อินทนิล เร่งเกมแฟรนไชส์สู่ 1,400 สาขา ปั้นร้านกาแฟเป็น ‘Local Destination’ ดันโมเดลแบรนด์ผสานอัตลักษณ์ท้องถิ่น

อินทนิล วางเกมขยายธุรกิจแฟรนไชส์จากกว่า 1,200 สาขา สู่เป้าหมาย 1,400 สาขาภายในปี 2570 โดยเปลี่ยนโจทย์จากการ ‘เพิ่มจำนวนร้าน’ สู่การสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพ ภายใต้แนวคิด ‘มาตรฐานเดียว แบบมีเอกลักษณ์’ เปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการนำศักยภาพของทำเลและอัตลักษณ์ชุมชนมาต่อยอดการออกแบบร้านและประสบการณ์ เพื่อเปลี่ยนร้านกาแฟจากจุดจำหน่ายเครื่องดื่มสู่ ‘Local Destination’ ที่ตอบโจทย์ทั้งผู้บริโภคและโอกาสทางธุรกิจ
จาก “ขยายสาขา” สู่การโตไปพร้อมแฟรนไชส์
ณิภาภรณ์ จักรพิทักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางจาก รีเทล จำกัด กล่าวว่า ทิศทางการเติบโตของอินทนิลไม่ได้วัดจากจำนวนสาขาเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของเครือข่ายและการเติบโตไปพร้อมกับผู้ประกอบการ โดยเปิดโอกาสให้พันธมิตรนำความเข้าใจในบริบทท้องถิ่นมาร่วมออกแบบร้านและสร้างประสบการณ์ให้เหมาะกับผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ ขณะที่อินทนิลยังทำหน้าที่ดูแลมาตรฐานสินค้าและบริการ เพื่อให้แต่ละสาขามีความแตกต่างที่เหมาะสมกับทำเล โดยไม่ทิ้งมาตรฐานและตัวตนของแบรนด์
แนวทางดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางพฤติกรรมผู้บริโภคที่ทำให้ “ร้านกาแฟ” มีบทบาทมากกว่าพื้นที่ซื้อเครื่องดื่ม โดยกลายเป็นสถานที่ทำงาน นัดพบปะ หรือใช้เวลาร่วมกัน ส่งผลให้การออกแบบพื้นที่และ Customer Experience เข้ามามีส่วนต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการมากขึ้น
อินทนิลจึงปรับรูปแบบแฟรนไชส์ให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยให้ผู้ประกอบการสามารถนำบริบทของพื้นที่มาเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างประสบการณ์ ขณะที่แบรนด์ยังคงทำหน้าที่เป็นแกนกลางด้านมาตรฐานสินค้า ระบบบริการ และองค์ความรู้ด้านการบริหารธุรกิจ

“3H ปิโตรเลียม” โมเดลร้านกาแฟสู่ Destination
หนึ่งในกรณีศึกษาที่สะท้อนโมเดล “มาตรฐานเดียว แบบมีเอกลักษณ์” คือ อินทนิล สาขาสถานีบริการน้ำมันบางจาก 3H ปิโตรเลียม จังหวัดสงขลา ซึ่งผู้ประกอบการมองเห็นโอกาสในการเปลี่ยนพื้นที่จาก “จุดพักระหว่างทาง” ให้กลายเป็น Destination ที่สามารถดึงดูดทั้งลูกค้าในพื้นที่ นักท่องเที่ยวจากต่างจังหวัด และนักท่องเที่ยวต่างชาติ
อรวรรณ ตันวิมลรัตน์ นักธุรกิจและผู้ประกอบการร้านอินทนิลและสถานีบริการน้ำมันบางจาก 3H ปิโตรเลียม จ.สงขลา กล่าวว่า การทำร้านกาแฟในปัจจุบันต้องมองมากกว่าการจำหน่ายเครื่องดื่ม แต่ต้องสร้างคุณค่าจากความต้องการของลูกค้าและศักยภาพเชิงพาณิชย์ของทำเล โดยให้ความสำคัญกับการวางตำแหน่งทางการตลาด การออกแบบพื้นที่ และการนำอัตลักษณ์ท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นคุณค่าของสถานที่
ขณะเดียวกัน การทำงานร่วมกับอินทนิลช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงมาตรฐานด้านสินค้าและอาหาร ระบบสนับสนุนการบริหาร รวมถึงองค์ความรู้ด้านการตลาดของแบรนด์ เมื่อนำมาผสานกับความเข้าใจในบริบทของพื้นที่ จึงสามารถพัฒนาโมเดลธุรกิจที่ตอบโจทย์ตลาดและรองรับการเติบโตระยะยาว
ใช้ “ท้องถิ่น” สร้างความต่างให้ธุรกิจ
สำหรับร้านอินทนิล 3H ปิโตรเลียม การออกแบบเริ่มจากเรื่องราวของเกาะยอและวิถีชีวิตริมทะเลสาบสงขลา ก่อนถ่ายทอดออกมาเป็นสถาปัตยกรรมสไตล์โมเดิร์น ตั้งแต่รูปทรงอาคารไปจนถึงรายละเอียดภายใน โดยนำองค์ประกอบจากวิถีประมงพื้นบ้านมาพัฒนาเป็นงานดีไซน์ ขณะที่ระบบแสงภายในได้รับแรงบันดาลใจจากแสงไฟที่ชาวประมงใช้ในการหาปลาในช่วงกลางคืน
การออกแบบจึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสร้างภาพลักษณ์ แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์สร้าง Destination และความแตกต่างทางธุรกิจ โดยใช้แนวคิด “แบรนด์ x ผู้คน x ท้องถิ่น” เป็นแกนในการพัฒนาพื้นที่
ผลจากแนวทางดังกล่าวทำให้ร้านอินทนิล สาขา 3H ปิโตรเลียม ได้รับรางวัลจาก room SELECT AWARDS 2026 ในหมวด Usage of Material Awards สะท้อนการนำอัตลักษณ์และทรัพยากรของชุมชนมาสร้างเป็นคุณค่าร่วมทั้งในมิติธุรกิจ ผู้บริโภค และพื้นที่
1,400 สาขา กับโจทย์ “โตอย่างมีคุณภาพ”
เป้าหมายการขยายเครือข่ายอินทนิลสู่ 1,400 สาขาภายในปี 2570 จึงไม่ได้เป็นเพียงแผนเพิ่มจำนวนร้าน แต่เป็นการขยายโมเดลแฟรนไชส์ที่เปิดให้ “แบรนด์–ผู้ประกอบการ–ทำเล–ชุมชน” ทำงานร่วมกัน โดยอินทนิลรักษามาตรฐานของแบรนด์ ขณะที่ผู้ประกอบการสามารถนำความเข้าใจตลาดและอัตลักษณ์ของพื้นที่มาสร้างความแตกต่าง
โมเดลดังกล่าวทำให้การขยายสาขาไม่ได้จำกัดอยู่ที่การทำร้านรูปแบบเดียวกันทุกพื้นที่ แต่เป็นการสร้างเครือข่ายร้านกาแฟที่มีมาตรฐานร่วมกัน ขณะเดียวกันแต่ละสาขาสามารถมีบุคลิกและประสบการณ์ที่สอดคล้องกับตลาดในพื้นที่ ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญของการเติบโตธุรกิจแฟรนไชส์ในระยะต่อไปของอินทนิล ภายใต้แนวคิด “ทุกแก้วคือคุณภาพ ทุกวันคือความสุข”
