Cover Image

สทนช.เตือน 10 จังหวัดใต้ เสี่ยงน้ำท่วม-น้ำป่า น้ำในอ่างทั่วปท.แตะ 83% ตรังฝนสูงสุด 166 มม.

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ศูนย์อำนวยการน้ำแห่งชาติ รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ ณ เวลา 07.00 น. พบว่าภาคใต้ยังมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีสภาพอากาศแปรปรวน ทั้งฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนัก โดยคาดว่าช่วงวันที่ 26-28 ตุลาคม ภาคใต้จะยังมีฝนตกต่อเนื่อง หนักหลายพื้นที่และหนักมากบางแห่ง

สำหรับปริมาณฝนสูงสุดรายภาค พบว่า ภาคใต้ที่จังหวัดตรังวัดได้ 166 มิลลิเมตร ภาคกลางที่จังหวัดสระบุรี 81 มิลลิเมตร ภาคเหนือที่จังหวัดน่านและภาคตะวันออกที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เท่ากันที่ 72 มิลลิเมตร ภาคตะวันตกที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 50 มิลลิเมตร และภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จังหวัดนครราชสีมา 38 มิลลิเมตร

ด้านสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ ข้อมูล ณ วันที่ 24 ตุลาคม มีปริมาณน้ำรวม 66,788 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 83% ของความจุเก็บกัก และมีน้ำใช้การ 42,661 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 75% โดยปริมาณน้ำรายภาคมีดังนี้

– ภาคเหนือ 21,112 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 77%
– ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 8,467 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 70%
– ภาคกลาง 1,348 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 72%
– ภาคตะวันออก 2,833 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 89%
– ภาคตะวันตก 27,578 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 97%
– ภาคใต้ 5,450 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 70%

ส่วน 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา เขื่อนภูมิพลมีน้ำ 9,542 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 71% เขื่อนสิริกิติ์ 7,767 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 82% เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน 804 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 86% และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 806 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 92%

ทั้งนี้ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ประกาศเฝ้าระวังน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง ช่วงวันที่ 23-26 ตุลาคม โดยให้เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและดินโคลนถล่มใน 10 จังหวัด ได้แก่ ระนอง พังงา ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา สตูล ยะลา และนราธิวาส

นอกจากนี้ ให้เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำมากกว่า 80% ของความจุเก็บกัก รวมถึงระดับน้ำที่อาจเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน ล้นตลิ่ง และท่วมขังพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขา ได้แก่ แม่น้ำแควน้อย แควใหญ่ เพชรบุรี ตาปี พุมดวง ตะกั่วป่า สายบุรี โก-ลก และคลองตันหยงมัส

Back To Top