Cover Image

10 สมาคมเหล็กพบ “อุตสาหกรรม-สมอ.” ชื่นชมปราบเหล็กไม่ได้มาตรฐาน - มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

มิติหุ้น – 10 สมาคมเหล็กพบ “อุตสาหกรรม-สมอ.” ชื่นชมปราบเหล็กไม่ได้มาตรฐาน เร่ง มอก.เหล็กเส้น-โครงสร้างสำเร็จรูป

10 สมาคมเหล็กไทยเข้าพบกระทรวงอุตสาหกรรม – สมอ. รายงานสถานการณ์อุตสาหกรรมเหล็ก ชื่นชมการตรวจเข้มมาตรฐานเหล็ก พร้อมเสนอเร่ง มอก.เหล็กเส้นและโครงสร้างเหล็กสำเร็จรูป ห่วงนำเข้า Pre-Fabricated Steel เพิ่มขึ้น แต่ยังไม่มีมาตรฐานควบคุม ย้ำต้องคุมคุณภาพเพื่อความปลอดภัยประชาชน 

เมื่อวันที่ 24 ก.ย. 2569 นายนาวา จันทนสุรคน แกนนำพร้อมผู้บริหาร 10 สมาคมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็ก เข้าพบผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม นำโดยนายนายวิฤทธิ์ วิเศษสินธุ์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และนายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เพื่อหารือสถานการณ์อุตสาหกรรมเหล็กทั้งในและต่างประเทศ ติดตามความคืบหน้ามาตรฐานผลิตภัณฑ์เหล็ก การตรวจสอบสินค้าเหล็ก รวมถึงข้อเสนอแนะจาก 10 สมาคมเหล็ก

10 สมาคมฯ ที่เข้าร่วมหารือ ประกอบด้วย สมาคมโลหะไทย สมาคมเหล็กแผ่นรีดร้อนไทย สมาคมเหล็กแผ่นรีดเย็นไทย สมาคมการค้าผู้ผลิตเหล็กแผ่นเคลือบสังกะสี สมาคมผู้ผลิตท่อโลหะและแปรรูปเหล็กแผ่น สมาคมเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน สมาคมผู้ผลิตเหล็กทรงยาวด้วยเตาอาร์คไฟฟ้า สมาคมพัฒนาสแตนเลสไทย สมาคมการชุบสังกะสีไทย และสมาคมหลังคาเหล็กไทย

นายนาวากล่าวว่า การหารือครั้งนี้เป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์อุตสาหกรรมเหล็ก ตลอดจนติดตามมาตรการด้านมาตรฐาน การตรวจสอบ และการควบคุมสินค้าเหล็ก

ชื่นชมตรวจเข้ม เหล็กตกมาตรฐาน

10 สมาคมฯ กล่าวขอบคุณและชื่นชมกระทรวงอุตสาหกรรมและ สมอ. ที่เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสินค้าเหล็กจากโรงงานผลิต รวมถึงการสุ่มตรวจเหล็กที่วางจำหน่ายในท้องตลาด เพื่อให้สินค้าเป็นไปตามมาตรฐานและสร้างความปลอดภัยแก่ประชาชน

นายนาวากล่าวว่า การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและเท่าเทียม ไม่เพียงช่วยคุ้มครองผู้บริโภค แต่ยังสร้างความเป็นธรรมให้แก่ผู้ประกอบการที่ลงทุนและดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพราะสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานอาจสร้างความเสียหายทั้งต่อผู้บริโภคและการแข่งขันในตลาด

เร่ง มอก.เหล็กเส้น-โครงสร้างสำเร็จรูป

สำหรับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม 10 สมาคมฯ เสนอให้ สมอ. เร่งปรับปรุงและกำหนดมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต ทั้งเหล็กเส้นข้ออ้อยและเหล็กเส้นกลม รวมถึงเหล็กโครงสร้างสำเร็จรูป เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในงานก่อสร้างมีคุณภาพเป็นไปตามหลักวิศวกรรม และความปลอดภัย

นายนาวากล่าวว่า มาตรฐานสินค้าเหล็กต้องไม่ยอมให้มีการย่อหย่อน เพียงเพราะผู้ประกอบการบางรายต้องการลดต้นทุนการผลิต เนื่องจากเหล็กเป็นวัสดุสำคัญในอาคาร บ้าน โรงพยาบาล โรงเรียน และโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ จึงเกี่ยวข้องโดยตรงกับความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน “การกำหนดหรือปรับปรุง มอก. มีกระบวนการตามกฎหมาย รวมถึงการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียและประชาชน แต่ในท้ายที่สุด คณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) และกระทรวงอุตสาหกรรม ต้องกล้าตัดสินใจโดยตั้งอยู่บนข้อมูลทางวิชาการจากผู้เชี่ยวชาญ และยึดความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก” นายนาวากล่าว

