Cover Image

ปชน.ยุฟ้อง‘ม.112’ ‘เท้ง’ยกมาตรฐานเดียวปมคลิปฮั้วสว.อ้างข้างบน/‘หนู’ปัดโยงรบ.

“อนุทิน” ส่อลอยแพ "สว.สีน้ำเงิน" บอกเลือกมาตั้งแต่ปี 67 ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับรัฐบาลชุดนี้ หยันพวกแพ้เลือกตั้งไม่ยอมรับกติกา พยายามเซาะความเชื่อมั่น รบ. เตือนอย่าอยู่นอกเกม ขณะที่ "พิพัฒน์" ไม่กังวลโดนจองกฐิน ปัดพ้นมลทินพลังงาน-ยกเลิกแลนด์บริดจ์แล้ว "ลูกเนวิน" ยืดอกรับเป็นสายล่อฟ้า ไม่หวั่นโยงการเมืองเรื่องพ่อ ด้าน "ดร.เชน" พร้อมลงสนามศึกแรกอภิปรายไม่ไว้วางใจ เครื่องร้อนบอกชี้แจงเลยยังได้ "หัวหน้าเท้ง" เงื้อดาบนิติสงครามเปิดทาง ปชช.-นักร้อง ตัดสินใจฟ้อง ม.112 ปมคลิปเสียงฉาวฮั้ว สว. อ้างข้างบนชี้ต้องเป็นบรรทัดฐานเดียวกัน 

เมื่อเวลา 08.30 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจในสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่จะถึงว่า รัฐมนตรีทุกคนมีความพร้อมในการชี้แจงตอบข้อสงสัยหรือสิ่งที่ฝ่ายค้านรู้สึกว่าไม่ไว้วางใจ รัฐมนตรีหลายท่านที่ถูกพาดพิงก็ต้องพร้อมที่จะตอบให้เกิดความชัดเจนต่อประชาชน เราไม่ได้ตอบคนในสภา เราตอบประชาชนทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นรัฐมนตรีทุกคนต้องมีความพร้อม

เมื่อถามว่า ธงของพรรคประชาชน (ปชน.) ในการอภิปรายเหมือนจะเป็นเรื่องฮั้ว สว. นายอนุทินกล่าวว่า อันนี้ตนไม่ทราบว่าใครมีธงอะไร รัฐบาลนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องสว.ใดๆ ทั้งสิ้น สว.เป็นอีกสถาบันหนึ่ง เรื่องฮั้ว สว.ก็เป็นคำบัญญัติของใครที่อยากบัญญัติขึ้นมา รัฐบาลนี้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในปี 2569 สว.เลือกกันปี 2567 เพราะฉะนั้นไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับรัฐบาลนี้

เมื่อถามว่า หากฝ่ายค้านหยิบยกเรื่องดังกล่าวขึ้นมาอภิปรายจะตอบหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า อะไรที่เกี่ยวข้องกับผลการทำงานของรัฐบาลนี้เราก็ตอบ อะไรไม่เกี่ยวข้องเราก็ไม่ตอบ

เมื่อถามอีกว่า นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อพรรค ปชน. และ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.ออกมาเปิดเผยคลิปสนทนาการฮั้ว สว. นายอนุทินกล่าวว่า เรื่องฮั้ว สว.ถามตนไม่ได้ ตนอยู่ฝ่ายบริหาร มันมีความพยายามจะให้มาเกี่ยวโยงกับรัฐบาล ก็คงเป็นการพยายามทำให้รัฐบาลขาดความเชื่อมั่นต่างๆ ก็เป็นหน้าที่เป็นเกมของคนที่ไม่ได้อยู่ในรัฐบาลแล้วอยากเป็นรัฐบาล พร้อมกับหัวเราะหึๆ ในลำคอ ก่อนกล่าวอีกว่า  “อย่าคิดมาก ทุกอย่างอยู่ที่ผลการเลือกตั้ง จริงๆ แพ้เลือกตั้งแล้วก็ต้องยอมรับกติกา ก็ตรวจสอบไป แต่อย่าอยู่นอกเกม”

นายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีการเผยแพร่เฟกนิวส์ การชุมนุมขับไล่นายกฯ บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาลและอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิว่า เฟกนิวส์คือเฟกนิวส์  การเสพสื่อเหล่านี้ก็ควรจะต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริง  เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าจะบานปลาย โดยการปลุกระดมทางโซเชียล นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลทำงานทุกอย่างตามภารกิจหน้าที่ ด้วยความทุ่มเทและซื่อสัตย์สุจริต

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ว่า ส่วนตัวไม่ได้กังวลอะไร เท่าที่ดูกระทรวงคมนาคมจะถูกอภิปรายทุกรอบไม่ว่ารัฐบาลไหน ดังนั้นในฐานะที่นายกฯ ได้มอบให้ตนกำกับดูแลกระทรวงคมนาคม ตนก็ต้องพร้อมที่จะชี้แจง ไม่ได้กังวล อะไรที่เป็นประเด็น อะไรที่เป็นคำถาม อะไรที่ฝ่ายค้านสงสัยก็จะตอบในทุกประเด็น

เมื่อถามว่า มีการเตรียมตัวอย่างไรบ้างเพราะเป็นรัฐมนตรีที่ฝ่ายค้านพุ่งเป้าไว้แล้ว นายพิพัฒน์กล่าวว่า ถ้าจะบอกว่าพุ่งเป้ามาที่ตน กระทรวงคมนาคม ตนคิดว่าไม่น่าจะมี เพราะส่วนใหญ่ที่พุ่งเป้ามา อย่างในรัฐบาลที่แล้วก็เป็นเรื่องของพลังงาน

 “ขณะนี้ผมไม่ได้กำกับดูแลกระทรวงพลังงานแล้ว หลังจากนั้นก็เป็นเรื่องของแลนด์บริดจ์ ซึ่งปัจจุบันมีการยกเลิกไปแล้ว โดยการศึกษาของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง ได้ยกเลิกคำว่า แลนด์บริดจ์ไป เพราะฉะนั้นผมเลยไม่แน่ใจว่าจะมีการอภิปรายเรื่องอะไร” นายพิพัฒน์ระบุ

ไม่กังวลโดนจองกฐิน

เมื่อถามว่า เรื่องการทุจริตในกระทรวง คค. มั่นใจใช่หรือไม่ว่าไม่มีแน่นอน นายพิพัฒน์กล่าวว่า ความจริงเราเพิ่งเข้ามาทำงานในกระทรวง ถ้ารอบที่แล้วประมาณไม่ถึง 2 เดือน รอบนี้ก็ 3 เดือนกว่า เกือบ 4 เดือน ก็ไม่น่าจะมีอะไรที่จะกังวล อันนี้ขอเรียนอย่างตรงไปตรงมา

ผู้สื่อข่าวถามว่า ฝ่ายค้านจะนำเรื่องฮั้ว สว.มาอภิปรายด้วย นายพิพัฒน์กล่าวว่า เรื่องฮั้ว สว.ตนคิดว่า อยู่ในกระบวนการที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สอบอยู่ แม้ว่าจะมี 2 คณะ ซึ่งจะมีความเห็นเป็นอย่างไร ตนไม่ทราบ เพราะคณะที่ทำการหาข้อเท็จจริงยังไม่มีการสรุปออกมาที่ชัดเจน และยังไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ  ต้องรอดูว่าเรื่อง สว.จะเป็นอย่างไร แต่สำหรับตนในเรื่องของการฮั้ว สว.ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะใน 229 คนที่ว่านั้นชื่อตนก็ไม่มี

