Cover Image

สรุปลงทุน "เอเชียทีค" แตะ 1 หมื่นล้าน ปั้น 'เคเบิลคาร์-เปิดตัว Avatar' บูมท่องเที่ยวริมน้ำเจ้าพระยาสู่ระดับโลก

"เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์" ภายใต้การบริหารของ บมจ.แอสเสท เวิรด์ คอร์ป (AWC) ลงทุนต่อเนื่องกว่า 10,000 ล้านบาท ดันเอเชียทีคสู่แลนด์มาร์กท่องเที่ยวระดับโลก รองรับคนไทยและคนต่างชาติ

โดยแบ่งเงินลงทุนในเฟสใหม่นี้ออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่

1.การพัฒนาโครงการภายในเอเชียทีค ประมาณ 8,000 ล้านบาท

2.การพัฒนาพื้นที่โดยรอบอีกกว่า 4,000 ล้านบาท โดยทยอยลงทุนเป็นเฟสตามภาวะตลาด

หลังจากก่อนหน้านี้ ในแผนการลงทุน Asiatique เฟส 2 ซึ่งเป็นการพัฒนาจากโมเดลดั้งเดิมในเฟสแรก ได้ประเดิมทำโปรเจ็กต์แม่เหล็กดึงคนมาเที่ยว ผ่านการสร้างประสบการณ์ อาทิ

-Jurassic World : The Experience จำลองจูราสสิกและไดโนเสาร์ในภาพยนตร์มาตั้งในสถานที่จริง มูลค่าลงทุนราว 1,200 ล้านบาท

-Skyflyers: Wings of Garudapterus เครื่องเล่นเหวี่ยงยักษ์ (Giant Swing Ride) ที่สูงที่สุดในเอเชีย-แปซิฟิก มูลค่าราว 2,000 ล้านบาท

jurassic-world-the-experience-to-open-in-bangkok

เปิดลิสต์โปรเจกต์ใหม่ของเอเชียทีค

เบื้องต้น ในงบประมาณลงทุนล่าสุดราว 10,000 ล้านบาท มีโครงการไฮไลต์ เช่น

1.Avatar: Guardians of Eywa - The Magic Walk

ไฮไลต์สำคัญคือการดึง IP ระดับโลกจากภาพยนตร์ Avatar มาพัฒนาเป็น Immersive Experience แห่งแรกของโลก ให้ผู้ชมเดินเข้าสู่โลกแพนดอรา ผ่านเทคโนโลยีแสง สี เสียง และการมีส่วนร่วมแบบอินเตอร์แอ็กทีฟ มูลค่าราว 3,000 ล้านบาท

2.Blue Dome จาก Osaka Expo 2025

AWC ยังเตรียมนำ Blue Dome โดมขนาดใหญ่จากงาน World Expo 2025 ที่โอซาก้า มาพัฒนาต่อเป็นพื้นที่จัดนิทรรศการ งานอีเวนต์ และกิจกรรมไลฟ์สไตล์บนพื้นที่ราว 16,000 ตารางเมตร

3.เคเบิลคาร์ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา (อยู่ระหว่างการศึกษา)

อีกโปรเจกต์ที่ถูกจับตาคือเคเบิลคาร์ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา มูลค่าราว 2,000 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษา โดยวางแนวคิดให้เป็นทั้งระบบเดินทางและแลนด์มาร์กท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่เชื่อมสองฝั่งแม่น้ำเข้าด้วยกัน

76459.jpg

นอกจากนี้ AWC จะขยายพื้นที่โครงการรวมเป็น 224,000 ตารางเมตร จากเดิมพื้นที่ค้าปลีกของเอเชียทีคราว 35,000 ตารางเมตร

พร้อมพัฒนาพื้นที่ฝั่งเจริญนครกว่า 20 ไร่ (อีกฝั่งของแม่น้ำฝั่งตรงข้ามเอเชียทีค) เป็นสวนสาธารณะ พื้นที่สีเขียว คาเฟ่ พื้นที่กิจกรรม และต่อยอดสู่โรงแรม พิพิธภัณฑ์ และโครงการไลฟ์สไตล์ในอนาคต ต่อจิ๊กซอว์การท่องเที่ยวริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้สมบูรณ์ขึ้น

ส่วนบางโครงการไฮไลต์ เช่น ตึก 100 ชั้น ยังชะลอแผนการลงทุนออกไป เพื่อดูจังหวะที่เหมาะสม แต่ยังอยู่ในมาสเตอร์แพลนใหญ่ของเอเชียทีคภายใต้งบลงทุนรวมทั้งเฟสราว 30,000 ล้านบาท (มีทั้งส่วนตึกสูง โรงแรม รีเทล Entertainment และ Attraction ใหม่)

76460.jpg

หนุนทราฟฟิกสูง ดันเอเชียทีคแลนด์มาร์กท่องเที่ยวในกทม.สู่ระดับโลก

การลงทุนครั้งนี้สะท้อนว่า AWC ไม่ได้มองเอเชียทีคเป็นเพียงแหล่งช้อปปิ้งริมแม่น้ำอีกต่อไป แต่กำลังเปลี่ยนบทบาทสู่ Entertainment Destination ที่ใช้ทั้ง IP ระดับโลก เทคโนโลยี และสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ เป็นแรงดึงดูดนักท่องเที่ยว

ขณะเดียวกัน ยังช่วยต่อยอดการท่องเที่ยวตลอดแนวแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งปัจจุบันมีทั้งย่านทรงวาด เยาวราช และแหล่งท่องเที่ยวริมน้ำอีกหลายแห่ง ทำให้เอเชียทีคกลายเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญบนเส้นทางท่องเที่ยวริมแม่น้ำของกรุงเทพฯ ในอนาคต

"เป้าหมายของเอเชียทีค ในด้านทราฟฟิกจะเพิ่มเป็น 50,000 คน/วัน จากเดิม 30,000-40,000 คน/วัน ดึงกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพและครอบครัวจากทั่วโลก ผลักดันให้เอเชียทีคเป็นแลนด์มาร์กการท่องเที่ยวระดับโลกของกรุงเทพฯ"
my_bb

ผู้เขียน

my_bb

นักข่าวสายอสังหาริมทรัพย์ ที่เขียนคอนเทนต์เพื่อหาเงินเลี้ยงแมว

Back To Top