ผบช.สตม.นำทีมบุกพัทยา รวบ "อาหลี่" หนุ่มจีนหมายแดงคดีพนัน 1.5 พันล้าน สาวลึกพบเอี่ยวสวมสัญชาติเด็กไทย
- หน้าหลัก
- อาชญากรรม
- ข่าวอาชญากรรม
ผบช.สตม.นำทีมบุกพัทยา รวบ "อาหลี่" หนุ่มจีนหมายแดงคดีพนัน 1.5 พันล้าน สาวลึกพบเอี่ยวสวมสัญชาติเด็กไทย
เผยแพร่: 21 ต.ค. 2569 18:38 ปรับปรุง: 21 ต.ค. 2569 18:38 โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม
ผบช.สตม. ผนึกกำลัง ผบช.ภ.2 นำกำลังบุกพัทยารวบหนุ่มจีนหมายแดง INTERPOL เอี่ยวคดีบ่อนพนันมูลค่าความเสียหายกว่า 1,500 ล้าน ขยายผลเอี่ยวขบวนการสวมสิทธิสัญชาติเด็กไทย
วันนี้ (21 ต.ค.) พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) ร่วมกับ พล.ต.ท.วสันต์ เตชะอัครเกษม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) นำกำลังเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและตำรวจที่เกี่ยวข้อง เข้าจับกุม MR. JIANLU LI หรือ นายหลี่ อายุ 37 ปี สัญชาติจีน ภายในบ้านพักส่วนตัวในพื้นที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี หลังตรวจสอบพบเป็นบุคคลตามหมายแดงของตำรวจสากล (INTERPOL RED NOTICE) ซึ่งทางการจีนต้องการตัวในคดีเกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจการบ่อนพนัน มีมูลค่าความเสียหายกว่า 1,500 ล้านบาท
ปฏิบัติการครั้งนี้มี พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบช.สตม. พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมดำเนินการ โดยนอกจากการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายแดงแล้ว ยังเป็นการขยายผลคดีต้องสงสัยเกี่ยวกับขบวนการสวมสิทธิทางทะเบียนและการรับจ้างเป็นบิดาในเอกสารราชการ
คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2568 เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบ้านพักหลังเดียวกัน และพบนาง YOURUI WANG หรือ นางหวัง อายุ 33 ปี สัญชาติจีน ซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวโดยอ้างเหตุอุปการะบุตรสัญชาติไทย พร้อมพบเด็กหญิงเกสรา อายุ 2 ปี สัญชาติไทย อยู่ภายในบ้าน ทำให้เจ้าหน้าที่เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางสายเลือด
จากการตรวจสอบสูติบัตร พบว่ามีชายไทยอายุ 22 ปี ระบุเป็นบิดาของเด็ก เจ้าหน้าที่จึงเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม (DNA) เพื่อยืนยันข้อเท็จจริง ผลตรวจพบว่าชายไทยที่มีชื่อในสูติบัตรไม่มีความสัมพันธ์ทางชีวภาพกับเด็ก ขณะที่ผลตรวจของนายหลี่กลับยืนยันว่าเป็นบิดาโดยสายเลือดของเด็กหญิงรายดังกล่าว
ภายหลังพบข้อพิรุธ ตม.ชลบุรีได้รวบรวมพยานหลักฐานส่งให้สำนักทะเบียนเมืองพัทยาพิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับสถานะทางทะเบียนและสัญชาติของเด็กตามกฎหมาย พร้อมขยายผลตรวจสอบบุคคลที่อาจเกี่ยวข้องกับขบวนการสวมสิทธิ การรับจ้างเป็นบิดาในเอกสารราชการ และการรับรองความเป็นบิดาโดยมิชอบ
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษนางหวังต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา กรณีนำเอกสารที่เกี่ยวข้องไปใช้ประกอบการขออนุญาตอยู่ต่อในราชอาณาจักร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
พล.ต.ท.นพศิลป์ กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่กำชับให้เร่งปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและคนต่างด้าวที่เข้ามากระทำผิดกฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยว ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นต่อการบังคับใช้กฎหมายของประเทศไทย
พร้อมกำชับทุกหน่วยงานให้เร่งสืบสวน วิเคราะห์ข้อมูล ขยายผลเครือข่ายผู้กระทำผิด และดำเนินการตามกฎหมายกับคนต่างด้าวที่กระทำผิดอย่างเด็ดขาด