Cover Image

การท่าเรือฯ โกยรายได้ 12,649 ล้าน “สรรเพชญ” คาดทั้งปีฟันกำไรทะลุ 6.5 พันล้าน

“สรรเพชญ” เปิดผลงานการท่าเรือฯ 9 เดือนแรกโกยรายได้ 12,649 ล้านบาท คาดจบปี 69 รายได้เฉียด 1.67 หมื่นล้าน 

วันที่ 8 กันยายน 2569 นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เปิดเผยผลการดำเนินงานของการท่าเรือแห่งประเทศไทย (การท่าเรือฯ) ในกำกับดูแล ช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 (ตุลาคม 2568 – มิถุนายน 2569) พบว่า มีรายได้รวม 12,649 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.38 และมีกำไรสุทธิ 5,397 ล้านบาท สะท้อนถึงความสามารถในการสร้างรายได้และความแข็งแกร่งของรัฐวิสาหกิจไทยในการรองรับการค้าระหว่างประเทศ

สำหรับปริมาณการจราจรทางน้ำในช่วง 9 เดือนแรก มีเรือเข้าเทียบท่ารวม 11,591 เที่ยว เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.76 ปริมาณสินค้าผ่านท่า 97.61 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.44 และปริมาณตู้สินค้าผ่านท่าอยู่ที่ 9.06 ล้านทีอียู เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.63 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีท่าเรือแหลมฉบังเป็นกำลังหลักด้วยปริมาณตู้สินค้า 8.10 ล้านทีอียู ขณะที่ท่าเรือภูมิภาคมีการเติบโตโดดเด่นอย่างมาก โดยเฉพาะท่าเรือพาณิชย์เชียงแสนที่มีตู้สินค้าผ่านท่าเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 165.59 และท่าเรือระนองเพิ่มขึ้นร้อยละ 81.08

นายสรรเพชญ กล่าวว่า สำหรับประมาณการทางการเงินตลอดปีงบประมาณ 2569 คาดว่าการท่าเรือฯ จะมีรายได้รวมประมาณ 16,797.53 ล้านบาท และมีกำไรก่อนรายการพิเศษ 7,087 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม เมื่อหักลบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียวในเดือนกุมภาพันธ์จำนวนประมาณ 562.97 ล้านบาท คาดว่าจะส่งผลให้กำไรสุทธิสิ้นปีปรับลงมาอยู่ที่ราว 6,524.37 ล้านบาท ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวยังคงเป็นเพียงประมาณการทางการเงิน

นอกจากนี้ ในระยะยาวคาดว่ารายได้ของการท่าเรือฯ จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2570 คาดว่าจะทำรายได้ 17,145.13 ล้านบาท และทยอยเพิ่มขึ้นจนถึงปี 2578 ที่ประมาณการรายได้ 26,177.52 ล้านบาท กำไร 12,766 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 และค่าสัมปทานที่เพิ่มขึ้น จนกระทั่งในปี 2580 คาดว่าจะทำรายได้สูงถึง 28,018.94 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้นกว่าร้อยละ 66 เมื่อเทียบกับปี 2569

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ยืนยันว่า จะเดินหน้ากำกับดูแลและเร่งรัดให้การท่าเรือฯ เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ เพื่อแก้ปัญหาคอขวดด้านการขนส่ง ลดเวลารอคอย และช่วยผู้ส่งออกไทยบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดโลก โดยผลประโยชน์ที่ได้จะตกแก่ทั้งระบบเศรษฐกิจ ทั้งการจัดสรรงบประมาณพัฒนาสาธารณประโยชน์ และการกระจายรายได้ไปสู่ผู้ประกอบการ เกษตรกร แรงงาน และชุมชนรอบพื้นที่ท่าเรืออย่างยั่งยืน

Back To Top