จัดอันดับ 10 Humanoid Robot ชั้นนำในภาคอุตสาหกรรมปี 2026
วิกฤตการขาดแคลนแรงงานขั้นรุนแรงและแรงกดดันในการเร่งปรับตัวสู่ระบบอัตโนมัติ กำลังผลักดันให้ผู้พัฒนารอบโลกทั้งในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และจีน เร่งนำหุ่นยนต์ Humanoid เคลื่อนย้ายจากห้องทดลองเข้าสู่สายการผลิตจริง แม้ระบบส่วนใหญ่ยังอยู่ในช่วงโครงการนำร่องและต้องเผชิญข้อจำกัดด้านความจุแบตเตอรี่ ความแม่นยำของระบบสัมผัส ตลอดจนต้นทุนที่สูง แต่ความก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดของปัญญาประดิษฐ์และเซนเซอร์ก็ช่วยยกระดับศักยภาพของหุ่นยนต์เหล่านี้ขึ้นอย่างรวดเร็ว กลายเป็นหนึ่งในการเปลี่ยนผ่านของ Physical AI ครั้งสำคัญของโลก โดย 10 แพลตฟอร์มหุ่นยนต์ Humanoid ระดับโลกที่ได้รับความสนใจและถูกดึงไปทดสอบในภาคอุตสาหกรรมมากที่สุดในปี 2026 มีดังนี้
Table of Contents
- อันดับ 10: Agile One จาก Agile Robots
- อันดับ 9: Iron จาก Xpeng
- อันดับ 8: 4NE1 จาก Neura Robotics
- อันดับ 7: Electric Atlas จาก Boston Dynamics
- อันดับ 6: Apollo จาก Apptronik
- อันดับ 5: Walker S2 จาก Ubtech
- อันดับ 4: Digit จาก Agility Robotics
- อันดับ 3: G1 จาก Unitree Robotics
- อันดับ 2: Figure 03 จาก Figure AI
- อันดับ 1: Optimus Gen 2 จาก Tesla
อันดับ 10: Agile One จาก Agile Robots
Agile One ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับภารกิจทางอุตสาหกรรมที่หลากหลาย ตั้งแต่การขนย้ายวัตถุดิบ การหยิบวางชิ้นงาน (Pick-and-Place) การควบคุมเครื่องจักร การใช้เครื่องมือ ตลอดจนงานที่ต้องการความแม่นยำสูง หุ่นยนต์รุ่นนี้เข้ามาเสริมทัพพอร์ตโฟลิโอระบบหุ่นยนต์ AI ของ Agile Robots เช่น มือหุ่นยนต์ Agile Hand, แขนหุ่นยนต์ FR3 ที่รับรู้แรงกด, แขนหุ่นยนต์ Diana 7 และชุดหุ่นยนต์ซีรีส์ Thor รวมถึงหุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติ (AMR) และรถลำเลียงสินค้าอัตโนมัติ (AGV) โดยมีแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ ‘Agilecore’ ควบคุมด้วย AI เป็นหัวใจหลักในการเชื่อมต่อระบบทั้งหมดเข้าด้วยกันอย่างราบรื่น
ข้อมูลเทคนิคสำคัญ:
- ความสูง: 174 เซนติเมตร
- น้ำหนัก: 69 กิโลกรัม
- ความเร็ว: 7.2 กิโลเมตร/ชั่วโมง
- รับน้ำหนักบรรทุก (Payload): 20 กิโลกรัม
- โครงสร้าง: ระบบสองขาและมือหุ่นยนต์ทรงพลัง (Agile Hand) ซึ่งต้องใช้พลังงานสูง
- การใช้งาน: ภาคการผลิตและโลจิสติกส์
Agile Robots เป็นบริษัทสัญชาติเยอรมันที่มีสำนักงานใหญ่ ณ เมืองมิวนิก ก่อตั้งขึ้นในปี 2018 โดย Zhaopeng Chen ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์การบินและอวกาศแห่งชาติเยอรมนี (DLR) บริษัทสามารถทำรายได้เติบโตเป็นสองเท่าทุกปี จนแตะระดับราว 200 ล้านยูโรในปี 2024
อันดับ 9: Iron จาก Xpeng
