Cover Image

เมื่อผมเดินอยู่ในวิถีนักรบ จนได้มาพบกับ “ทิพยอำนาจ” (12) หูพันลี้ ตาพันลี้

คั่นรายการโดย Lordofwar Nick
เมื่อผมเดินอยู่ในวิถีนักรบ จนได้มาพบกับ “ทิพยอำนาจ” (11) วิชาอ่านใจ

บทความโดย : Lordofwar Nick www.marumura.com

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน วันนี้จะพูดถึงเรื่องของ “หูทิพย์ ตาทิพย์” กันนะครับ

อย่างที่เรารู้ คนเรามีหนทางรับสัมผัสทางกายภาพอยู่ห้าอย่าง ตา หู จมูก ลิ้น กาย (สัมผัส) อย่างไรก็ดี อวัยวะพวกนี้เป็นเพียวตัวรับสัมผัสเท่านั้น ตัวรับรู้มันคือจิตต่างหาก พูดอย่างง่ายๆ ที่สุด ถ้าจิตใจสงบนิ่ง พลังการรับรู้รับสัมผัสจะ “แหลมคม” ขึ้น ฉะนั้นเมื่อจับจุดนี้ได้แล้วการฝึกก็คงไม่ยากเกินไป ใน “ทิพยอำนาจ” ก็ได้กล่าวไว้ดังนี้


วิธีการฝึกใจเพื่อให้เป็นที่ตั้งแห่งทิพยอำนาจนี้ ทางพระพุทธศาสนาสอนให้อาศัยอิทธิบาทภาวนา อบรมใจจนได้สมาธิ เข้าถึงขีดขั้นของฌานที่ ๔ (ย่อตรงกลาง) ใจที่สงบเข้าถึงขีดขั้นของฌานที่ ๔ เป็นใจที่สมบูรณ์ด้วยทิพยภาวะ ย่อมมีทิพยอินทรีย์สามารถรับรู้ ทิพยวิสัยทั้งปวง ถ้าน้อมใจไปเพื่อรู้ในทางใดก็จะรู้ในทางนั้นได้ทุกทาง คือ น้อมใจไปในทางเห็นรูปก็จะเกิดตาทิพย์สามารถเห็นรูปทั้งรูปทิพย์และรูปมนุษย์ได้ น้อมใจไปในทางฟังเสียงก็จะเกิดหูทิพย์สามารถฟังเสียงทิพย์และเสียงมนุษย์ได้ น้อมใจไปในทางดมกลิ่นก็จะเกิดฆานทิพย์สามารถสูดดมกลิ่นทิพย์และกลิ่นมนุษย์ได้ น้อมใจไปทางลิ้มรสก็จะเกิดชิวหาทิพย์สามารถลิ้มรสทิพย์และรสมนุษย์ได้ น้อมใจไปในทางสัมผัสก็จะเกิดกายทิพย์สามารถรับสัมผัสทิพย์และสัมผัสมนุษย์ได้ตกลงว่า สามารถปลูกสร้างทิพยอินทรีย์ขึ้นใช้ได้ทุกประการ

(ย่อ)

ต่อไปนี้จะได้อธิบายวิธีปลูกสร้างหูทิพย์เพื่อรับฟังเสียงทิพย์ดังกล่าวมา ท่านแนะวิธีไว้ในปฏิสัมภิทามรรค ดังต่อไปนี้

๑. เบื้องต้น พึงฝึกหัดทำใจให้เป็นสมาธิ โดยอาศัยกำลังของอิทธิบาท ๔ ประการ จนได้สมาธิถึงขั้นฌานที่ ๔ ที่เรียกว่าจตุตถฌาน อันมีลักษณะจิตใจผ่องใสนิ่มนวล ปราศจากเครื่องหมองมัวแล้ว.

