Cover Image

สว. เร่งดันงบฯ 112 ล้าน สร้างถนนเกาะกูดปี 70 ปูทางตั้งปืนใหญ่จุดสูงข่ม

สว. เร่งดันงบฯ 112 ล้าน สร้างถนนเกาะกูดปี 70 เชื่อมแหลมเทียน ปูทางตั้งปืนใหญ่จุดสูงข่มกัมพูชา พ่วงดึงไฟฟ้าเข้าพื้นที่ แก้ปัญหาขนส่งยุทโธปกรณ์ชายแดน “ผบ.กก.รฝ.1” ยัน พร้อมปกป้องอธิปไตย

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 19 กันยายน 2569 นายพิศูจน์ รัตนวงศ์ ประธานกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน (สว.พบประชาชน) ภาคตะวันออก และประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การท่องเที่ยวและการกีฬา วุฒิสภา เป็นประธานเปิดเวทีเสวนาหัวข้อ “เส้นทางบนเกาะกูดสู่ความมั่นคงตามแนวชายแดน” ที่โรงแรมเมอร์เคียว เกาะช้าง ไฮด์อเวย์ อ.เกาะช้าง จ.ตราด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการวุฒิสภาพบสื่อมวลชนสัญจร จังหวัดตราด ระหว่างวันที่ 18-20 กันยายน พ.ศ. 2569 โดยมี นาวาเอกรุ่งโรจน์ อินตรา ผู้บังคับการกรมรักษาฝั่งที่ 1 หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง กองทัพเรือ ร่วมเสวนา พร้อมคณะ สว. อาทิ นายสัมพันธ์ ชัยวิเศษจินดา, นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนพงศ์, นายโชติชัย บัวดิษ, นายจำลอง อนันตสุข, นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา และนายพิสุทธิ์ ทรัพย์วิจิตร   

นายพิศูจน์ กล่าวตอนหนึ่งว่า กรรมการขับเคลื่อนโครงการวุฒิสภาพบประชาชน ภาคตะวันออก ดูแล 8 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี สระแก้ว และตราด มี 3 จังหวัดที่เป็นพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา คือ สระแก้ว จันทบุรี และตราด ซึ่งที่ จ.สระแก้ว ที่บ้านหนองจาน ปัจจุบันเรียบร้อยดี ยังเหลือประชาชน 3 ราย ที่ยังไม่สามารถออกโฉนดที่ดินในพื้นที่ทำกินได้ ในส่วน จ.จันทบุรี พบว่ามีปัญหาพื้นที่ธรรมชาติจากการทำนบกั้นน้ำฝั่งกัมพูชา ทำให้น้ำเปลี่ยนทิศทาง และพื้นที่สูงมาฝั่งไทยพังทลาย ซึ่งหน่วยทหารในพื้นที่ได้เข้าแก้ไขแล้ว และ จ.ตราด ปัญหาบริเวณบ้านสามหลัง ที่บ้านหนองรี ตำบลชำราก อำเภอเมือง จังหวัดตราด ยังไม่มีอะไรมาก โดยกองทัพและกองบัญชาการป้องกันชายแดนยังประจำพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ขณะที่จันทบุรีได้ตั้งงบประมาณพัฒนาพื้นที่บ้านสามหลังเป็นแหล่งท่องเที่ยวและก่อสร้างถนนต่อไปโดยเป็นโครงการของปีงบประมาณ พ.ศ. 2570

ทั้งนี้ ฐานปฏิบัติการแหลมเทียน บริเวณปลายแหลมด้านทิศใต้ของเกาะกูด เรามีหน่วยปฏิบัติการเกาะกูด (นปก.)ต้องเดินเท้าผ่านป่าเป็นระยะทาง 6 กิโลเมตร ทำให้การส่งกำลังบำรุงเป็นไปด้วยความยากลำบาก จึงเร่งผลักดันและติดตามงบประมาณ โดยประสานกรมทางหลวงชนบท และกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง โดยได้รับงบประมาณวงเงิน 112 ล้านบาท เป็นงบประมาณผูกพัน พ.ศ. 2570-2571 คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี พ.ศ. 2571 เพื่อแก้ไขปัญหาการส่งกำลังบำรุง หลังจากเคยของบประมาณไปแล้วและถูกปัดตกไปหลายรอบ มีความสำคัญด้านความมั่นคงของประเทศ จำเป็นต้องสร้างถนนเส้นนี้ หลังจาก กมธ. ลงพื้นที่พบว่า การส่งกำลังบำรุงยากลำบาก โดยเฉพาะช่วงฤดูมรสุม ซึ่งตอนสถานการณ์ขัดแย้ง ทางทหารของเราต้องการนำปืนใหญ่ไปตั้งก็ไม่สามารถทำได้ กมธ. เราให้ความสำคัญเรื่องนี้จึงติดตามผลักดันเรื่องถนนนี้จนสำเร็จ ส่วนเรื่องไฟฟ้า กมธ. ของวุฒิสภาจะขับเคลื่อนประสานงานต่อไป