Iron พัฒนาขึ้นโดย Xpeng ค่ายเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จากจีน ตัวหุ่นยนต์มีองศาอิสระ (Degrees of Freedom) 76 ถึง 82 จุด โดยในส่วนมือมีองศาอิสระสูงสุด 22 จุด ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล Turing AI ที่พัฒนาขึ้นเอง 3 ชุด ให้กำลังการประมวลผลสูงถึง 2,250 TOPS ช่วยให้หุ่นยนต์สามารถปฏิบัติงานที่ซับซ้อนได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องพึ่งพาการเชื่อมต่อ Cloud ตลอดเวลา จุดเด่นสำคัญของ Iron คือการดึงโนว์ฮาวจากอุตสาหกรรมยานยนต์มาประยุกต์ใช้ในงานหุ่นยนต์อย่างสมบูรณ์แบบ
ข้อมูลเทคนิคสำคัญ:
- ความสูง: 173 เซนติเมตร
- น้ำหนัก: 65 กิโลกรัม
- องศาอิสระ: 76 ถึง 82 จุด
- รับน้ำหนักบรรทุก (Payload): 20 กิโลกรัม (ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจาก Xpeng)
- การใช้งาน: อุตสาหกรรม บริการ การค้า โลจิสติกส์ และงานครัวเรือนในระยะยาว
Xpeng ใช้เทคโนโลยีการผลิต มาตรฐานคุณภาพ และระบบ AI จากสายการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในการผลิตหุ่นยนต์ Humanoid เชิงพาณิชย์ในปริมาณมาก โดยในเดือนกันยายน 2026 Xpeng ได้เดินสายการผลิตอัตโนมัติขั้นสูงสำหรับ Iron ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญจากการวิจัยไปสู่การผลิตเชิงซีรีส์ (Serial Production)
อันดับ 8: 4NE1 จาก Neura Robotics
Neura Robotics ผู้พัฒนาจากเมืองเมตซิงเกน ประเทศเยอรมนี ส่ง 4NE1 (For Anyone) เข้าสู่ตลาดในฐานะผู้ช่วยอัจฉริยะสำหรับงานอุตสาหกรรม โลจิสติกส์ และงานทั่วไป ระบบขับเคลื่อนด้วย AI แบบมัลติโมดัลที่รวมการมองเห็น การฟัง การสัมผัส และการเรียนรู้เข้าด้วยกัน ช่วยให้หุ่นยนต์รับรู้สภาพแวดล้อมได้แบบ Real-Time จุดเด่นคือแพลตฟอร์มหุ่นยนต์เชิงรับรู้ (Cognitive Robotics Platform) ที่ใช้ผิวหนังเซนเซอร์ซึ่งได้รับสิทธิบัตร การรับรู้รอบทิศทาง 360 องศา และระบบตรวจจับมนุษย์แบบไร้การสัมผัส เพื่อให้ทำงานร่วมกับมนุษย์ได้อย่างปลอดภัย ทั้งยังสามารถแบ่งปันทักษะใหม่ให้หุ่นยนต์ตัวอื่นผ่านแพลตฟอร์มเปิด ‘Neuraverse’
ข้อมูลเทคนิคสำคัญ:
- ความสูง: 180 เซนติเมตร
- น้ำหนัก: 80 กิโลกรัม
- องศาอิสระ: 55 จุด
- รับน้ำหนักบรรทุก (Payload): 10 ถึง 100 กิโลกรัม
- ความเร็ว: สูงสุด 5 กิโลเมตร/ชั่วโมง
- การใช้งาน: อุตสาหกรรม โลจิสติกส์ งานบริการ และภาคครัวเรือนในอนาคต
Neura Robotics ก่อตั้งขึ้นในปี 2019 โดยมุ่งเน้นการพัฒนาหุ่นยนต์เชิงรับรู้ด้วยแนวทาง Full-Stack ที่ครอบคลุมทั้งหุ่นยนต์ Humanoid หุ่นยนต์ร่วมปฏิบัติงาน (Cobot) ระบบหุ่นยนต์เคลื่อนที่ ตลอดจนซอฟต์แวร์ AI ‘Neuraverse’
อันดับ 7: Electric Atlas จาก Boston Dynamics
