โบว์ ณัฏฐา เห็นกับตา สนามแห่งการ ฮั้ว จี้แก้รธน.มาตรา107 ผู้สมัครสว.เลือกกันเอง
วันเสาร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 10.16 น.
น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือ โบว์ พิธีกรรายการวิเคราะห์ข่าว และนักกิจกรรมเพื่อสิทธิมนุษยชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงประเด็นร้อนเกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ภายใต้แฮชแท็ก #ฮั้วสว67 โดยระบุว่า
ในฐานะผู้มีประสบการณ์ตรงกับสนาม #ฮั้วสว67 และเคยทำคลิปไล่เรียงประสบการณ์อย่างละเอียดไว้เมื่อสองปีก่อน อยากขอสรุปประเด็นสำคัญ เพื่อช่วยให้คนที่สนใจได้ติดตามข่าวนี้อย่างเข้าใจมากขึ้น
1. การเลือก ส.ว. ตาม รธน.60 คือสนามแห่งการ “ฮั้ว”
เมื่อกติกากำหนดให้ผู้สมัครเข้าแข่งขัน “เลือกกันเอง” ผู้สมัครแทบทั้งหมดจึงต้องคิดว่าทำอย่างไรจะให้ตัวเองไม่ตกรอบ ผลคือ
พี่ส่งน้องมาร่วมสมัคร เจ้าของบริษัทส่งลูกน้องมาร่วมสมัคร ประธานสมาคมส่งสมาชิกมาร่วมสมัคร เพื่อให้เลือกตัวเองเข้าสู่รอบจังหวัด
ส่วนคนที่ไม่ได้จัดตั้งใครมาก็เจรจาแลกคะแนนกัน
ถ้าเธอเลือกฉัน ฉันจะเลือกเธอ คนละหนึ่งคะแนนก็เพียงพอจับมือเข้ารอบแรก เพราะแต่ละเขตมีผู้สมัครน้อยพอที่จะยกกลุ่มเข้ารอบจังหวัด
กลุ่มไหนจำนวนผู้สมัครเกินมานิดเดียวและเป็นเลขคี่ จะมีหนึ่งคนที่ตกรอบไปเพราะไม่มีใครให้จับคู่
ส่วนตัวได้เห็นกับตาว่าคนโปรไฟล์ดีที่สุดของกลุ่มข้างๆ ตกรอบแรกเพราะไม่มีใครจับคู่แลกคะแนนด้วย ส่วนกลุ่มเราเข้ายกกลุ่มเพราะมีจำนวนคนพอให้แลกกันได้พอดี คนจบป.4 วัยเจ็ดสิบอยู่บ้านเฉยๆไม่รู้จักรัฐธรรมนูญก็เข้ารอบไปด้วยบริบทของการนั่งขอกันก่อนโหวตแบบนี้ “จะได้เข้ารอบไปด้วยกันนะ”
รอบจังหวัดถ้าเป็นจังหวัดใหญ่จะซับซ้อนขึ้น เพราะจะมีการคัดออกมากขึ้นจึงต้องการคะแนนมากขึ้น การเจรจาแลกคะแนนจะเข้มข้น หลายคนเข้ารอบเพราะ “คบซ้อน” สำเร็จ คือไปหลอกคนอื่นว่าตัวเองจะโหวตให้แต่ไม่โหวตจริงเพราะทุกคนกาได้แค่สองช่อง (โหวตตัวเองหนึ่ง โหวตคนอื่นอีกหนึ่ง) บางคนหลอกมาได้เป็นสิบคน
พวกคนดังถ้าไม่ได้มากับกลุ่มจัดตั้งก็ตกรอบนี้กันหมด ไม่มีใครเลือกเพราะทุกคนก็อยากเข้ารอบ และแน่นอนคงไม่เอาชื่อเสียงไปแลกกับการหลอกใคร
ใครมาเป็นกลุ่มจัดตั้งจะปรากฏชัดในรอบนี้ คะแนนจะกองแบบไม่สมเหตุสมผลทั้งที่โปรไฟล์ไม่มีอะไรโดดเด่น เพราะมีกลุ่มที่จัดตั้งมาโหวตส่งเข้ารอบ
กลุ่มไหนจัดตั้งมาดีสมาชิกมีวินัยไม่แตกแถว จะเข้าไปได้เป็นกอบเป็นกำ
กลุ่มไหนจัดตั้งมาหลวมๆ หรือมีสมาชิกไม่พอ เสียงจะแตก ไปไม่ถึงปลายทาง
-ทั้งหมดนี้ไม่ผิดกฎหมาย เพราะ กกต. ไม่มีกฎห้าม
นี่คือสนามที่ออกแบบมาเพื่อการ “ฮั้ว”
2. การกระทำที่ผิดกฎหมาย
นอกเหนือจากระเบียบที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการและการปฏิบัติตนในการเลือกตั้งทั่วไปแล้ว การกระทำที่จะผิดกฎหมาย พรป.สว. และระเบียบกกต. หลักๆ คือ
-การรับสินบนทั้งหลาย และ
-การยินยอมให้ผู้มีตำแหน่งทางการเมืองช่วยเหลือให้ได้รับการเลือกเป็น สว. ซึ่งจะมีโทษหนักทั้งสองฝ่าย
ดังนั้น ถ้าจะเอาผิดใคร ต้องมีหลักฐานชี้ชัดในเรื่องเหล่านี้ คือการรับเงิน และการรับความช่วยเหลือจากคนที่มีตำแหน่งทางการเมืองให้ได้เป็น สว.
