ระฆังยกที่ 1 เริ่ม! Amazon บล็อก AI จาก Meta ไม่ให้เข้ามาช้อปปิ้ง แนะใช้ Alexa แทนได้ - Brand Buffet
แชร์ :

ระเบิดศึก “Agentic Commerce” ที่แท้ทรู โดยศึกรอบนี้เกิดขึ้นระหว่าง Muse เอไอจากค่าย Meta กับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกาอย่าง Amazon ซึ่งที่มาของความขัดแย้งเกิดจาก Muse ถูกบล็อกไม่ให้เข้าถึง หรือสามารถซื้อสินค้าบนแพลตฟอร์มของ Amazon ได้นั่นเอง
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ Amazon อธิบายถึงสาเหตุที่ต้องบล็อก Muse ว่า ทาง Amazon ไม่ทราบว่านั่นคือ Muse แต่ถึงทราบว่าเป็น Muse มันก็ต้องได้รับสิทธิต่าง ๆ ติดตัวมาด้วย เช่น สิทธิ์ในการเข้าถึงแอคเคาน์ของผู้ใช้งาน สิทธิ์ในการการทำธุรกรรม อีกทั้ง Amazon ยังกังวลว่า Muse จะมีการเก็บรวบรวมข้อมูลใด ๆ ติดมือออกไปด้วยก็เป็นได้
ผลก็คือ ตัวเลขการคาดการณ์เกี่ยวกับ Agentic Commerce ที่สวยหรู เช่น ผลสำรวจของ McKinsey ที่เคยคาดการณ์ไว้ว่า การค้นหาและการซื้ออัตโนมัติโดยใช้ AI ในธุรกิจค้าปลีก (ในยุคที่ผู้บริโภคคุ้นเคยกับเทคโนโลยีมากขึ้น) อาจสูงถึง 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2030 อาจถึงเวลาต้องนำมาถกถามกันใหม่ เพราะอุปสรรคในรอบนี้เป็นเรื่องของการเข้าถึงข้อมูลของลูกค้า ที่แพลตฟอร์มต่าง ๆ ถือเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่ามหาศาล ไม่นับรวมข้อมูลสินค้าบนแพลตฟอร์มของตนเองที่มีมากมายที่อาจถูก AI Agent เหล่านั้นนำกลับออกไปให้บริษัทแม่ของตนเอง ฯลฯ
วิธีแก้ของบริษัทคู่แข่ง
แน่นอนว่า การช้อปปิ้งคือหนึ่งในหน้าที่ที่ถ้าหาก AI Agent ทำได้จะว้าวสุด ๆ สำหรับทุกฝ่าย ซึ่งแนวทางที่บริษัทต่าง ๆ ในสหรัฐอเมริกาใช้ มีตั้งแต่การจับมือกับบริษัทเทคโนโลยีให้เป็นเรื่องเป็นราว เช่น กรณีของ Walmart ที่จับมือกับ Google ให้ Gemini ของบริษัทสามารถเข้ามาช้อปปิ้งบนแพลตฟอร์มของตนเองได้ หรือจะใช้ผู้ช่วยที่ Walmart พัฒนาขึ้นเอง ในชื่อ Sparky ช่วยช้อปแทนก็ได้
ส่วนกรณีของ Amazon ทางบริษัทระบุว่า สามารถใช้ผู้ช่วย Alexa ในการสั่งซื้อสินค้าได้เช่นกัน แต่ถ้าไม่มีการจับมือกันอย่างเป็นทางการ การที่ Amazon ตัดสินใจบล็อก Muse เสียแต่เนิ่น ๆ ก็อาจเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล เพราะในฐานะบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกา การยอมให้ AI Agent จากบริษัทเทคโนโลยีอีกค่ายหนึ่งเข้ามาเดินเล่นในสโตร์ของตัวเองคงเป็นเรื่องที่ยากจะทำใจ
ที่มากไปกว่านั้นคือ สิ่งที่ Amazon ปกป้องอาจไม่ใช่แค่ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า แต่คือบทบาทการเป็น “ประตูบานแรก” ที่ผู้บริโภคใช้ค้นหาและเลือกซื้อสินค้า เพราะหากวันหนึ่ง AI Agent สามารถทำหน้าที่ดังกล่าวแทนได้ อำนาจในการควบคุม Customer Journey อาจค่อย ๆ ย้ายจากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซไปอยู่ในมือของบริษัทผู้พัฒนา AI แทนได้ในที่สุด
แชร์ :
