ชัชชาติ เผย ปรับปรุงทางเท้าแล้ว 1,400 กม. รับ 'สกายวอล์กไม่อยากทำเยอะ' หวั่นทำลายเศรษฐกิจริมถนน

เมื่อวันที่ 23 กันยายน ที่ผ่านมา ที่ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการพัฒนาทางสัญจรของกรุงเทพมหานคร ทั้งทางเท้า ทางข้าม สกายวอล์ก Covered Walkway ทางเดินริมคลอง ตลอดจนระบบ Feeder เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางให้สะดวก เท่าเทียม และปลอดภัยสำหรับทุกคน ในงาน Bangkok Car Free 2026 ภายใต้แนวคิด ‘LET’S SHIFT MODES : อนาคตการเดินทางกรุงเทพฯ ที่ทุกคนเลือกได้’
นายชัชชาติ กล่าวว่า ทางเท้าคือเส้นเลือดฝอยหลักที่จะเชื่อมคนเข้าสู่ระบบขนส่งมวลชน โดย กทม. ได้เร่งปรับปรุงทางเท้ามาตรฐานให้เรียบ แข็งแรง สว่าง และใช้หลัก Universal Design เพื่อให้ผู้ใช้วีลแชร์สัญจรได้สะดวก โดยปรับปรุงสะสมตั้งแต่ปี 2566 ไปแล้ว 87 เส้นทาง รวมระยะทางกว่า 1,400 กิโลเมตร ควบคู่กับการรื้อถอนสิ่งกีดขวางบนทางเท้ากว่า 3,000 จุด จัดระเบียบสายสื่อสาร และปรับปรุงทางม้าลายปลอดภัยแล้วมากกว่า 2,000 แห่งทั่วกรุงเทพฯ อาทิ เพิ่มสัญญาณไฟ สัญญาณเตือน ทาสีชัดเจน ตลอดจนปรับปรุงทางข้ามยกระดับบริเวณใกล้โรงเรียน
ส่วนการพัฒนาทางเชื่อมยกระดับ นายชัชชาติ กล่าวว่า กทม. ได้ปรับปรุงสกายวอล์กอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิในรอบ 20 ปี ให้เป็นทางเดินครบรอบวงกลม กว้าง 4 เมตร ออกแบบตามหลัก Universal Design ติดตั้งลิฟต์ 4 จุด เบรลล์บล็อก และใช้พื้น PU โรยทรายกันลื่น เพื่อเชื่อมต่อ 5 โรงพยาบาลใหญ่ (รพ.ราชวิถี, รพ.พระมงกุฎเกล้า, สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี, สถาบันโรคผิวหนัง และ รพ.เวชศาสตร์เขตร้อน) รองรับทั้งรถเข็นและเตียงผู้ป่วย โดยเฟสแรกจะเปิดเกาะราชวิถีและเกาะพหลโยธินในเดือนตุลาคม 2569 นี้
นอกจากนี้ ยังมีสกายวอล์กที่ กทม. สร้างเอง 4 แห่ง ได้แก่ 1. สถานีอุดมสุข 2. สถานีบางนา 3. สถานีสุรศักดิ์ บริเวณ รร.กรุงเทพคริสเตียน 4. สถานีบางหว้า – ตลาดพลู และอยู่ระหว่างก่อสร้าง 1 แห่ง คือ สถานีบางหว้า เชื่อมถนนราชพฤกษ์ ส่วนสกายวอล์กที่เอกชนก่อสร้างเชื่อมอาคารกับสถานี มีจำนวน 68 แห่ง
“สกายวอล์กเราไม่ได้อยากทำเยอะ เพราะไม่อยากทำลายเศรษฐกิจบนถนน เราอยากให้คนเดินบนทางเท้าแล้วเกิด Local Economy ในการค้าขายริมทาง เช่น ร้านห้องแถวต่างๆ แต่จุดไหนจำเป็นจริงๆ อย่างอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิที่ต้องเชื่อม 5 โรงพยาบาลใหญ่ เราก็ต้องทำเพื่อความปลอดภัยของประชาชน ในส่วนของโครงการหลังคาทางเดินเชื่อม เช่น ทางเชื่อมจตุจักร หรือ Covered Walkway ถนนสาทร กทม. มีแผนขยายไปยังถนนอังรีดูนังต์ ถนนพระราม 4 และถนนพญาไท ในอนาคต” นายชัชชาติ กล่าว
นายชัชชาติ กล่าวถึงการพัฒนาทางเดินริมคลอง ว่า ได้ปรับปรุงทางเดินริมคลองแสนแสบไปแล้ว ความยาวประมาณ 40 กิโลเมตร และทำทางลอดใต้สะพานริมคลองผดุงกรุงเกษม ช่วยให้สัญจรได้ต่อเนื่องโดยไม่ต้องติดไฟเขียวไฟแดง ส่วนการปรับปรุงสะพานเขียว เชื่อมสวนลุมพินีกับสวนเบญจกิติ ได้ทุบคอร์ดแบดมินตันเดิมออกเพื่อเปิดทางเชื่อม ‘เพราะเอาคนสำคัญกว่าตึก’ เปลี่ยนบันไดเป็นทางลาดแทน ปูพื้นทางเดินแกรนิต ทำเลนจักรยาน Sport Surface และเปิดจุดเชื่อมต่อสวนเบญจกิติบริเวณถนนรัชดาภิเษกเพิ่มความสะดวกในการสัญจร
นอกจากทางเท้าและทางเชื่อมยกระดับ กทม. ยังได้พัฒนาศาลารอรถเมล์รูปแบบใหม่ 300 หลัง (ในปี 68 – 69) โดยปรับปรุงให้กันแดดกันฝนได้มากขึ้น ติดตั้งป้ายรถเมล์ดิจิทัลเสาเดี่ยว 500 ป้าย ให้บอกเวลาที่รถจะมาถึงได้เรียลไทม์ รวมถึงอัปเกรดป้ายรถเมล์เดิมให้อ่านง่ายขึ้น โดยมีข้อมูลสายรถเมล์และแผนที่ย่าน อีกทั้งยังมีการปรับปรุง BRT โดยเปลี่ยนเป็นรถ EV ชานต่ำ เพิ่ม 2 สถานีใหม่ และใช้ระบบแตะบัตรขึ้นรถโดยไม่ต้องมีคนเก็บตั๋ว
ขณะเดียวกัน ได้มีการจัดรถ BMA Feeder ใน 6 เส้นทางประจำ เพื่อเชื่อมต่อเส้นเลือดฝอยสู่ระบบราง ได้แก่ 1. โรงเรียนวัดปุรณาวาส – MRT หลักสอง 2. BTS สนามเป้า – ศาลาว่าการ กทม. ดินแดง 3. ARL ลาดกระบัง – เคหะฯ ร่มเกล้า 4. 10 โรงเรียนเขตดุสิต – Office Mate สิรินธร 5. MRT บางขุนนนท์ – 4 ตลาดน้ำ และ 6. พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพฯ – BTS หมอชิต พร้อมเสริมเส้นทางในช่วงเทศกาลต่าง ๆ เพื่อรองรับคนจำนวนมาก เช่น สงกรานต์ หรือปีใหม่
“การเดินทางที่เราเลือก คืออนาคตที่เราสร้าง ขอเชิญชวนคนกรุงเทพฯ ร่วมสลับโหมดการเดินทางสัปดาห์ละ 1-2 วัน เพื่อร่วมกันสร้างกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกคน” นายชัชชาติ กล่าวทิ้งท้าย