3. การใช้อำนาจของ สว.
สว.ตามรัฐธรรมนูญ 60 นั้นมีอำนาจที่สำคัญหลายประการที่ไม่อยากให้ลืมกัน
พวกเขาสามารถสกัดขัดขวางการแก้รัฐธรรมนูญได้ ด้วยเงื่อนไขของจำนวนเสียงโหวตสว.ที่รัฐธรรมนูญให้ไว้ พวกเขาสามารถเลือกที่จะให้หรือไม่ให้ใครเข้าไปนั่งเป็นกรรมการในองค์กรอิสระได้ แม้จะได้รับการกลั่นกรองคุณสมบัติมาอย่างดีโดยคณะกรรมการสรรหาที่ประกอบด้วยบุคคลตำแหน่งสูงสุดจากองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีประธานศาลฎีกาเป็นประธาน
-สองปีที่ผ่านมา การโหวตของ สว. ในเรื่องเหล่านี้ก่อให้เกิดคำถามในเชิงหลักการมากมาย โดยเฉพาะการตีตกแคนดิเดทตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ได้รับเสียงเห็นชอบเป็นเอกฉันท์จากคณะกรรมการสรรหา แต่โหวตรับแคนดิเดทที่ไม่ได้รับเสียงเอกฉันท์จากกรรมการสรรหา
4. การเลือก สว. ชุดใหม่จะเกิดขึ้นในอีก 3 ปีข้างหน้า
รัฐธรรมนูญ60 กำหนดให้วุฒิสภามีอายุ 5 ปี ขณะนี้ผ่านมาร่วมสองปีแล้ว อีกสามปีกระบวนการเช่นนี้จะเริ่มต้นอีกครั้ง
หากไม่มีการแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 107 ที่กำหนดให้วุฒิสภามาจากการ “เลือกกันเอง” ของผู้สมัคร เหตุการณ์ฮั้วสว.ตามข้อ 1 ก็จะวนกลับมาอีกครั้ง
-เมื่อผู้เข้าแข่งขันต้องการตำแหน่ง เขาจะไม่คิดถึงการโหวตคนที่ดีที่สุด แต่จะบริหารจัดการคะแนน ไม่ว่าจะด้วยวิธีที่ผิดหรือถูกกฎหมาย เพื่อให้ตัวเองได้เข้ารอบ ตามวิถีของ Survival Game
การจะจับกุมผู้กระทำความผิดกฎหมายในสนาม #ฮั้วสว67 ได้หรือไม่นั้น เป็นเรื่องหนึ่ง ที่ต้องพึ่งพาพยานหลักฐานที่มีน้ำหนักพอจะเอาผิด
การจะแก้ไขมาตรา 107 เพื่อไม่ให้ที่มาของวุฒิสภาเป็นเช่นนี้ต่อไป เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่ต้องพึ่งพาแรงผลักดันของสมาชิกรัฐสภา
แต่ยังไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้เลย
-หากการแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 107 ไม่เกิดขึ้น ในอีกสามปีข้างหน้า สนาม #ฮั้วสว72 จะมาถึง การฮั้วแบบถูกกฎหมายจะดำเนินต่อไป การฮั้วแบบผิดกฎหมายจะแนบเนียนขึ้น
โดยมีประชาชนที่ถูกรัฐธรรมนูญ60 กันให้อยู่นอกสนาม ยืนมองกันตาปริบๆ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง





