ธอส. เปิดกู้โซลาร์รูฟ 1.5 แสน ไร้หลักค้ำผ่อนงวดละพันนาน 7 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานในรอบงบประมาณปี 2569 น่าจะสามารถสร้างผลกำไรได้ตามที่คณะกรรมการธนาคาร (บอร์ด ธอส.) อนุมัติไว้ที่ระดับ 8,000 ล้านบาท และมีโอกาสแตะระดับ 10,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้นเป็นไปตามความสามารถในการบริหารจัดการส่วนต่าง และบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ แม้แนวโน้มดอกเบี้ยในตลาดจะปรับลดลง และต้นทุนการดำเนินงานปรับเพิ่มขึ้น พร้อมมั่นใจจะปล่อยสินเชื่อใหม่แตะ 240,000 ล้านบาทตามเป้าหมาย จากปัจจุบันที่ปล่อยสินเชื่อใหม่ไปแล้ว 160,000 ล้านบาท
“ธอส. ปล่อยสินเชื่อใหม่คิดเป็น 60% ของเป้าหมาย 240,000 ล้านบาท เติบโตสูงถึง 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการปล่อยสินเชื่อเร่งตัวมาตั้งแต่ครึ่งปีแรกตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะเร่งด่วน (Quick Win) ของรัฐบาล จากปกติที่การปล่อยสินเชื่อจะเร่งตัวในช่วงปลายปี” ดร.มหัทธนะ กล่าว
ขณะเดียวกัน ธอส. ได้วางกรอบบริหารหนี้ที่ไม่ได้รับการชำระคืน (NPL) ไว้ที่ 5% ใกล้เคียงกับปีก่อนที่ระดับ 4.9% เนื่องจากสามารถติดตามลูกค้าอย่างใกล้ชิด และหากเริ่มส่งสัญญาณจะเข้าช่วยเหลือทันที ด้วยมาตรการประนอมหนี้ หรือการปรับเงินงวด ท่ามกลางภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยจะมีแนวโน้ม NPL สูงขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ และการเลิกจ้าง
ด้าน โครงการสินเชื่อโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) ภาคประชาชน ตามนโยบายเปลี่ยนผ่านพลังงานของกระทรวงการคลัง 1.5 ล้านครัวเรือน วงเงินสนับสนุนติดตั้ง 50,000 บาทต่อครัวเรือน ผ่าน 3 ธนาคารรัฐ ได้แก่ ธอส. ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) นั้น เบื้องต้น ธอส. เตรียมสภาพคล่องไว้อย่างเพียงพอโดยไม่จำกัดวงเงิน และไม่ได้ขอเงินชดเชยดอกเบี้ยจากรัฐบาล (ยอด On-top เป้าสินเชื่อใหม่)
สำหรับการสนับสนุนสินเชื่อโซลาร์รูฟท็อปของ ธอส. ได้กำหนดวงเงินสินเชื่อที่กรอบ 100,000–150,000 บาทต่อราย สำหรับระบบไฟฟ้าขนาด 5 กิโลวัตต์ (kW) ที่มีค่าติดตั้งรวมประมาณ 140,000–150,000 บาท และเป็นสินเชื่อไม่มีหลักประกัน (Clean Loan) ซึ่งจะให้อัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษเพื่อจูงใจผ่อนชำระนาน 7 ปี ค่างวดผ่อนชำระประมาณ 1,000 บาทต่อเดือน
อย่างไรก็ตาม ธอส. มีหลักเกณฑ์การอนุมัติขอสินเชื่อโซลาร์รูฟท็อป โดยใช้ข้อมูลประวัติการใช้ไฟฟ้า และการจ่ายเงินย้อนหลัง 1–2 ปี จากการไฟฟ้า (กฟน./กฟภ.) เป็นหลัก เบื้องต้นจะพิจารณาบ้านที่มีค่าไฟเฉลี่ยตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไปต่อเดือนก่อน เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าต่อการลงทุน ซึ่งผู้กู้ต้องเป็นเจ้าของบ้าน และเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้าเท่านั้น
“ความคุ้มค่าของการติดตั้งโซลาร์เซลล์ขนาด 5 kW จะช่วยประหยัดค่าไฟ และขายไฟคืนได้เฉลี่ย 1,600 บาทต่อเดือน โดยจะครอบคลุมค่างวดผ่อนชำระสินเชื่อกับธนาคาร 1,000 กว่าบาท ทำให้ประชาชนนำเงินที่ประหยัดได้มาผ่อนให้ครบ 7 ปี อุปกรณ์ทั้งหมดจะตกเป็นของเจ้าของบ้าน” ดร.มหัทธนะ กล่าว
นอกจากนี้ ในส่วนของอุปกรณ์ไฟฟ้าในการติดตั้ง อาทิ ตัวแปลงไฟฟ้า (Inverter), แผงโซลาร์เซลล์ (Solar Panel), สายไฟ และอื่น ๆ ต้องได้มาตรฐานตามที่การไฟฟ้ากำหนด และกรณีที่ผู้กู้มีความประสงค์จะติดตั้งแบตเตอรี่เพิ่มเติม ทาง ธอส. พร้อมพิจารณาสนับสนุนวงเงินสินเชื่อเสริมให้ เพราะไม่ได้รวมในวงเงินสนับสนุน