Boston Dynamics ยกระดับจากหุ่นยนต์เพื่อการวิจัยสู่หุ่นยนต์อุตสาหกรรมด้วย Electric Atlas รุ่นพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ซึ่งออกแบบมาเพื่อใช้ในสายการผลิตและโลจิสติกส์ โดยเริ่มนำร่องใช้งานที่ Hyundai และ Google Deepmind ตัวหุ่นยนต์รองรับระบบสลับแบตเตอรี่อัตโนมัติ ตอบสนองการทำงานต่อเนื่อง จุดเด่นอยู่ที่การเคลื่อนไหวซึ่งไม่ได้ยึดติดกับข้อจำกัดของร่างกายมนุษย์ แต่ใช้ข้อต่อที่หมุนได้กว้างขึ้นจนเกิดท่าทางการทำงานที่ก้าวข้ามสรีระมนุษย์ การผสานกับระบบนำทางอัตโนมัติและการถ่ายโอนทักษะไปยังหุ่นยนต์ทั้งฝูงตระกูลเดียวกัน ทำให้ Electric Atlas กลายเป็นหนึ่งในตัวเต็งสำหรับงานผลิตที่ซับซ้อน
ข้อมูลเทคนิคสำคัญ:
- ความสูง: 190 เซนติเมตร
- น้ำหนัก: 90 กิโลกรัม
- องศาอิสระ: 56 จุด
- รับน้ำหนักบรรทุก (Payload): 30 ถึง 50 กิโลกรัม
- ระยะเอื้อมของแขน: 230 เซนติเมตร
- การใช้งาน: อุตสาหกรรมและโลจิสติกส์
Boston Dynamics มีประสบการณ์พัฒนาระบบหุ่นยนต์เคลื่อนที่มานานกว่า 30 ปี และได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Hyundai Motor Group ตั้งแต่ปี 2021 โดยมุ่งมั่นใช้อัตโนมัติลดความเสี่ยงในงานที่อันตราย หรืองานที่ต้องใช้แรงงานหนักและทำซ้ำๆ
อันดับ 6: Apollo จาก Apptronik
Apptronik จากสหรัฐอเมริกา พัฒนา Apollo เพื่อปฏิบัติงานหนักและงานซ้ำๆ ในสายการผลิตและโลจิสติกส์ เช่น การลำเลียงวัสดุ การคัดเลือกสินค้า และการควบคุมเครื่องจักร ปัจจุบันมีการทดสอบในสภาวะการทำงานจริงร่วมกับพันธมิตรอย่าง Mercedes-Benz, GXO Logistics และ Jabil จุดเด่นของ Apollo คือการออกแบบโมดูลาร์ที่ยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลาง แบตเตอรี่สลับเปลี่ยนได้ง่าย และการทำงานร่วมกับแพลตฟอร์ม AI ของ Google Deepmind ทำให้สามารถอัปเกรดทักษะใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลเทคนิคสำคัญ:
- ความสูง: 173 เซนติเมตร
- น้ำหนัก: 73 กิโลกรัม
- องศาอิสระ: 56 จุด
- รับน้ำหนักบรรทุก (Payload): 25 กิโลกรัม
- ระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่: สูงสุด 4 ชั่วโมง
- การใช้งาน: อุตสาหกรรมและโลจิสติกส์
Apptronik ต่อยอดความเชี่ยวชาญมาจาก Human Centered Robotics Lab ของ University of Texas ซึ่งเคยร่วมพัฒนาหุ่นยนต์ Valkyrie ให้แก่ NASA โดยปัจจุบันจับมือร่วมกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง Mercedes-Benz, Google Deepmind, Nvidia และ Jabil เพื่อเร่งการผลิตหุ่นยนต์อุตสาหกรรมเชิงพาณิชย์
อันดับ 5: Walker S2 จาก Ubtech
Ubtech Robotics จากประเทศจีน ส่ง Walker S2 ลุยตลาดอุตสาหกรรมโดยมุ่งเน้นการทำงานต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ปัจจุบันถูกนำไปทดสอบในโรงงานของ BYD, Geely, FAW-Volkswagen และ Foxconn ไฮไลต์สำคัญคือการเป็นหุ่นยนต์ Humanoid รุ่นแรกของโลกที่ใช้ระบบเปลี่ยนแบตเตอรี่อัตโนมัติ โดยตัวหุ่นยนต์สามารถเข้าสถานีและเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ภายในเวลาประมาณ 3 นาทีโดยไม่ต้องพึ่งพามนุษย์ ทำงานร่วมกับแพลตฟอร์ม AI ‘Brainnet 2.0’ เพื่อประสานงานระหว่างหุ่นยนต์หลายตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อมูลเทคนิคสำคัญ:
