Cover Image

ฝนถล่ม12จว.อ่วม กทม.จม67จุด อยุธยา-สุพรรณฯท่วมหนัก สระบุรี แจ้งเตรียมอพยพ

อุตุเตือน’สีแดง’ขั้นสุดถึง 27ก.ย. ฝนถล่ม12จว.อ่วม ‘กทม.’จม67จุด-เร่งระบาย ชัชชาติมั่นใจจนท.รับมือได้ อยุธยา-สุพรรณฯท่วมหนัก ‘สระบุรี’แจ้งเตรียมอพยพ

เมื่อวันที่ 25 กันยายน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงาน ว่า น้ำท่วมยังส่งผลกระทบใน 12 จังหวัด รวม 38 อำเภอ 143 ตำบล 596 หมู่บ้าน มีผู้ประสบภัย 11,796 ครัวเรือน หรือ 37,036 คน สาเหตุหลักมาจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และน้ำจากภาคเหนือที่ไหลมาสมทบในภาคกลาง
สุพรรณบุรีมีผู้ประสบภัยมากที่สุด 5,548 ครัวเรือน ใน 5 อำเภอ โดยระดับน้ำยังเพิ่มขึ้น รองลงมาคือพระนครศรีอยุธยา 5,030 ครัวเรือน ใน 6 อำเภอ ซึ่งระดับน้ำทรงตัว ทั้งสองจังหวัดรวมกันมีผู้ประสบภัย 10,578 ครัวเรือน หรือเกือบ 9 ใน 10 ของครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบทั่วประเทศ

สระแก้วและฉะเชิงเทรามีระดับน้ำเพิ่มขึ้นเช่นกัน ส่วนนครสวรรค์ ปราจีนบุรี และสิงห์บุรีมีระดับน้ำทรงตัว ขณะที่เพชรบูรณ์ สระบุรี อุทัยธานี ตราด และสุรินทร์มีระดับน้ำลดลง โดย ปภ. ยังอยู่ระหว่างสำรวจความเสียหายในอำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์

ปภ.ส่งข้อความเตือนผ่านระบบ Cell Broadcast ไปยังพื้นที่เสี่ยงเพิ่มเติม ลพบุรีมีฝนสะสมมากกว่า 100 มิลลิเมตร ส่วนอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา มีฝนสะสมบริเวณต้นน้ำลำตะคอง 75 มิลลิเมตร ทำให้ต้องเฝ้าระวังชุมชนพื้นที่ลุ่มต่ำริมลำตะคอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกรุงเทพมหานครยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด หลังได้รับอิทธิพลจากหย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนตัวจากประเทศกัมพูชาสมทบกับร่องมรสุม ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักสะสมครอบคลุมร้อยละ 80 ของพื้นที่ โดยเฉพาะฝั่งตะวันออกของเมืองหลวงที่เขตมีนบุรีมีฝนตกสูงสุดถึง 99 มิลลิเมตร ตามด้วยเขตลาดกระบัง 85 มิลลิเมตร จนมีน้ำท่วมขังบนผิวจราจรราว 6-7 จุด อาทิ ซอยอ่อนนุช 59, ถนนสุวินทวงศ์, ถนนหลวงแพ่ง, ถนนกิ่งแก้ว และซอยสุขุมวิท 101/1 ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่เร่งระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า คาดการณ์จะมีฝนตกต่อเนื่องจนถึงวันที่ 27 กันยายน และแนวฝนอาจเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกเพิ่มขึ้น ทำให้ฝั่งธนบุรีต้องเตรียมรับมือ ขณะที่ระดับน้ำในคลองสายหลักฝั่งตะวันออกเริ่มแตะระดับเตือนภัย จึงเร่งผันน้ำออกสองทิศทาง ทั้งผ่านสถานีสูบน้ำพระโขนงลงสู่อ่าวไทย และผันออกสู่ จ.ฉะเชิงเทรา ผ่านคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต ส่วนสถิติน้ำฝนสะสมรวมของ กทม. ในปีนี้อยู่ที่ 983.5 มิลลิเมตร แม้จะน้อยกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่พบว่ากราฟอัตราเร่งสูงขึ้นตามช่วงท้ายฤดูฝน

นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ให้สัมภาษณ์มติชนว่า ปรากฏการณ์ฝนตกหนักที่เกิดขึ้นช่วงนี้ ถือเป็นปรากฏการณ์ปกติ ของฤดูฝน ที่จะมีฝนชุกในช่วงเดือนสิงหาคม ถึงกันยายน โดยแนวร่องฝนจะพาดผ่านภาคกลาง ภาคตะวันออก ประกอบกับ มีหย่อมความกดอากาศต่ำครอบคลุมพื้นที่ประเทศกัมพูชา และทางภาคตะวันออก เป็นเหตุให้ฝนตกทั้งวันทั้งคืน เรียกว่าฝนประจำฤดู

เมื่อถามว่า ลักษณะฝนที่ตกลงมานี้เรียกว่าเป็น เรนบอมบ์(Rain Bomb) นางสาวสุกันยาณี กล่าวว่า คำว่าเรนบอมบ์ เป็นเหมือนศัพท์ใหม่ๆที่เพิ่งจะเกิดขึ้นมาไม่นานมานี้ คือเป็นลักษณะที่ฝนตกหนักมากในระยะเวลาสั้นๆและพื้นที่ที่ไม่กว้างมากนัก แต่ฝนที่เกิดขึ้นช่วงเวลานี้เป็นการฝนกระจายทั่วทุกพื้นที่หลายจังหวัด เพราะตัวหย่อมความกดอากาศต่ำยกเอาความชื้นจากทะเลเข้ามาเรื่อยๆฝนจึงตกเป็นบริเวณกว้าง โดยจะตกแบบนี้ไปเรื่อยๆจนถึงวันที่ 27 กันยายน หลังจากนั้นก็จะค่อยลดปริมาณลง แต่ก็ยังไม่หมดทีเดียว ยังคงมีฝนตกอยู่แต่น้อยลง

เมื่อถามว่า สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานครถือว่า ฝนหนักที่สุด ช่วงนี้หรือไม่ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า จากการตรวจสอบ ฝนอัตโนมัติ ของสถานีตรวจวัดน้ำฝนของกรมอุตุนิยมวิทยา ช่วง วันสองวันนี้ กรุงเทพฯ ไม่ใช่พื้นที่ที่มีฝนมากที่สุด

โดยพื้นที่ ที่ฝนมากที่สุดคือพื้นที่ภาคตะวันออก ตั้งแต่ 7 โมงเช้า ถึงประมาณบ่ายสองโมง น้ำฝนเยอะที่สุดคือ ที่ จ.ตราด 89.2 มิลลิเมตร(มม.) จ.ฉะเชิงเทรา 82.2 มม. จันทบุรี 63.8 มม.ส่วนกรุงเทพวัดได้ 33.6 มม.

อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ประกาศเตือนมาตลอดเรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากในช่วงวันที่ 24-27 กันยายน โดยพื้นที่ที่มีความเสี่ยงฝนตกหนักจนทำให้เกิดน้ำท่วมในวันที่ 25 กันยายน นั้น คำเดือนจะเป็นสีแดง คือ เฝ้าระวังสูงสุด ประกอบด้วย กรุงเทพ นครราชสีมา เพชรบูรณ์ อ่างทอง สิงบุรี สระบุรี อยุธยา สุพรรณบุรี ปริมาณน้ำฝน อาจจะถึง 125 มม.

ส่วนในวันที่ 26 กันยายน สถานการณ์ฝนตกยังไม่ดีขึ้น คือ ยังมีฝนหนัก อยู่ในขั้นสีแดง คือ ฝนอาจจะตกอยู่ที่ 125-250 มม. พื้นที่เสี่ยงประกอบด้วย กรุงเทพ กาญจนบุรี นครปฐม อุทัยธานี อยุธยา จึงขอให้ประชาชนทุกคนในพื้นที่เสี่ยง เตรียมการณ์รับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวด้วย

Back To Top