ด้านนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่กังวล

เมื่อถามย้ำว่า ดูเหมือนว่าเป็นรัฐมนตรีสายล่อฟ้าอยู่เหมือนกัน นายไชยชนกกล่าวว่า ก็ต้องใช้ให้เป็นประโยชน์ การเป็นสายล่อฟ้าก็มีทั้งข้อดีข้อเสีย ในข้อดีถ้าเรามีผลงานและสิ่งดีๆ จากหน่วยงานที่เรากำกับดูแล ก็จะเป็นที่สนใจเป็นพิเศษ ไม่ได้ถือว่าเป็นเรื่องแย่อะไรถ้าเป็นสายล่อฟ้า

เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ถ้าการอภิปรายครั้งนี้ ตัวรัฐมนตรีจะถูกโยงในเรื่องของการเมืองเนื่องจากกรณีนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ผู้เป็นบิดา นายไชยชนกกล่าวว่า จะไม่โยงได้อย่างไร ตนเป็นเลขาธิการพรรคจัดตั้งรัฐบาล ก็ต้องเกี่ยวข้องและถูกโยงอยู่แล้ว

ที่ทำเนียบ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  (อว.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า เป็นไปตามกระบวนการ ไม่ได้มีอะไรต้องกังวลในเรื่องนี้

เมื่อถามย้ำว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกเลยใช่หรือไม่ นายศชนันถามกลับว่า ตนถูกอภิปรายหรือ เมื่อถามอีกว่าจะต้องมีการเตรียมตัว หรือให้พรรคติวอะไรหรือไม่ นายยศชนันกล่าวว่า ทำเต็มที่  เตรียมข้อมูลและสามารถตอบตั้งแต่วันนี้ได้ด้วยซ้ำ ไม่ได้จำเป็นต้องเตรียม

ที่อาคารอนาคตใหม่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ  สส.แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีระบุว่า คดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ไม่เกี่ยวกับฝ่ายรัฐบาล ซึ่งหากพรรค ปชน.ชนะเลือกตั้งคงไม่ตรวจสอบว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ใช่การพิสูจน์ทราบเพื่อสิ้นข้อสงสัย เป็นกระบวนการปกติมากๆ ในสภา  และในฐานะฝ่ายค้านผ่านการจัดเวทีเสวนาคดีฮั้ว สว. เรามีหลักฐานชี้ชัดว่ามีขบวนการจัดตั้ง แลกเปลี่ยน รับผลประโยชน์แน่นอน

"ที่เรียกกันว่าขบวนการโกง สว. จากคำให้การของพยานหลักฐานการจองโรงแรม เส้นทางการเงิน ก็ควรพาดพิงกลับไปยังพรรคการเมือง นักการเมืองที่สังกัดอยู่พรรคภูมิใจไทย ดังนั้นเรื่องนี้ปฏิเสธได้ยากที่จะใช้เทคนิคบังคับกฎหมาย เพื่อมาสกัดไม่ให้เรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ"

ปชน.เปิดทางฟ้อง ม.112

เมื่อถามว่า ทำไมถึงเพิ่งมาตรวจสอบตอนนี้ เพราะแตกกับฝั่งสีน้ำเงินใช่หรือไม่ คลิปเสียงก็ออกมาตั้งแต่ช่วงนั้นแต่พรรคก็เพิกเฉย บอกว่าให้เป็นการดำเนินการของ กกต. นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ยืนยันว่าเราตรวจสอบเรื่องนี้มาตลอดอยู่แล้ว ยิ่งหลักฐานที่เราได้มากขึ้นทุกวัน ก็จะเป็นสิ่งที่มัดตัวการกระทำผิดจากฝั่งรัฐบาล ที่เห็นได้ชัดว่าเรื่องนี้พรรคภูมิใจไทยมีส่วนพัวพันกับขบวนการโกงเลือก สว.จริงๆ

