บาท/ตัน ขีดเส้นตาย 15 วัน ก่อนยื่น ป.ป.ช. สอบ

4 องค์กรชาวไร่อ้อยยื่นหนังสือถึง “ณัฐพล รังสิตพล” ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เร่งเสนอ ครม. พิจารณามาตรการช่วยเหลือชาวไร่อ้อยฤดูผลิต 2568/2569 อัตรา 120 บาทต่อตัน หลังคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายมีมติเห็นชอบตั้งแต่เดือน พ.ค. แต่ยังไม่มีความคืบหน้า พร้อมกำหนดเส้นตาย 15 วัน หากยังล่าช้าจ่อใช้ช่องทางกฎหมาย รวมถึงยื่น ป.ป.ช. ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 4 องค์กรชาวไร่อ้อย ประกอบด้วย สหพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย สถาบันชาวไร่อ้อยภาคอีสาน สหสมาคมชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย และสมาพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย ยื่นหนังสือที่ 015/2569 ลงวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ถึงนายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อขอให้เร่งรัดการเสนอเรื่องมาตรการช่วยเหลือชาวไร่อ้อยในฤดูการผลิตปี 2568/2569 ต่อคณะรัฐมนตรี

หนังสือระบุว่า ปัจจุบันโรงงานน้ำตาลได้ปิดหีบอ้อยในฤดูการผลิตปี 2568/2569 มาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว แต่เกษตรกรชาวไร่อ้อยทั่วประเทศยังประสบปัญหาความเดือดร้อนจากราคาอ้อยที่อยู่ในระดับต่ำ ไม่สอดคล้องกับต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น

ขณะเดียวกันยังมีต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการและนโยบายลดการเผาอ้อยก่อนนำส่งโรงงาน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้และสภาพคล่องของเกษตรกร

จากปัญหาดังกล่าว คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายได้มีมติเมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือชาวไร่อ้อยในอัตรา 120 บาทต่อตันอ้อย และให้เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาจัดสรรงบประมาณสำหรับดำเนินมาตรการดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม 4 องค์กรชาวไร่อ้อยระบุว่า ได้ติดตามและทวงถามความคืบหน้ามาโดยตลอด แต่เรื่องดังกล่าวยังไม่มีความชัดเจนและเกิดความล่าช้า ทั้งที่คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายมีมติเห็นชอบแล้ว ทั้ง 4 องค์กรจึงเรียกร้องให้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเร่งรัดการดำเนินการตามมติคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย

โดยขอให้เสนอเรื่องมาตรการช่วยเหลือชาวไร่อ้อยในอัตรา 120 บาทต่อตันอ้อยเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือ เพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรกรเป็นไปอย่างรวดเร็ว และช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของชาวไร่อ้อยทั่วประเทศ

พร้อมกันนี้ 4 องค์กรชาวไร่อ้อยระบุว่า หากพ้นกำหนดระยะเวลา 15 วันแล้วยังไม่มีการดำเนินการตามมติคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย จะพิจารณาดำเนินการตามสิทธิและช่องทางตามกฎหมายต่อหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบ โดยหนึ่งในแนวทางที่ระบุไว้คือ การยื่นเรื่องต่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง การปฏิบัติหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้อง ตลอดจนความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเกษตรกรชาวไร่อ้อยทั่วประเทศ

ทั้ง 4 องค์กรย้ำว่า การเร่งรัดมาตรการช่วยเหลือดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้เกษตรกรได้รับการช่วยเหลือโดยเร็ว หลังต้องเผชิญกับภาวะต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ราคาอ้อยอยู่ในระดับที่ไม่สอดคล้องกับต้นทุน พร้อมเรียกร้องให้กระทรวงอุตสาหกรรมดำเนินการตามมติของคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย และเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีภายในกรอบเวลาที่กำหนด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชาวไร่อ้อยทั่วประเทศ

Back To Top