๒. พึงเข้าสู่ความสงบจนถึงฌานที่ ๔ แล้วสำเหนียกฟังเสียงคน – สัตว์ดิรัจฉาน หรือเสียงใดๆ ในทิศทั้ง ๔ โดยรอบๆ ในระยะใกล้ๆ ตัวเสียก่อน แล้วจึงขยายออกไปโดยลำดับให้ไกลที่สุดที่จะไกลได้จนถึงสุดขอบจักรวาลเป็นที่สุด.

๓. พึงเข้าสู่ความสงบจนถึงฌานที่ ๔ แล้วสำเหนียกฟังเสียแผ่วเบา เช่น เสียงเต้นแห่งหัวใจของตนเอง เสียงคล้ายทิพย์ เช่น เสียงความคิดของตนเองและเสียงผี เสียงทิพย์ เช่น เสียงเทพเจ้าในฉกามาพจรสวรรค์ ๖ ชั้น และเสียงพรหมในพรหมโลก.

๔. พึงเข้าสู่ความสงบจนถึงฌานที่ ๔ แล้วสำเหนียกฟังเสียงแก้วด้วยหูแก้วต่อไป จนสามารถฟังได้ยินชัดเจนเหมือนฟังเสียงคนธรรมดาพูดกัน


ขอขั้นนะครับ เราอาจประมวลได้ว่า การฝึกพลังในการได้ยินเสียงนั้น คือ ไกลขึ้น ละเอียดขึ้น ในภาษาญี่ปุ่นจึงมีคำว่า หูพันลี้ (เซ็นริจิ 千里耳) หรือหูทิพย์ (เท็นนิทซือ 天耳通 คำว่า ทซือ ในที่นี้ เป็นคำแปลของคำว่า “อภิญญา” 通)

ไหนๆ ก็ยกคำพุทธศาสนาญี่ปุ่นมาเล่นแล้ว เอาให้สุดเลยละกันครับ อภิญญา ๖ (โรคุจินซือ 六神通) นั้นมีดังนี้

  1. อิทธิวิธิ แสดงฤทธิ์ได้ เช่น ล่องหนได้ เหาะได้ ดำดินได้ (จินโซคุซือ 神足通 “เท้าเทพ”)
  2. ทิพพโสต มีหูทิพย์ (เท็นนิซือ 天耳通)
  3. เจโตปริยญาณ กำหนดรู้ใจผู้อื่นได้ (ทะชินซือ 他心通)
  4. ปุพเพนิวาสานุสติญาณ ระลึกชาติได้ (ชูคุเมียวซือ 宿命通)
  5.  ทิพพจักขุ มีตาทิพย์ (เท็นกันซือ 天眼通) บางทีก็เรียกแบบบ้านๆ ว่า ตาพันลี้ (เซ็นริกัน 千里眼)
  6. อาสวักขยญาณ รู้การทำอาสวะให้สิ้นไป (โระจินซือ 漏尽通)

ตอนผมสิบขวบหรือไงนี่ล่ะ พ่อผมสอนให้นั่งสมาธิ พอนั่งๆ ไป จู่ๆ ได้ยินเสียงหัวใจเต้นแบบ ดังมาก ตกใจเลย จิตก็หลุดจากตรงนั้น และก็ไม่เคยเจออะไรแบบนั้นอีก ทุกวันนี้อย่างมากก็แค่สังเกตลมหายใจ มันแรงมากก็ได้ยินเสียง เบามากๆ ก็ไม่ได้ยิน แค่นั้น เสียงหัวใจเต้นถ้าอยู่นิ่งๆ สงบจิตขณะหนึ่งก็ได้ยินอยู่ แต่ไม่ได้ดังอะไรขนาดต้องตกใจ แต่ก็ไม่เคยต้องไปเพ่งว่าอยากจะได้ยินอะไร ถ้ามันจะได้ยินก็ได้ยินเอง ก็เลยเอาง่ายๆ แค่กำหนดลมหายใจก่อนนอนเท่านั้น แต่ที่ผมเอาเรื่องหูมาพูด เพราะผมคิดว่าในการที่จะตอบโต้กับอะไรที่จะเข้ามา เสียงไม่ได้มีข้อจำกัดมากเท่าแสง หูไม่ได้จำกัดเท่าตา ตาคนมองเห็นได้แต่ข้างหน้า ไม่มีแสงก็มองไม่เห็น แต่หูนั้น ฝึกจิตให้ดีๆ นิ่งๆ ซ้ายขวาหน้าหลังมันรับรู้ได้หมด ถ้าฝึกจิตได้สงบนิ่งจริงๆ ไม่ต้องขนาดหูทิพย์หรอก แค่มีพลังการรับรู้ที่แหละคมพอก็สามารถใช้ต่อสู้เอาชีวิตรอดได้แล้ว

