ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดร่วง 1% หลังบอนด์ยีลด์-ราคาน้ำมันพุ่งกดดันตลาด

ตลาดหุ้นยุโรปปิดร่วงแรงในวันพุธ (7 ต.ค.) หลังจากปรับตัวขึ้นติดต่อกัน 3 วัน เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่เพิ่มขึ้นกดดันความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง

ดัชนี STOXX 600 ลดช่วงบวกที่ทำไว้เกือบทั้งหมดในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารร่วงลงอย่างหนักอีกครั้ง โดยร่วงลง 3.3%

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยหุ้น BE Semiconductor Industries ร่วงลง 8.5% หลัง UBS ปรับลดคำแนะนำลงทุนหุ้นของผู้ผลิตอุปกรณ์ผลิตชิปจากเนเธอร์แลนด์รายนี้เป็น ขาย โดยระบุถึงความเสี่ยงต่อการนำเทคโนโลยีการเชื่อมต่อชิปแบบไฮบริด (hybrid bonding) มาใช้งาน

หุ้นยุโรปเผชิญแรงกดดัน หลังตลาดพันธบัตรทั่วโลกยังคงถูกเทขายอย่างต่อเนื่อง ขณะที่นักลงทุนต้องรับมือกับราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง แรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และยุโรปปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยในวันพุธ ขณะที่ส่วนต่างผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลฝรั่งเศสกับเยอรมนีขยายกว้างขึ้น จากความกังวลเกี่ยวกับฐานะการคลังของฝรั่งเศสที่ย่ำแย่ลงก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปีหน้า

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีอายุ 10 ปีเพิ่มขึ้นแตะ 3.5279% ก่อนปิดแทบไม่เปลี่ยนแปลง

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้น 0.5% ขณะที่นักลงทุนประเมินความเป็นไปได้ที่พายุซึ่งกำลังคุกคามพื้นที่ผลิตน้ำมันของสหรัฐฯ และการโจมตีของกลุ่มฮูตีต่อซาอุดีอาระเบียอาจส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมัน

นักลงทุนจับตารายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในเดือนก.ย. ในวันพุธนี้ รวมถึงถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด เพื่อหาสัญญาณใหม่เกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ย โดยความคาดหวังต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ในเดือนนี้ลดลง หลังข้อมูลการจ้างงานออกมาอ่อนแอกว่าคาด อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคาดว่าเฟดจะเดินหน้าคุมเข้มนโยบายการเงินต่อในช่วงปลายปีนี้และปีหน้า

ตลาดยังจับตาฤดูประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ซึ่งจะเริ่มขึ้นในช่วงปลายเดือนนี้

ข้อมูลประมาณการของ LSEG ระบุว่า คาดว่าผลประกอบการของบริษัทในดัชนี STOXX 600 ในไตรมาส 3 จะเพิ่มขึ้น 19.4% จากปีก่อนหน้า และหากไม่รวมกลุ่มพลังงาน คาดว่าผลประกอบการจะเพิ่มขึ้น 9.9%

หุ้นกลุ่มยานยนต์พลิกจากที่ปรับตัวขึ้นในช่วงแรกมาเป็นลดลง 0.3% หลังสื่อหลายแห่งรายงานว่า สหภาพยุโรป (EU) กำลังพิจารณาจำกัดการนำเข้ารถยนต์ไฮบริดจากจีนเข้าสู่กลุ่มประเทศสมาชิก

มารอส เซฟโควิช กรรมาธิการการค้าของ EU เดินทางไปกรุงปักกิ่งในวันพุธนี้ เพื่อเจรจาลดการขาดดุลการค้าที่เพิ่มขึ้นของสหภาพยุโรปกับจีน

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช


Back To Top