ห่วงนำเข้า Pre-Fabricated Steel เพิ่ม แต่ มอก. ยังไม่ครอบคลุม

อีกประเด็นที่ 10 สมาคมฯ แสดงความเป็นห่วง คือ การนำเข้าโครงสร้างเหล็กสำเร็จรูป หรือ Pre-Fabricated Steel จากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะโครงสร้างบ้าน อาคาร และชิ้นส่วนโครงสร้างต่างๆ ขณะที่ปัจจุบันยังไม่มีมาตรฐาน มอก. ที่ครอบคลุมผลิตภัณฑ์โครงสร้างสำเร็จรูปดังกล่าว

นายนาวากล่าวว่า เรื่องนี้ควรได้รับการเร่งรัด เพราะโครงสร้างสำเร็จรูปเกี่ยวข้องโดยตรงกับความมั่นคงแข็งแรงและความปลอดภัยของอาคาร โดยหนึ่งชุดอาจประกอบด้วยวัสดุหลายประเภท ทั้งเหล็กแผ่น ท่อเหล็ก เหล็กเส้น และเหล็กโครงสร้าง หากไม่มีข้อกำหนดด้านมาตรฐานที่ชัดเจน จะทำให้ไร้การควบคุมคุณภาพของวัสดุ จึงเสนอให้กระทรวงอุตสาหกรรมและ สมอ. เร่งพิจารณาจัดทำมาตรฐาน มอก. สำหรับโครงสร้างเหล็กสำเร็จรูป การเร่งกำหนดมาตรฐานจะช่วยยกระดับคุณภาพสินค้า และป้องกันไม่ให้สินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานเข้ามาใช้ในประเทศไทย โดยควรดำเนินการควบคู่กับระบบตรวจสอบย้อนกลับและการตรวจสอบสินค้านำเข้าอย่างเข้มงวด

จับตาเหล็กนำเข้า-เดินหน้าตรวจสอบ

ขณะเดียวกัน 10 สมาคมฯ ชื่นชมการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะกระทรวงอุตสาหกรรม สมอ. และกรมศุลกากร ในการตรวจสอบสินค้าเหล็กและดำเนินการกับกรณีที่พบการกระทำผิดเกี่ยวกับการนำเข้า โดยเห็นว่าการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังจะสร้างความเชื่อมั่นและความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องด้วย โดย 10 สมาคมฯ พร้อมให้ความร่วมมือโดยจะเดินหน้าให้ความรู้แก่ผู้บริโภคในการเลือกใช้เหล็กให้เหมาะสมกับลักษณะงานก่อสร้าง พร้อมสนับสนุนการตรวจสอบย้อนกลับ การสุ่มตรวจสินค้าในท้องตลาด และการเปิดเผยผลการตรวจสอบต่อสาธารณะ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพและความปลอดภัย

คาดปี 69 ใช้เหล็ก 18.8 ล้านตัน

สำหรับแนวโน้มตลาด นายนาวาคาดการณ์ว่า ปี 2569 ประเทศไทยจะมีความต้องการใช้เหล็กราว 18.8 ล้านตัน เพิ่มขึ้นประมาณ 5% จากปีก่อน ขณะที่ผู้ผลิตเหล็กในประเทศมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 35% หรือราว 8.1 ล้านตัน ส่วนที่เหลือเป็นการนำเข้า ซึ่งมีปริมาณมากกว่า 12 ล้านตัน

นายนาวากล่าวว่า ประเทศไทยควรมีทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมเหล็กที่ชัดเจน โดยภาครัฐและเอกชนร่วมกันยกระดับมาตรฐานสินค้า และส่งเสริมนวัตกรรม “อุตสาหกรรมเหล็กเป็นอุตสาหกรรมพื้นฐาน หรือ Backbone ของภาคอุตสาหกรรมต่อเนื่อง การพัฒนาอุตสาหกรรมเหล็กจึงต้องเดินไปพร้อมกันทั้งด้านความสามารถในการแข่งขัน สิ่งแวดล้อม คุณภาพ  มาตรฐานผลิตภัณฑ์ต้องสร้างความเชื่อมั่นได้จริง และการบังคับใช้กฎหมายต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนและประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ”

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

Back To Top