ทรัมป์ประกาศแผนสร้างโรงงานเหล็กมูลค่า 1.5 หมื่นล้านดอลล์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศแผนการลงทุนสร้างโรงงานผลิตเหล็กที่จะมีขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ โดยเม็ดเงินลงทุนสร้างโรงงานแห่งนี้มีมูลค่าประมาณ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์

ปธน.ทรัมป์ประกาศแผนการดังกล่าวร่วมกับบริษัท เมซาบี เมทัลลิกส์ (Mesabi Metallics) ณ ห้องทำงานรูปไข่ที่ทำเนียบขาว ในวันจันทร์ (28 ก.ย.) ซึ่งมีขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพ.ย. โดยคาดว่าแผนการสร้างโรงงานผลิตเหล็กดังกล่าวจะช่วยให้ชาวอเมริกันมีมุมมองที่ดีขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้แสดงความไม่พอใจต่อการบริหารจัดการเศรษฐกิจของรัฐบาลทรัมป์

เมซาบี เมทัลลิกส์ ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองแนชวอค รัฐมินนิโซตา เปิดเผยกับ CNBC ว่า โครงการนี้จะจัดส่งเหล็กอเมริกัน 100% โดยทั้งการขุดแร่ หลอม และเทหล่อ จะดำเนินการในรัฐมินนิโซตาและไอโอวา สอดคล้องกับที่เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวรายหนึ่งเปิดเผยกับสำนักข่าว CNBC ก่อนหน้านี้ว่า โรงงานเหล็กแห่งนี้มีแผนจะก่อสร้างขึ้นในรัฐไอโอวา และตั้งเป้าจะเริ่มดำเนินการผลิตในปี 2573

ทำเนียบขาวประมาณการว่า เฟสแรกของโรงงานเหล็กในรัฐไอโอวาจะผลิตเหล็กได้ราว 7.5 ล้านตันต่อปี รองรับการจ้างงานในภาคการก่อสร้างสูงสุดถึง 6,000 ตำแหน่ง ขณะที่เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวคนดังกล่าวระบุว่า โรงงานได้รับการวางแผนให้ขยายกำลังการผลิตขึ้นเป็น 10 ล้านตันต่อปีในท้ายที่สุด และรองรับการจ้างงานถาวรอย่างน้อย 1,750 ตำแหน่ง

โรงงานเหล็กแห่งนี้จะใช้แร่เหล็กจากเหมืองของเมซาบี ซึ่งตั้งอยู่ในเขตไอออนเรนจ์ (Iron Range) ของรัฐมินนิโซตา ซึ่งเป็นโครงการมูลค่ากว่า 2.5 พันล้านดอลลาร์ที่เพิ่งเริ่มดำเนินการผลิต หลังจากใช้เวลาพัฒนามายาวนานราว 20 ปี โดยโครงการดังกล่าวเคยเผชิญเสียงวิพากษ์วิจารณ์และอุปสรรคมากมาย ซึ่งรวมถึงการที่บริษัท เอสซาร์ สตีล มินนิโซตา (Essar Steel Minnesota) ยื่นล้มละลายในปี 2559

ทั้งนี้ เมซาบีเป็นส่วนหนึ่งของ เอสซาร์ กรุ๊ป (Essar Group) ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทข้ามชาติของอินเดีย

โดย รัตนา พงศ์ทวิช/กัลยาณี ชีวะพานิช


Back To Top