- ความสูง: 176 เซนติเมตร
- น้ำหนัก: 70 กิโลกรัม
- องศาอิสระ: 52 จุด
- รับน้ำหนักบรรทุก (Payload): 15 กิโลกรัม
- ความเร็ว: 7.2 กิโลเมตร/ชั่วโมง
- การใช้งาน: อุตสาหกรรมและโลจิสติกส์
Ubtech ตั้งอยู่ในเมืองเซินเจิ้น มุ่งใช้ซีรีส์ Walker ผสานเทคโนโลยี AI ระบบนำทางอัตโนมัติ และการทำงานร่วมระหว่างมนุษย์กับหุ่นยนต์ เพื่อทดแทนแรงงานในภารกิจที่มีความซับซ้อนและเหน็ดเหนื่อย
อันดับ 4: Digit จาก Agility Robotics
Digit ออกแบบมาเพื่อระบบคลังสินค้าและคลังโลจิสติกส์โดยเฉพาะ โดยเน้นภารกิจขนย้ายวัสดุและป้อนชิ้นงานเข้าสายการผลิต ปัจจุบันใช้งานจริงในองค์กรชั้นนำ เช่น Amazon, GXO Logistics และ Toyota ด้วยโครงสร้างแบบสองขา Digit สามารถเดินขึ้นลงบันไดและทำงานในพื้นที่เดิมของมนุษย์ได้ทันทีโดยไม่ต้องยกเลิกหรือปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเดิมของโรงงาน ควบคุมผ่านแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ Cloud ‘Agility Arc’ และผลิตจากโรงงาน Robofab ซึ่งเป็นโรงงานผลิตหุ่นยนต์เชิงซีรีส์เฉพาะทาง
ข้อมูลเทคนิคสำคัญ:
- ความสูง: 175 เซนติเมตร
- น้ำหนัก: 65 กิโลกรัม
- รับน้ำหนักบรรทุก (Payload): 16 กิโลกรัม
- ความเร็ว: 5.4 กิโลเมตร/ชั่วโมง
- ระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่: สูงสุด 4 ชั่วโมง
- การเคลื่อนที่: เดินสองขา สามารถขึ้นลงบันไดได้
- การใช้งาน: โลจิสติกส์
Agility Robotics ก่อตั้งขึ้นในปี 2015 โดยเป็นบริษัท Spin-Off จาก Dynamic Robotics Laboratory แห่ง Oregon State University ซึ่งพัฒนาเทคโนโลยีการเดินสองขาต่อเนื่องมาจากหุ่นยนต์รุ่นต้นแบบ Cassie
อันดับ 3: G1 จาก Unitree Robotics
Unitree Robotics เปิดตัว G1 หุ่นยนต์ Humanoid ขนาดกะทัดรัดด้วยราคาเริ่มต้นราว 13,500 ดอลลาร์สหรัฐ ทำให้กลายเป็นหนึ่งในหุ่นยนต์ Humanoid ที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุดในตลาด มุ่งเป้าไปที่สถาบันวิจัย นักพัฒนา และภาคธุรกิจ G1 ขับเคลื่อนด้วยโมเดล AI ‘Unifo-LM’ รองรับการอัปเดตแบบ Over-the-Air และในเวอร์ชัน Edu ผู้ใช้ยังสามารถเพิ่มองศาอิสระ มือจับเซนเซอร์ และฮาร์ดแวร์ประมวลผล AI เพิ่มเติมได้ตามต้องการ
ข้อมูลเทคนิคสำคัญ:
- ความสูง: 132 เซนติเมตร
- น้ำหนัก: 35 กิโลกรัม
- องศาอิสระ: 23 ถึง 43 จุด
- รับน้ำหนักบรรทุก (Payload): 2 ถึง 3 กิโลกรัม
- ความเร็ว: 7.2 กิโลเมตร/ชั่วโมง
- ระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่: สูงสุด 2 ชั่วโมง
