สทนช. เผยน้ำเหนือถึงอยุธยา ระดับน้ำเพิ่ม 10 ซม. เตือนลุ่มน้ำเพชรบุรีเสี่ยง ต้องเพิ่มระบายน้ำเขื่อนแก่งกระจาน
วันนี้ (4 ตุลาคม) เวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์แถลงข่าวสารร่วมสถานการณ์อุทกภัย แถลงสถานการณ์ประจำวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2569 โดยไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) รายงานสถานการณ์น้ำล่าสุดว่าลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปริมาณน้ำที่ไหลลงมายังจังหวัดนครสวรรค์จากแม่น้ำปิงและแม่น้ำน่านมีแนวโน้มลดลง
ทั้งนี้ เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ผ่านมา ปริมาณน้ำที่สถานี C.2 ซึ่งเป็นสถานีวัดปริมาณน้ำบนแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณค่ายจิรประวัติ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ อยู่ที่ประมาณ 2,119 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่การระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยายังคงอยู่ที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เนื่องจากแม่น้ำสะแกกรังยังมีปริมาณน้ำอยู่ โดยคาดว่าในอีก 2-3 วัน ปริมาณน้ำจากแม่น้ำสะแกกรังจะลดลง และสามารถระบายน้ำได้อย่างคงที่
ขณะที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำไหลเข้าและไหลออกเท่ากัน โดยปัจจุบันมีการระบายน้ำอยู่ที่ 450 ตรวจสอบหน่วยตรวจสอบหน่วย ส่งผลให้บริเวณเขื่อนพระราม 6 อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีการระบายน้ำอยู่ที่ 655 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ทั้งนี้ พื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อยในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาอาจมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 10 เซนติเมตร เนื่องจากมวลน้ำที่ระบายจากเขื่อนเจ้าพระยาจะเดินทางถึงพื้นที่ในวันนี้ ก่อนจะไหลต่อไปยังจังหวัดปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพมหานคร และสมุทรปราการ แต่คาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง เนื่องจากระดับคันกั้นน้ำในพื้นที่ดังกล่าวยังสูงกว่าระดับน้ำค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตาม พื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ริมแม่น้ำ หรือพื้นที่นอกแนวคันกั้นน้ำบางแห่งอาจได้รับผลกระทบ
ส่วนสถานการณ์ฝั่งตะวันตก เขื่อนวชิราลงกรณยังสามารถรองรับน้ำได้อีก 83 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยมีการระบายน้ำอยู่ที่ 40 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน และวันนี้มีปริมาณน้ำไหลเข้า 45 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ปัจจุบันปริมาณน้ำไหลเข้าและไหลออกใกล้เคียงกัน ทำให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนคงที่
ด้านเขื่อนศรีนครินทร์มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 99.55% ของความจุเขื่อน ยังสามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 700 ล้านลูกบาศก์เมตร
ส่วนบริเวณท้ายเขื่อนแม่กลองมีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 1,189 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำแม่กลองกลับเข้าสู่ตลิ่งเกือบทุกจุด ขณะที่พื้นที่น้ำท่วมขังในจังหวัดราชบุรีและสมุทรสงคราม โดยเฉพาะอำเภอบางคนทีและอำเภออัมพวา จะค่อย ๆ ระบายกลับลงสู่แม่น้ำแม่กลอง ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาพอสมควร เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากการขึ้นลงของระดับน้ำทะเล
สำหรับสถานการณ์น้ำในลุ่มแม่น้ำเพชรบุรี จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาที่ระบุว่าอาจมีฝนตกหนักในอำเภอแก่งกระจาน มีแนวโน้มว่าปริมาณน้ำในเขื่อนแก่งกระจานอาจเพิ่มสูงขึ้น จนต้องพิจารณาเพิ่มการระบายน้ำ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดและกรมชลประทานได้จัดตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์ เพื่อชี้แจงข้อมูลและแจ้งเตือนประชาชนให้รับทราบ
ส่วนสถานการณ์ภาคตะวันออก พื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรามีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น ขณะที่อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก มีประเด็นเรื่องการระบายน้ำ โดยโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตใต้ และกรุงเทพมหานคร ร่วมกันดำเนินการระบายน้ำ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการบริหารจัดการภาพรวมของทุกพื้นที่
นอกจากนี้ จากการคาดการณ์ปริมาณฝนของกรมอุตุนิยมวิทยาในช่วงวันที่ 5-8 ตุลาคมนี้ คาดว่าจะไม่ทำให้ปริมาณน้ำในลุ่มเจ้าพระยาและเขื่อนแม่กลองเพิ่มสูงขึ้นมากนัก โดยยังสามารถบริหารจัดการน้ำได้