Cover Image

สภา กทม. ถามปมถังดับเพลิงชุมชน แจกไม่ครบเกณฑ์ 1 ถังต่อ 5 หลังคาเรือน หวั่นกระทบความพร้อมรับเหตุฉุกเฉิน

วันนี้ (7 ตุลาคม) ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สี่ (ครั้งที่ 1) ประจำปี พ.ศ. 2569 ที่ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง โดยมีเนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย รองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานการประชุม สมชาย เวสารัชตระกูล สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตสายไหม ตั้งกระทู้ถามสดเรื่องการจัดหาถังดับเพลิงแบบยกหิ้วให้กับชุมชนตามระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยชุมชนและกรรมการชุมชน พ.ศ. 2555 โดยตั้งข้อสังเกตถึงความพร้อมของอุปกรณ์สำหรับใช้ระงับเหตุอัคคีภัยเบื้องต้นในระดับชุมชน

สมชายระบุว่า กรุงเทพมหานครมีการจัดหาถังดับเพลิงแบบยกหิ้วให้แก่ชุมชนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567-2569 แต่ปัจจุบันยังพบว่าการแจกจ่ายถังดับเพลิงให้แก่ชุมชนไม่ครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คือ 1 ถังต่อ 5 หลังคาเรือน ซึ่งอาจส่งผลต่อความพร้อมและศักยภาพในการระงับเหตุอัคคีภัยเบื้องต้นของชุมชน หากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น

ในการตั้งกระทู้ถาม สมชายตั้งคำถามถึงความรับผิดชอบในการดูแลอุปกรณ์ดังกล่าว 3 ประเด็น ได้แก่ ถังดับเพลิงถือเป็นทรัพย์สินของทางราชการหรือไม่ หากถังดับเพลิงสูญหาย ผู้ใดจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ และประธานรวมถึงกรรมการชุมชนมีหน้าที่รับผิดชอบดูแลถังดับเพลิงและเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ หรือ AED หรือไม่

ด้านทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงว่า การจัดวางถังดับเพลิงในแต่ละชุมชนจะมีการหารือร่วมกันระหว่างประชาชนในชุมชนและเจ้าหน้าที่สำนักงานเขต เพื่อพิจารณาว่าควรนำถังดับเพลิงไว้ในพื้นที่ส่วนกลางหรือไว้ภายในบ้านของประชาชน โดยบางชุมชนอาจพบว่าเจ้าของบ้านไม่สะดวกที่จะเก็บถังดับเพลิงไว้ภายในบ้าน เนื่องจากไม่มีบุคคลที่สามารถยกหรือดูแลอุปกรณ์ได้ จึงสามารถนำไปจัดวางไว้ในพื้นที่ส่วนกลาง เพื่อให้สะดวกต่อการนำไปใช้งานเมื่อเกิดเหตุ

สำหรับหลักเกณฑ์การจัดหาถังดับเพลิงนั้น กทม. ใช้เกณฑ์ 1 ถังต่อ 5 หลังคาเรือน ตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงมหาดไทย ขณะที่ในส่วนของการดูแลรักษาและการเติมน้ำยา สำนักงานเขตมีหน้าที่ตรวจสอบและตรวจสภาพถังดับเพลิง รวมถึงนำถังที่ผ่านการใช้งานหรือหมดอายุไปเติมน้ำยา เพื่อให้ถังดับเพลิงมีสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอ

ส่วนเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ หรือ AED นั้น ทวิดาระบุว่า ประธานและกรรมการชุมชนมีหน้าที่ช่วยดูแลรักษาเครื่อง AED และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องให้มีความพร้อมใช้งาน เพื่อให้สามารถนำมาใช้ช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวสะท้อนถึงการเตรียมความพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินในระดับชุมชน ทั้งด้านการจัดสรรถังดับเพลิงให้เพียงพอตามเกณฑ์ การกำหนดจุดจัดเก็บที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ และการแบ่งหน้าที่ในการตรวจสอบและบำรุงรักษาอุปกรณ์ เพื่อให้เครื่องมือสามารถใช้งานได้จริงเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้หรือภาวะฉุกเฉินในพื้นที่ชุมชน


Back To Top