- การใช้งาน: การวิจัย การศึกษา งานบริการ และอุตสาหกรรมเบา
Unitree Robotics จากเมืองหางโจว ดำเนินการพัฒนาส่วนประกอบหลัก เช่น มอเตอร์ เซนเซอร์ ระบบ Lidar และชุดควบคุมการเคลื่อนไหวด้วยตนเอง ส่งผลให้สามารถทำราคาได้ต่ำกว่าคู่แข่งในตลาดอย่างมีนัยสำคัญ
อันดับ 2: Figure 03 จาก Figure AI
Figure 03 ถูกพัฒนาให้ทำงานได้ทั้งในภาคอุตสาหกรรมและภาคครัวเรือน ใช้แพลตฟอร์ม AI ‘Helix’ ซึ่งเป็นโมเดล Vision-Language-Action ที่ประมวลผลภาษา ภาพ และการสั่งการเคลื่อนไหวในระบบเดียว หุ่นยนต์รุ่นนี้ผ่านการทดสอบใช้งานจริงในโรงงานของ BMW มาแล้ว จุดเด่นคือเซนเซอร์กล้องบริเวณฝ่ามือ เซนเซอร์สัมผัสความละเอียดสูงที่ปลายนิ้ว และระบบชาร์จไฟแบบไร้สาย (Inductive Charging) รวมทั้งฮาร์ดแวร์ที่ออกแบบมาเพื่อการผลิตจำนวนมาก
ข้อมูลเทคนิคสำคัญ:
- ความสูง: 173 เซนติเมตร
- น้ำหนัก: 61 กิโลกรัม
- องศาอิสระ: 55 จุด
- รับน้ำหนักบรรทุก (Payload): 20 กิโลกรัม
- ความเร็ว: 4.32 กิโลเมตร/ชั่วโมง
- ระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่: สูงสุด 5 ชั่วโมง
- การใช้งาน: อุตสาหกรรม โลจิสติกส์ และภาคครัวเรือนในอนาคต
Figure AI จากรัฐแคลิฟอร์เนีย ได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือจากพันธมิตรชั้นนำ เช่น BMW, Microsoft, Nvidia และ OpenAI เพื่อผลักดันหุ่นยนต์ Humanoid เข้าสู่สายการผลิตเชิงอุตสาหกรรมอย่างเต็มรูปแบบ
อันดับ 1: Optimus Gen 2 จาก Tesla
Tesla คว้าอันดับ 1 ด้วย Optimus Gen 2 หุ่นยนต์ Humanoid เจนเนอเรชันที่สองซึ่งถูกออกแบบขึ้นเพื่อใช้งานในโรงงานประกอบรถยนต์ของ Tesla เอง น้ำหนักเบากว่ารุ่นแรกราว 10 กิโลกรัม เคลื่อนที่เร็วขึ้น 30% และใช้นิ้วมือที่ติดตั้งเซนเซอร์สัมผัสเพื่อจับวางชิ้นงานได้อย่างประณีต จุดแข็งที่สุดของ Optimus Gen 2 คือการดึงโครงสร้างพื้นฐาน AI เดียวกับที่ใช้ในระบบขับขี่อัตโนมัติ Full Self-Driving (FSD) มาประยุกต์ใช้ ผสานกับความเชี่ยวชาญด้านการผลิตยานยนต์เชิงซีรีส์ระดับโลกของ Tesla
ข้อมูลเทคนิคสำคัญ:
- ความสูง: 173 เซนติเมตร
- น้ำหนัก: 57 กิโลกรัม
- องศาอิสระ: 40 ถึง 50 จุด
- รับน้ำหนักบรรทุก (Payload): 20 กิโลกรัม
- ความเร็ว: 8 กิโลเมตร/ชั่วโมง
- ระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่: สูงสุด 8 ชั่วโมง
- การใช้งาน: อุตสาหกรรม โลจิสติกส์ บริการ และครัวเรือนในระยะยาว
Tesla เป็นบริษัทเทคโนโลยีจากสหรัฐอเมริกาที่มีสำนักงานใหญ่ในเมืองออสติน (รัฐเทกซัส) และเป็นหนึ่งในผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ และโซลูชันการเคลื่อนที่ขับเคลื่อนด้วย AI ชั้นนำของโลก การพัฒนาหุ่นยนต์ Humanoid รุ่น Optimus คือการถ่ายทอดความเชี่ยวชาญจากระบบขับขี่อัตโนมัติ ปัญญาประดิษฐ์ และการผลิตจำนวนมากเข้าสู่วงการวิทยาการหุ่นยนต์
MM