'คิง เพาเวอร์' เดดไลน์ขาย 'เลสเตอร์' มูลค่า 1 หมื่นล้าน รอเศรษฐีใหม่ซื้อกิจการ

คิง เพาเวอร์ กำหนดเส้นตายการขายสโมสร “สุนัขจิ้งจอก” เลสเตอร์ ซิตี ที่ปัจจุบันล่วงไปเล่นในลีกวัน หรือระดับดิวิชั่น 3 ของอังกฤษ เอาไว้ในวันที่ 16 ตุลาคม 2026 โดยมีรายงานว่า “ตระกูลศรีวัฒนประภา” ต้องการปิดการขายให้ได้โดยเร็ว หลังเข้ามาซื้อกิจการบริหารสโมสรอย่างยาวนานนับทศวรรษ
ธนาคารเพื่อการลงทุน “ซิตี้” กำลังเร่งดำเนินการหาผู้ที่จะเข้ามาเทกโอเวอร์เพื่อดูแลสโมสรแทนที่ของกลุ่มทุนคิง เพาเวอร์ โดยมีการยืนยันว่าสุดสัปดาห์นี้ (วันศุกร์ที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา) คือวันสุดท้ายสำหรับผู้ที่เสนอราคาอย่างจริงจัง แม้รายงานจาก “เดอะ ซัน” จะบอกว่ากลุ่มทุนเดิมมีการขยายเวลาออกไปอีกเล็กน้อย ก็ตาม
การตัดสินใจที่จะขายสโมสรเลสเตอร์ ซิตี ในมูลค่า 225 ล้านปอนด์ หรือตีเป็นเงินไทยที่ 10,000 ล้านบาท จะถือเป็นเหตุการณ์สำคัญทางประวัตศาสตร์หากดีลนี้ลุล่วงไปด้วยดี เพราะจะเป็นการขายสโมสรในระดับลีกวันของอังกฤษ ที่แพงที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้กลุ่มทุน คิง เพาเวอร์ นำโดย วิชัย ศรีวัฒนประภา ผู้ล่วงลับ เทกโอเวอร์ “เดอะ ฟ็อกซ์” มาจาก มิลาน แมนดาริช ในราคาเพียง 35 ล้านปอนด์ เมื่อปี 2010 และตลอดช่วงเวลา 10 กว่าปีที่ผ่านมาพวกเขาเปลี่ยนโฉมหน้าของ เลสเตอร์ ซิตี จากทีมลุ้นหนีตกชั้น ให้กลายเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ หนแรกในประวัติศาสตร์สโมสร เมื่อปี 2016 รวมไปถึงแชมป์ฟุตบอลถ้วยเอฟเอ คัพ, คอมมูนิตี ชิลด์
ขณะเดียวกันการไปเล่นถ้วยใหญ่ของยุโรป อย่าง ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ก็มีผลงานที่ไม่ธรรมดา เพราะสามารถฝ่าฟันด่านหินเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย เมื่อปี 2017 แต่ในช่วงหลังผลงานของพวกเขากลับตกลงมาอย่างน่าใจหาย ล่วงไปเล่น แชมเปียนชิพ มาหนึ่งหน แม้จะคัมแบ็คกลับมาอยู่บนลีกสูงสุดของเมืองผู้ดีได้ แต่ก็ล่วงตกชั้นลงไปอีก จนปัจจุบันอยู่ในลีกวัน
ทั้งนี้ต้องรอ ธนาคารเพื่อการลงทุน “ซิตี้” อัปเดตการขายสโมสรเลสเตอร์ ซิตี อีกครั้งในช่วงสัปดาห์หน้า ว่าสุดท้ายแล้วจะมีผู้ใดยื่นข้อเสนอมูลค่า 225 ล้านปอนด์ หรือราว 1 หมื่นล้านบาท เข้ามาหรือไม่ ซึ่งกลุ่มทุนแห่งใหม่ที่ยื่นข้อเสนอในราคานี้ จะได้เป็นเจ้าของทั้งหมดของสโมสร “เดอะ ฟ็อกซ์” ทั้งแบรนด์ของสโมสร, สนามเหย้า, ทีมฟุตบอลหญิง รวมถึงศูนย์ฝึกซ้อมระดับโลกราคาแพงอย่าง “ซีเกรฟ”