เมื่อถามว่า มีกระแสดรามากรณีที่ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เรียกร้องทำนองให้คนรักสถาบันอย่าอยู่นิ่งกับคลิปเสียง นายณัฐพงษ์กล่าวว่า  ถ้าเห็นในคลิปเสียงว่ามีการพาดพิงถึงเบื้องบน จะเห็นบางกลุ่มบางก้อนการเมืองในอดีต หรือบรรดานักร้อง ก็จะร้องทำลายล้างมายังพรรค ปชน.มาโดยตลอด ซึ่งกรณีนี้ ในคลิปเสียงก็มีหลักฐานค่อนข้างชัด จึงอยากให้ประชาชนลองดูว่ากลุ่มก้อนทางการเมือง นักร้องต่างๆ เหล่านั้น จะเอาประเด็นนี้ไปเขียนคำร้องคนที่อยู่ในกลุ่มก้อนการเมืองฝั่งเดียวกับตนหรือไม่

"การร้องในส่วนนี้ชี้ให้เห็นชัดที่สุดว่า สิ่งที่ผมพูดมาทั้งหมดในภาพใหญ่ว่าปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในระบบการเมืองที่เปิดโอกาส ให้คนมีอำนาจใช้กระบวนการนิติสงครามในการทำลายล้างทางการเมืองมากกว่าการปกป้องคุ้มครองสถาบันที่เป็นที่รักของพวกเราทุกคน"

เมื่อถามว่า แสดงว่าพรรค ปชน.เรียกร้องให้ยื่นคำร้องคดีตาม ม.112 ด้วยใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ตนไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้ แต่พูดให้เห็นเส้นมาตรฐาน และให้ประชาชนเป็นคนตัดสินเองว่าการดำเนินการในการตัดสินใจ การดำเนินการในลักษณะเดียวกัน ถ้าปิดหน้าปิดชื่อ ไม่ได้ดูว่ามาจากกลุ่มก้อนการเมืองไหน สังกัดพรรคการเมืองไหน หรือเป็นพรรคพวกใคร มีการดำเนินการแบบเดียวกันหรือไม่ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าการร้องหรือไม่ร้องใครในเรื่องข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสถาบัน อาจจะเป็นการเลือกปฏิบัติ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อโจมตีทางการเมืองเท่านั้น

เมื่อถามว่า จะไม่ขัดกับหลักการพรรคใช่หรือไม่ที่ไม่ควรมีการร้องคดี ม.112 นายณัฐพงษ์กล่าวว่า หลักการของพรรคประชาชนยืนยันมาโดยตลอดว่า มุ่งหวังให้เป็นสถาบันที่อยู่คู่กับสังคมไทย และการจะทำแบบนั้นได้ เราจะต้องมีการปรับปรุงระบบกฎหมาย ระบบการเมืองที่จะนำไปสู่จุดนั้น แต่เชื่อว่าไม่มีข้อกังวลใด

  ก่อนหน้านี้ น.ส.รักชนกได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า  "คลิปเสียงโกง สว.ที่พูดชัดๆว่า 'ข้างบนท่านตรัส ไม่งั้น กกต.จัดการแล้ว' แอบอ้างสถาบันชัดเจน แต่คลิปนี้คนแชร์น้อยมาก คนดูไม่ถึงสามแสนเลย ช่วยคิดหน่อยทำไงให้ไปถึงกลุ่มไลน์สวัสดีวันจันทร์ นี่ยังไม่เห็นกลุ่มคนรักสถานบันจ่อแจ้ง 112 เคสนี้เลยนะคะ"

เมื่อถามว่า ความคืบหน้าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจไปถึงไหนแล้ว หากมีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หนีจะทำอย่างไร นายณัฐพงษ์กล่าวว่า  การกล่าวหาจากฝ่ายค้านที่ทำหน้าที่ถ่วงดุลตรวจสอบ ถ้าจงใจปรับ ครม.เพื่อเลี่ยงการตรวจสอบ สุดท้ายคนที่ตัดสินรัฐบาลได้ดีที่สุดก็คือประชาชนผ่านการเลือกตั้งครั้งหน้า.

Back To Top