Cover Image

น้ำมันโลกชะลอตัว เบรนท์ถอยแตะ $104 รับข่าวดีลดีเซลรัสเซีย-จับตาเหตุโจมตีซาอุฯ : อินโฟเควสท์

ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลงในวันนี้ (13 ต.ค.) หลังจากราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบหนึ่งเดือนเมื่อวานนี้ ขณะที่บรรดาเทรดเดอร์ต่างจับตาสถานการณ์เหตุโจมตีในซาอุดีอาระเบียอย่างใกล้ชิด ควบคู่ไปกับแนวโน้มที่ตลาดจะได้รับอุปทานน้ำมันดีเซลเพิ่มเติมจากรัสเซีย

ณ เวลา 18.29 น. ตามเวลาไทย ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) [WTI.X] ส่งมอบเดือนพ.ย. ลบ 1.68 ดอลลาร์ หรือ -1.79% สู่ระดับ 92.06 ดอลลาร์/บาร์เรล

ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ [BRENT.X] ส่งมอบเดือนธ.ค. ลบ 1.81 ดอลลาร์ หรือ -1.70% สู่ระดับ 104.84 ดอลลาร์/บาร์เรล

ราคาน้ำมันดิบทั้งสองสัญญาต่างปรับตัวขึ้นเกือบ 2 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในการซื้อขายรอบก่อนหน้า โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปิดตลาดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย.

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยว่า รัสเซียได้ตกลงที่จะส่งออกน้ำมันดีเซลเข้าสู่ตลาดโลก และรัฐบาลสหรัฐฯ ได้ระงับการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรเชื้อเพลิงรัสเซียเป็นการชั่วคราว ซึ่งมาตรการดังกล่าวเดิมมีเป้าหมายเพื่อสกัดกั้นรายได้ของรัฐบาลมอสโกที่ใช้เป็นทุนในการทำสงครามกับยูเครน

ทั้งนี้ ปริมาณอุปทานเพิ่มเติมดังกล่าวอาจช่วยบรรเทาภาวะตึงตัวในตลาดเชื้อเพลิงทั่วโลก และช่วยลดทอนความกังวลด้านอุปทานที่เคยเป็นปัจจัยหนุนราคาน้ำมันดิบก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ดี ทามาส วาร์กา นักวิเคราะห์จาก PVM Oil ชี้ว่า

“คำมั่นสัญญาของรัสเซียที่จะส่งมอบน้ำมันดีเซลเดือนละ 3-3.5 ล้านตันภายในสิ้นปีนี้ แทบไม่มีโอกาสเกิดขึ้นได้จริง เมื่อพิจารณาจากวิกฤตความย่ำแย่ในภาคโรงกลั่นของรัสเซียเอง”

ขณะเดียวกัน ความกังวลเกี่ยวกับความเปราะบางของโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานและเส้นทางเดินเรือในแถบอ่าวเปอร์เซียยังคงเป็นประเด็นที่ตลาดจับตาอย่างต่อเนื่อง หลังจากกลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้โจมตีท่าอากาศยานนานาชาติในกรุงริยาดของซาอุดีอาระเบียเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ควบคู่ไปกับรายงานเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ

วาร์กากล่าวเสริมว่า การที่สถานการณ์ทั้งในยุโรปตะวันออกและตะวันออกกลางยังคงไร้สัญญาณคลี่คลาย ส่งผลให้ค่าพรีเมียมความเสี่ยง (Risk Premium) ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง พร้อมเตือนว่าเหตุการณ์โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันเชิงพาณิชย์ที่ถี่ขึ้น รวมถึงความตึงเครียดระหว่างกลุ่มฮูตีกับซาอุดีอาระเบีย จะส่งผลให้ยอดการส่งออกน้ำมันจากภูมิภาคนี้ไม่สามารถฟื้นตัวกลับขึ้นไปแตะระดับสูงสุดเหมือนที่เคยทำไว้ในเดือนก.ย. ได้อย่างแน่นอน

โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต

Back To Top