เปิดอินไซต์ผู้บริโภค เมื่อเวชสำอางและวิตามินดันตลาดบิวตี้โต 1.6 แสนล้าน
ท็อปส์ รับอานิสงส์ตลาดเครื่องสำอางไทยปี 2569 ฟื้นตัวแตะ 1.6 แสนล้านบาท กางอินไซต์พฤติกรรมผู้บริโภค 8 เดือนแรก พบดีมานด์ “เวชสำอาง-วิตามินช่วยการนอน” พุ่งแรง ชี้เทรนด์ Beauty & Wellness ผสานการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม พร้อมงัดแผน 3 แกนหลัก ดึง Data ผสานความเชี่ยวชาญ ปั้นแบรนด์ LOOKS สู้ศึกค้าปลีกที่แข่งขันดุเดือด
นายธนวัตร จิรจริยาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เปิดเผยถึงทิศทางธุรกิจว่า ตลาด Beauty & Wellness ยังคงเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพการเติบโตในระยะยาว โดยข้อมูลจาก Krungthai COMPASS ประเมินว่าตลาดเครื่องสำอางในประเทศปี 2569 จะมีมูลค่าราว 160,000 ล้านบาท เติบโต 12.9% ซึ่งกลับมาอยู่ในระดับที่สูงกว่าช่วงก่อนโควิด-19

ตลาดบิวตี้ฟื้นตัว-แข่งขันเดือด
อย่างไรก็ตาม การเติบโตของตลาดตามมาด้วยการแข่งขันที่รุนแรงและตัวเลือกที่เพิ่มขึ้น โจทย์ของธุรกิจค้าปลีกความงามจึงไม่ใช่แค่การมีสินค้าจำนวนมาก แต่ต้องเข้าใจความต้องการและสร้างประสบการณ์ที่ช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ท็อปส์จึงได้พัฒนาแบรนด์ LOOKS จากคอนเซ็ปต์ Beauty Room ภายในท็อปส์ สู่แบรนด์ที่มีพอร์ตโฟลิโอครอบคลุมกว่า 1,000 แบรนด์ รวมกว่า 12,000 รายการ ผ่านช่องทางสาขาที่หลากหลาย ทั้ง TOPS, TOPS FOOD HALL, TOPS Daily และร้าน LOOKS แบบ Standalone
“เวชสำอาง-วิตามิน” โตพุ่ง
ด้าน นางพักร์วิมล สตะเวทิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการค้าปลีก – LOOKS กล่าวถึงพฤติกรรมผู้บริโภค ที่เปลี่ยนไปว่า ปัจจุบันผู้บริโภคมีความรู้และพิถีพิถันมากขึ้น มักศึกษาข้อมูล รีวิว และส่วนผสม จากออนไลน์ก่อนเข้ามาทดลองที่สาขา

ข้อมูลยอดขายของ LOOKS ช่วงเดือนมกราคม – สิงหาคม 2569 สะท้อนให้เห็นถึงการขยายตัวของเทรนด์ดูแลตัวเองแบบองค์รวม โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิว โดยเฉพาะ “เวชสำอาง” มีอัตราการเติบโตมากกว่าภาพรวมตลาดถึง 3 เท่า ขณะที่กลุ่ม “วิตามิน” เติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มที่ช่วยส่งเสริมคุณภาพการนอนหลับ ซึ่งเติบโตถึง 30%
นอกจากนี้ ตลาดยังเห็นการเติบโตของกลุ่ม T-Beauty ที่เข้าใจผู้บริโภคและทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดียได้ดี ขณะที่กลุ่ม K-Beauty ยังคงครองสัดส่วนใหญ่ที่สุดในพอร์ตสินค้านำเข้าของ LOOKS
3 แกนหลัก เจาะเทรนด์บิวตี้ปี’70
สำหรับทิศทางการเติบโตในระยะต่อไป LOOKS มุ่งขับเคลื่อนธุรกิจผ่าน 3 แกนสำคัญ ได้แก่ 1.การขยายพอร์ตโฟลิโอและช่องทางจัดจำหน่ายให้ครอบคลุม 2.การใช้ Data และ Consumer Insight เพื่อหาโอกาสเติบโตในแต่ละหมวดหมู่ และ 3.การต่อยอดความเชี่ยวชาญ เพื่อยกระดับสู่การเป็น “Trusted Beauty Curator”




นางพักร์วิมลประเมินทิศทางตลาดความงามในปี 2570 ว่าจะถูกขับเคลื่อนด้วย 3 เทรนด์หลัก (3S) ได้แก่ 1. Skinification of Hair การดูแลเส้นผมอย่างล้ำลึกด้วยผลิตภัณฑ์เฉพาะด้าน 2. Sun Care & Prevention การปกป้องผิวจากแสงแดดที่เป็นขั้นตอนแรกในกิจวัตรประจำวัน และ 3. Skinimalism การลดขั้นตอนดูแลตัวเองแต่มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูงและแก้ปัญหาตรงจุด
เพื่อตอบรับเทรนด์และช่วยลดข้อจำกัดในการเลือกซื้อสินค้าท่ามกลางแบรนด์ที่ล้นตลาด LOOKS ได้นำ Data ยอดขายและความนิยม มาผสานกับความเชี่ยวชาญของทีมงาน จัดแคมเปญ “LOOKS Beauty Awards” เป็นครั้งแรก โดยคัดกรองสินค้าจากกว่า 6,000 รายการ เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยตัดสินใจให้ผู้บริโภค ควบคู่กับการทำโปรโมชั่นส่งเสริมการขายผ่านแคมเปญ “Discover LOOKS” จนถึงวันที่ 27 ตุลาคม 2569 เพื่อกระตุ้นยอดขายในไตรมาสสุดท้ายของปี