พูดแล้วเรื่องนี้ก็ต้องมาเลยครับ Zatoichi ไอ้บอดยอดซามูไร จะบอกว่าเวอร์ชั่น “บีท ทาเคชิ” นี่ ฝีมืออย่างเทพเลยครับ ขนาดเสียงลูกโม่ปืนหมุน กริ๊ก ยังได้ยิน และเหมือนจะอ่านใจคู่ต่อสู้ได้ด้วย (พูดแล้วก็นึกถึงตำนานร้านอาหารญี่ปุ่นริมทาง “ซาโตอิจิ” นะ 555 ตอนนั้นดังมากในพันทิพและผมก็ชอบไปกินซะด้วยสิ อิอิ)

ทุกวันนี้ เวลาผมฝึกอิไอวันอาทิตย์เย็นๆ (ฝึกกลางลานบ้าน) พอคาดดาบเสร็จแล้ว ก่อนจะเริ่มฝึกคาตะ ผมก็จะหลับตา ยืนสมาธิชั่วครู่ พอถึงจุดหนึ่งก็จะได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้น เสียงนกร้อง เสียงอะไรต่างๆ รอบๆ ตัว สักพักหนึ่งค่อยเริ่มฝึกท่า อาจจะฟังดูเป็นอะไรที่เล็กน้อยมาก แต่ก็ดีกว่าไม่ได้ทำเลย

ทีนี้มาพูดเรื่องตาต่อ ที่เรียกว่า “ตาทิพย์” นั้น มันเป็นอย่างไรบ้าง ใน “ทิพย์อำนาจ” ก็ได้กล่าวไว้ดังนี้


ทิพพจักขุ ตาทิพย์ ได้แก่ตาของเทพเจ้า หรือบุคคลผู้เจริญฌานสมบูรณ์ด้วยทิพยอินทรีย์ มีภาวะทางใจเสมอด้วยเทพเจ้าแล้ว ตาทิพย์ย่อมสามารถเห็นทิพยรูปทั้งปวง เห็นเหตุการณ์หรือความเป็นไปของบุคคลในระยะไกล ทั้งในส่วนอดีต อนาคต และปัจจุบัน และสามารถเห็นสิ่งซึ่งลี้ลับมีอะไรปกปิดกำบัง กับมองทะลุไปในสิ่งกีดขวางทั้งปวงได้ เกินวิสัยตามนุษย์ธรรมดาหลายล้านเท่า