ทางด้าน นาวาเอกรุ่งโรจน์ กล่าวว่า การเข้า-ออกพื้นที่ เดิมต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง คือต่อแรกเดินทางโดยเรือ 45 นาที และต่อที่สองในการเข้าพื้นที่ชุมชน 5 กิโลเมตร อีก 2 ชั่วโมง ส่วนช่วงเวลากลางคืนไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้เลย จากการผลักดันแก้ไขปัญหาเรื่องเส้นทางแล้วรู้สึกดีใจ เพราะเมื่อมีการสร้างถนนเส้นนี้จะใช้เวลาเดินทางเข้าพื้นที่ได้ไม่ถึง 1 ชั่วโมง ทั้งนี้ หน่วยนาวิกโยธิน และรักษาชายฝั่งของกองทัพเรือบนเกาะกูดมีหน้าที่หลักในการดูแลและช่วยเหลือประชาชน จึงต้องการให้ภาครัฐสนับสนุนการก่อสร้างถนนเพื่อให้การเดินทางเข้าพื้นที่สะดวกขึ้น ปัจจุบันใช้เวลาเดินทางประมาณ 1-2 ชั่วโมง โดยได้ชี้แจงต่อกองทัพเรือถึงประโยชน์ของถนน ทั้งด้านความสะดวกของประชาชนและด้านยุทธการ 

ทั้งนี้ ทหารไทยและกัมพูชามีความสัมพันธ์ที่ดีและไปมาหาสู่กันอยู่แล้ว แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ชายแดนและได้รับคำสั่งจากหน่วยของแต่ละประเทศ จึงต้องป้องกันพื้นที่ตามหน้าที่เต็มกำลัง โดยเมื่อมีอากาศยานไร้คนขับเข้ามา ฝ่ายไทยต้องเตรียมพร้อมทั้งอาวุธ ยุทโธปกรณ์ และกำลังพล การที่มีถนนเส้นนี้ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ด้านความมั่นคง ได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการนำปืนใหญ่ไปตั้งไว้บนแหลมเทียนเพื่อการป้องปรามฝ่ายตรงข้ามได้ ยืนยันมีความพร้อมที่จะปกป้องอธิปไตยของชาติ

ขณะที่ นาวาตรีทศพล พงศ์ไพศาลศรี ผู้บังคับหน่วยปฏิบัติการเกาะกูด จ.ตราด กล่าวเสริมว่า หน่วยมีที่ตั้งอยู่ปลายแหลมเทียน ปลายสุดของเกาะกูด ซึ่งเป็นพื้นที่ด่านหน้าติดชายแดนกัมพูชา มีภารกิจตรวจตรา ตรวจจับเรดาร์ รับมือภัยคุกคาม และสนับสนุนกำลังทางเรือ โดยในทุกวันกำลังพลฝึกการรบทุกมิติเป็นประจำ เพื่อให้พร้อมปฏิบัติหน้าที่ตลอดเวลาและดีที่สุด 

ขณะเดียวกัน รู้สึกดีใจที่มีการผลักดันโครงการก่อสร้างถนน เพราะปัจจุบันการตรวจการณ์อีกฝั่งของเกาะใช้เรือยาง บางวันหากมีพายุ มีคลื่นลมแรงไม่สามารถออกตรวจได้ หากการก่อสร้างถนนแล้วเสร็จ จะทำให้กำลังพลมีกำลังใจ สามารถปฏิบัติงานได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทางอีกฝั่ง รวมถึงช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางที่รวดเร็ว ในด้านอื่น เช่น การซื้อของ ซื้อเสบียงของกำลังพล การส่งกำลังพลที่บาดเจ็บ โดยเฉพาะช่วงกลางคืน ที่เดิมนั้นต้องใช้เรือซึ่งค่อนข้างลำบาก หากมีถนนเส้นนี้ จะสามารถส่งผู้บาดเจ็บถึงมือแพทย์อย่างรวดเร็ว ถือเป็นการรักษาความปลอดภัยให้กำลังพล สำคัญสุดคือ เพื่อปกป้องอธิปไตยของประเทศ

นายพิสิษฐ์ สอบถามว่า หลังจากเกิดความขัดแย้งครั้งที่ผ่านมาทางประเทศเพื่อนบ้านเตรียมการอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ หรือมีแนวโน้มจะปะทุขึ้นอีกรอบหนึ่งหรือไม่ นาวาเอกรุ่งโรจน์ ระบุว่า จากการตามข่าวและลงพื้นที่บ้านท่าเส้น บ้านหนองรี และบ้านชำราก ตัวเราเอง การเติมกำลังของเราเองค่อนข้างดีขึ้นมีการเตรียมการเรื่องต่าง ๆ เยอะมาก ขณะที่ฝ่ายตรงข้ามเขาก็ทำยังดำเนินการป้องกันซึ่งเขาทำเราก็ทำ ส่วนจะปะทุอีกหรือไม่ตนตอบได้ยาก เพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง แต่อย่างไรก็ตามเรามีความพร้อมที่จะดำเนินการโต้กลับในสิ่งที่เขาจะกระทำกับเรา 

“ถ้าถามว่ามีโอกาสไหม ในฐานะมุมมองนักการทหาร หรือว่าทหารที่อยู่ในพื้นที่ก็ถามว่ามันก็ต้องมีโอกาสเพราะที่ผ่านมาเขาค่อนข้างสูญเสียเยอะ ในเวทีการเมืองของประเทศเขาเองก็อาจติดลบค่อนข้างเยอะ อันหนึ่งสิ่งที่เชื่อได้ว่า ณ เวลานี้น่าจะเป็นการระดม หรือว่าเสริมเขี้ยวเล็บของเขา เมื่อวันใดวันหนึ่งเหตุการณ์ประจวบเหมาะเขาก็อาจจะฮึดขึ้นมาอีกรอบหนึ่ง ซึ่งถ้าเราเตรียมอยู่มีความพร้อมอยู่ ผมเชื่อว่าในความคิดส่วนตัวเขายังไม่กล้าทำอะไร แต่ถ้าเกิดวันใดวันหนึ่งเราผ่อนเขาอาจจะกลับมา”

Back To Top