ทีนี้ก็มาถึงวิธีฝึกจิตเพื่อสร้าง “ตาทิพย์” ซึ่งใน “ทิพยอำนาจ” กล่าวว่า นอกจากจะต้องไต่ระดับสมาธิไปถึงฌาน ๔ แล้ว จะต้องฝึกกสิณจำพวก “แสง” อย่าง เตโชกสิณ (ไฟ) โอทาตกสิณ (สีขาว) อาโลกกสิณ (แสงสว่าง) จนดวงกสิณเป็นสีขาวใส หรือกรณีอาโลกกสิณ จะเป็นแสงใส แล้วกำหนดจิต “ขยายแสง” สำเหนียกใจ ซึ่งขอเรียนตรงๆ ผมไม่เคยฝึกกสิณ ดังนั้นจึงไม่สามาถจะอธิบายได้ดีพอ เพราะไม่มีประสบการณ์ ไม่เหมือนเรื่องกำหนดลมหายใจ หรือเรื่องกายคตาสติปัฎฐาน ซึ่งผมเอาประสบการณ์ส่วนตัวมาโยงเพื่ออธิบายได้ จึงขอไม่ลงรายละเอียดในที่นี้นะครับ

ในการฝึกอภิญญาอื่นๆ ที่ผมไม่ได้พูดลงรายละเอียด เช่น อิทธิวิธี ปุพเพนิวาสานุสติญาณ นั้น ก็ด้วยเหตุผลเดียวกัน คือเพราะไม่มีประสบการณ์ และก็ไม่มีความสนใจที่จะฝึกในจุดนั้นด้วย แต่ก็ นั่นแหละครับ ทุกคนมีทั้งสิ่งที่ถนัด/ไม่ถนัด สนใจ/ไม่สนใจ กันทั้งนั้น ตัวผมนั้นการที่มาสนใจศึกษาตรงนี้มันก็เริ่มจากพื้นฐานที่ตัวเองเป็น คือการฝึกหัดอิไอโดและบีเจเจ เพราะฉะนั้นความสนใจและแนวทางการศึกษามันก็จะไปเรื่องลมหายใจ เรื่องของกาย (ซึ่งพอจะต่อยอดไป เวทนา จิต ธรรม ได้ เพราะมันเป็นสิ่งที่ต้องประสบทุกวัน) เสียมากกว่าครับ

วันนี้ก็ขอแค่นี้ก่อน พบกันใหม่สัปดาห์หน้าครับสวัสดีครับ

บทความโดย : Lordofwar Nick www.marumura.com

เรื่องแนะนำ :
– เมื่อผมเดินอยู่ในวิถีนักรบ จนได้มาพบกับ “ทิพยอำนาจ” (11) วิชาอ่านใจ
– เมื่อผมสนทนากับ Gemini (10) จาก เอ็ด กีน ถึง “โคโดคุชิ” และ “ป้ามหาภัย”!! ความโดดเดี่ยวที่เปลี่ยนคนให้กลายเป็นปีศาจได้!?
– เมื่อผมเดินอยู่ในวิถีนักรบ จนได้มาพบกับ “ทิพยอำนาจ” (10) ข้าคือคลื่นหย่ายยย
– เมื่อผมสนทนากับ Gemini (9) โทจิมะอยากเป็นคาเมนไรเดอร์!! ส่วน “พีรดนย์” ดัน (ต้อง) ตกกระไดพลอยโจนมาเป็น “ไอ้มดขาว Termite” ซะอย่างงั้น!!
– เมื่อผมเดินอยู่ในวิถีนักรบ จนได้มาพบกับ “ทิพยอำนาจ” (9) หยินกับหยาง

เมื่อผมเดินอยู่ในวิถีนักรบ จนได้มาพบกับ “ทิพยอำนาจ” (11) วิชาอ่านใจ

อดีตนักเรียนทุนรัฐบาลญี่ปุ่นผู้ซึ่งเขาให้มาเรียนหนังสือแต่เผลอไปเรียนดาบอิไอด้วย (แถมไอคิโดอีกเล็กน้อย) ณ ปี 2025 เดินมาในวิถีแห่ง BJJ มาได้ครึ่งทางแล้ว (พร้อมกับฟื้นฟูการฝึกดาบอิไอด้วย) และยังตั้งใจศึกษา ธรรมะ ปรัชญาชีวิต ผ่านการฝึกในโรงยิม (และที่บ้าน) เช่นเดิม

Back To Top